Connect with us

PINGBOOK

KOREA

ดงบังชินกิ (TVXQ!) ปิดฉากทัวร์คอนฯ ‘TOHOSHINKI LIVE Tour 2012-TONE-‘ ท่ามกลางแฟน 5.5 แสน (2012-04-24)

ดงบังชินกิ (TVXQ!) ทำสถิติใหม่ในญี่ปุ่นอีกครั้ง


เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา ดงบังชินกิ (TVXQ!) ได้ปิดฉากคอนเสิร์ต ‘TOHOSHINKI LIVE Tour 2012-TONE-‘ ณ เคียวเซราโดม โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ พวกเขาเริ่มทัวร์คอนเสิร์ตที่โยโกฮามา อารีนา เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา ตามด้วย นาโกยา ฟุกุโอกะ นิอิกาตะ ซัปโปโร ฮิโรชิมา ฟุกุอิ ไซตามะ รวม 26 รอบ ในระยะเวลากว่า 97 วัน


ในทัวร์คอนเสิร์ตของดงบังชินกิในครั้งนี้มีการรวบตัวแฟนๆมากกว่า 5.5 แสนคน โดยเฉพาะเสียงเรียกร้องจากแฟนๆอย่างร้อนแรง ทำให้พวกเขาสามารถจัดคอนเสิร์ตที่โตเกียวโดมรวม 3 วัน มีแฟนๆเข้าชมเฉพาะที่นี่กว่า 165,000 คน ดงบังชินกิ ยังเป็นศิลปินกลุ่มที่ 3 ที่จัดคอนเสิร์ตติดต่อกัน 3 รอบในโตเกียวโดม ถัดจาก ไมเคิล แจ็คสัน ในปี 1988 และ แบ็กสตรีตบอยส์ เมื่อปี 2001 ด้านสื่อญี่ปุ่นถึงกับพาดหัวว่าดงบังชินกิทะยานขึ้นตำแหน่งเดียวกับไมเคิลแจ็คสันกันไปเลยทีเดียว


การที่ดงบังชินกิสามารถจัดคอนเสิร์ตอังกอร์ได้รวม 3 รอบในสถานที่ใหญ่ๆอย่างโตเกียวโดม และเคียวเซร่าโดมนั้น แม้แต่ศิลปินของญี่ปุ่นเองก็เป็นอะไรที่เกิดขึ้นได้ค่อนข้างยากเช่นกัน แม้ว่าเมื่อปี 2009 ดงบังชินกิจะเคยจัดคอนเสิร์ตที่โตเกียวโดมติดต่อกัน 2 รอบมาแล้ว แต่ว่าสำหรับเคียวเซร่าโดมนั้นถือเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะกับบัตรรอบเคียวเซร่ากว่า 4.5 หมื่นใบที่สามารถจำหน่ายได้หมดหลังเปิดระบบเพียง 1 นาทีก็ทำให้หลายฝ่ายฮือฮาเป็นอย่างมาก


ดงบังชินกิ สามารถทำเงินในทัวร์ครั้งนี้ได้รวมกว่า 1 แสนล้านวอน เฉพาะค่าบัตรคอนเสิร์ตก็มีมูลค่ากว่า 7.6 หมื่นล้านวอน สินค้า MD ประมาณ 2 หมื่นล้านวอน เรียกได้ว่าคอนเสิร์ตเพียงครั้งเดียว ดงบังชินกิ สามารถทำเงินให้กับต้นสังกัดได้กว่า 1 แสนล้านวอนเลยทีเดียว


ในคอนเสิร์ตเป็นการวบรวมเพลงจากอัลบั้มเต็ม ‘TONE’ ที่วางจำหน่ายเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา พวกเขาขับร้องเพลงทั้งหมด 25 เพลงตลอดระยะเวลา 3 ชั่วโมง เฉพาะทีมงานในคอนเสิร์ตก็ใช้คนมากกว่า 200 คนต่อรอบ


ก่อนขึ้นคอนเสิร์ต ยูโนยุนโฮ เปิดเผยว่า "ในระหว่างที่ผมเตรียมงานสำหรับคอนเสิร์ตในครั้งนี้ในใจผมรู้สึกไม่สบายใจเลยครับ แต่พอได้มาเจอกับแฟนๆมันทำให้ผมคิดถึงวันเก่าๆครับ แม้ว่าผมตั้งใจว่าจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แต่จากทัวร์ในครั้งนี้มันทำให้ผมวางเป้าหมายครั้งใหม่ครับ" เขากล่าว


