Connect with us

PINGBOOK

KOREA

จอนจีฮยอน (My Sassy Girl) ถูกดักฟังโทรศัพท์จากต้นสังกัด SidusHQ ทีมสอบเผย…พุ่งเป้าหาตัวการใหญ่ (2009-01-23)

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2552 ที่ผ่านมา ทีมสืบสวนแห่งสถานีตำรวจกรุงโซล เปิดเผยว่า "เมื่อช่วงเช้าเราได้เข้าทำการเข้าอายัดคอมพิวเตอร์ และเอกสารสำคัญจากบริษัท SidusHQ ต้นสังกัดของนักแสดงสาว จอนจีฮยอน (Jeon Ji Hyun) อันเนื่องมาจากมีมูลเหตุจูงใจว่า ต้นสังกัดอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของศิลปินภายในสังกัด"


จากรายงานของทีมตำรวจเปิดเผยว่า หลังจากที่ นายคิม(42) และอีก 3 ผู้ต้องหา ถูกจับในคดีที่เกี่ยวข้องกับการคัดลอกข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ ในระหว่างที่ทีมสืบสวนกำลังสอบสวนอยู่นั้น ก็พบว่าข้อมูลโทรศัพท์ของผู้ต้องหาหนึ่งในนั้นเป็นเบอร์ของนักแสดงสาว จอนจีฮยอน ซึ่งเป็นการนำไปสู่การขยายผลการเข้าอายัดทรัพย์สินเพื่อการสืบสวนในครั้งนี้


ทีมตำรวจยังเปิดเผยอีกด้วยว่าผู้ต้องหาคิมและผู้ร่วมขบวนการได้ถูกว่าจ้างทำการคัดลอกข้อมูลในโทรศัพท์ของเหยื่อ เพื่อดักฟังและโจรกรรมข้อมูล นับตั้งแต่ปี 2549 รวมตลอดเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา มีผู้ตกเป็นเหยื่อของพวกเขากว่า 40 คน และสามารถทำเงินจากการกระทำการนี้ได้มากกว่า 1~3 ล้านวอน (25,000 – 75,000 บาท) ต่อเหยื่อหนึ่งราย


จากรายงานกล่าวต่อ ผู้ต้องหาอ้างว่าทีมงานระดับบนของบริษัท SidusHQ ต้นสังกัดของนักแสดงสาว จอนจีฮยอน ได้ว่าจ้างให้ตนกระทำการคัดลอกข้อมูลในโทรศัพท์มือถือเพื่อทำการดักฟัง และใช้เป็นช่องทางในการติดตามข่าวสารของศิลปินภายในสังกัดจากข้อความในโทรศัพท์ ท่ามเรื่องราวที่ทราบกันดีว่า จอนจีฮยอน กำลังจะหมดสัญญากับ SidusHQ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้


ในขณะเดียวกันในวันนั้นทางด้านต้นสังกัดของเธอก็ออกมากล่าว "ทางเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง" เสริม "ทางเราไม่รู้ว่าเรื่องราวแบบนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับการคัดลอกข้อมูลโทรศัพท์นั้นทางเราไม่ทราบเรื่อง"


แต่ทว่าหลังจากนั้น 2 วัน ในวันที่ 21 มกราคม 2552 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องสงสัยกระทำผิดได้ 3 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นโฆษกของบริษัท รวมถึง นายพัค หัวหน้าทีมโปรดักชั่นของบริษัท และ นายจอง ที่ปรึกษาของบริษัท ซึ่งภายหลังสืบทราบว่าที่ปรึกษาของบริษัทก็คือพี่ชายของโฆษกต้นสังกัดนั่นเอง จากการเปิดเผยของทีมสืบสวนกล่าวว่า ทั้งพัคและจองได้ถูกสอบปากคำสุดเครียดยาวนานกว่า 7 ชั่วโมงโดยจบลงในกลางดึกของวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา


ถึงแม้ว่าพัคและจองจะยอมรับสารภาพว่าพวกเขาคือผู้กระทำผิดจริงในเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่กลับให้ปากคำขัดแย้งกันเองว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดสร้างความสับสนเป็นอย่างมาก ซึ่ง ณ เวลานี้ทีมสืบสวนกำลังพุ่งประเด็นว่าใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด โดยน่าจะถูกคลี่คลายหลังจากการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยคนสุดท้ายนั่นก็คือ โฆษกของ SidusHQ นั่นเอง


อย่างไรก็ดีตามแผนการสอบปากคำของผู้ต้องหาซึ่งเป็นโฆษกของต้นสังกัด ที่จะมีขึ้นเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2552 ที่ผ่านมา ทาง SidusHQ ก็อ้างขอเวลาเพิ่มเติมก่อนเข้าให้ปากคำ เนื่องจากติดช่วงวันหยุดปีใหม่ในช่วงปลายสัปดาห์นี้


อนึ่ง ทางด้านผู้ใกล้ชิดในวงการเปิดเผยว่า จอนจีฮยอน รู้สึกว่าเธอถูกคุกคามสิทธิ์เสรีภาพส่วนตัวจากการดักฟังทางโทรศัพท์ ตั้งแต่เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาและได้เข้าแจ้งกับทางตำรวจไว้เพื่อเป็นหลักฐาน อย่างก็ตามเธอไม่ได้มีเจตจำนงให้เปิดคดีเพื่อให้ทางตำรวจสืบสวนในเรื่องนี้แต่อย่างใด เพียงแต่เธอได้เปิดเผยถึงความต้องการที่จะไม่ต่อสัญญากับทางต้นสังกัด โดยจีฮยอนได้เข้าเซ็นสัญญากับ SidusHQ ตั้งแต่ตอนที่เธอเรียนอยู่ชั้นมัธยมเมื่อวัย 17 ปี ซึ่งนั่นเป็นเวลามากกว่า 10 ปีมาแล้ว

Continue Reading
You may also like...
Click to comment

Leave a Reply

More in KOREA

To Top