ดงบังชินกิ ยังเลือกโชว์ที่โตเกียวโดมให้เป็นคอนเสิร์ตที่พวกเขาประทับใจมากที่สุดตลอดระยะเวลาการทัวร์กว่า 3 เดือนที่ผ่านมา ชเวกังชางมิน กล่าวว่า "ตอนที่พวกเราร้องเพลง Still แฟนคลับได้เตรียมโปรเจคเปลี่ยนแท่งไฟจากสีแดงเป็นสีขาวครับ สมาชิกที่ยืนอยู่ข้างๆผมเขาร้องไห้มากมายเลยครับ" เขาเผยเรื่องราว


ยูโนยุนโฮ กล่าวว่า "แม้ว่าพวกเราจะเริ่มทำกิจกรรมในญี่ปุ่นเมื่อต้นปีที่แล้ว แต่สำหรับโตเกียวโดมมันเป็นอะไรที่นานมากแล้วครับ ตอนที่ผมเห็นทะเลเพลิงสีแดงกลายเป็นสีขาวนั้นในหัวผมมันวุ่นวายมากครับ ความคิดหลายอย่างมันผุดขึ้นมาเต็มไปหมด แล้วเพลงถัดไปคือ ‘Weep’ ซึ่งเป็นเพลงที่มีข้อความขอบคุณแฟนๆที่อยู่กับพวกเรามาอย่างยาวนาน ตอนผมร้องเพลงนี้มันทำให้ผมกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ครับ" เสริม "ผมจะเป็นคนประเภทที่รู้สึกว่าการร้องไห้มันเป็นเรื่องน่าอายครับ แต่ว่ามันกลั้นไม่อยู่จริงๆ ผมคิดว่านี่จะเป็นช่วงเวลาที่จะอยู่ในความทรงจำของผมไปตลอดแน่นอนครับ" เขากล่าว


เมื่อพวกเขาถูกถามว่า ‘ด้านเพลงมีอะไรเปลี่ยนไปบ้างไหมหลังจากการเปลี่ยนสมาชิกจาก 5 คน เป็น 2 คน’ ด้านชเวกังชางมินตอบ "มันยากที่เราจะบอกว่าด้านเพลงนั้นมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้นแบบไหน ในตอนนั้นพวกเราสามารถมีเพลงสำหรับ 5 คน สมาชิกทุกคนพยายามอย่างหนักที่จะถ่ายทอดอารมณ์เพลงในท่อนที่ตนเองได้รับ แต่ในตอนนี้พวกเราทั้งสองจะต้องพยายามเติมเต็มโชว์บนเวที และมันทำให้เราสามารถนำเสนอเสน่ห์และถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้มากกว่าเดิม"



กล่าวต่อ "ในขณะเดียวกันมันก็ไม่สามารถเทียบได้ว่าตอนนี้กับเมื่อก่อนอะไรดีกว่ากัน เพียงแต่ในคอนนี้พวกเรารู้สึกสนุกและมีเสียงหัวเราะให้กับทุกๆโชว์ของพวกเรา พวกเราคงไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้เป็นคำพูด แต่ว่าผู้ชมน่าจะรู้ดีและเข้าใจมันได้มากที่สุด ด้วยเหตุนี้ผมเลยคิดว่ามันยิ่งทำให้มีคนมาชมคอนเสิร์ตของพวกเรามากกว่าเดิมครับ" เขากล่าว


ด้านยุนโฮก็คิดคล้ายกับชางมิน ในตอนนี้ทั้งสองคนมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบในเพลงของตัวเองมากยิ่งขึ้น และนั่นทำให้พวกเขาได้เผยความสามารถในด้านการร้องและเต้นในแบบสูงสุด และเสน่ห์เหล่านั้นทำให้ช่วยดึงดูดแฟนๆของพวกเขา


ยูโนยุนโฮ กล่าวว่า "ตอนที่พวกเราทำกิจกรรมห้าคน เราก็ทำเพลงเพื่อให้เข้ากับอายุพวกเรา และตอนนี้เราก็ทำเพลงให้เหมาะกับอายุของเรา ซึ่งมันจะเป็นเพลงที่มีความเติบโตขึ้นมากกว่าเดิม เผลอแป๊ปเดียวเราก็เข้าช่วงครึ่งหลังของวัย 20 ปีแล้วนะครับ" เสริม "สำหรับส่วนที่หายไปเราก็พยายามหาทางจัดการช่องวางตรงนี้ในแบบของศิลปินครับ ผมคิดว่าแฟนๆก็รู้ในความพยายามตรงนี้ดี และนั่นทำให้พวกเราทำกิจกรรมด้วยความสุขครับ" เขากล่าว



ในวันนี้ ดงบังชินกิ มาพร้อมกับโชว์ที่รวมเป็นหนึ่งเดียวกันกับแฟนๆ นอกจากนี้โชว์เดี่ยวของสมาชิกก็ถูกจับตามองอย่างมากเช่นกัน ยูโนยุนโฮ มาพร้อมกับเพลงเดี่ยวเวอร์ชั่นญี่ปุ่นจากอัลบั้มที่วางจำหน่ายเมื่อปี 2011 อย่าง ‘Honey Funny Bunny’ อวดเสน่ห์ในแบบเซ็กซี่ ทางด้านชเวกังชางมินมาในเพลง ‘Rusty Nail’ ของ X-Japan ที่วางจำหน่ายเมื่อปี 1994 ทั้งสองคนได้เผยความสามารถในด้านการร้องเพลงช่วยเพิ่มเสน่ห์ในแบบน่าทึ่งให้กับดงบังชินกิได้มากยิ่งขึ้น


ด้วยการที่ทั้งสองคนสามารถใช้ภาษาญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่วทำให้ช่วงเวลาการพูดคุยกว่า 15 นาที พวกเขาสามารถเรียกเสียงหัวเราะจากคำพูดยอดฮิตได้อย่างถ้วนหน้า โดยเฉพาะกับสีหน้าในแบบขี้เล่นและมุขฮาๆจากทั้งคู่ก็ทำให้แฟนๆต่างปลาบปลื้ม ในเพลงสุดท้ายดงบังชินกิได้แนะนำทีมงานทีละคนพร้อมกล่าวขอบคุณ นอกจากนี้เขายังได้เรียกโปรดิวเซอร์นักออกแบบท่าเต้นที่ดูแลคอนเสิร์ตทัวร์ในญี่ปุ่นอย่าง SAM ขึ้นบนเวทีพร้อมกล่าวขอบคุณด้วยเช่นกัน


ดงบังชินกิ กล่าวว่า "แม้ว่าพวกเราจะตั้งใจทำงานให้กับทุกๆโชว์จนถึงตอนนี้ แต่ในปีนี้พวกเราได้รวมกับแฟนๆเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว พวกเราจะตั้งใจทำงานกันต่อไปครับ" เขากล่าวพร้อมอำลาแฟนๆ


ดงบังชินกิ เคยเป็นศิลปินเกาหลีกลุ่มแรกที่ทำยอดผู้ชมคอนเสิร์ตได้สูงสุดกว่า 3 แสนคน จากคอนเสิร์ตรวม 21 รอบเมื่อปี 2009 และจากคอนเสิร์ตในครั้งนี้ทำให้ดงบังชินกิได้ทำลายสถิติของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง


ดงบังชินกิ เดบิวในญี่ปุ่นพร้อมกับซิงเกิ้ล ‘Stay with me tonight’ เมื่อเดือนเมษายน 2005 และสามารถส่งซิงเกิ้ล ‘Summer~Summer Dream’ คว้าอันดับที่ 1 ในออริกอนชาร์ตเป็นครั้งแรกเมื่อสิงหาคม 2007 หลังจากนั้นเขาก็ทะยานขึ้นเป็นนักร้องยอดนิยมในญี่ปุ่น และเป็นศิลปินเกาหลีกลุ่มแรกที่มีคอนเสิร์ตในโตเกียวโดมได้ถึง 2 รอบเมื่อปี 2009









Continue Reading
You may also like...
Click to comment

Leave a Reply

More in KOREA

To Top