Connect with us

PINGBOOK

KOREA

“เอ็ม พิคเจอร์ส” เชิญชมเบื้องหลังงานสร้าง…สุดยอดภาพยนตร์เกาหลีแห่งปี King and the Clown (กบฏรักจอมแผ่นดิน) ภาพยนตร์เข้าชิงรางวัล ออสการ์ ปี 2006 (2006-12-01)

“เอ็ม พิคเจอร์ส”  เปิดตัวสุดยอด “นักแสดงนำ” ผู้เขย่าบัลลังก์แดนโสม!!!
 กับ สุดยอดภาพยนตร์เกาหลียอดเยี่ยมแห่งปี!!!
ได้รับเกียรติเป็นตัวแทน “ภาพยนตร์เกาหลี” เข้าชิงรางวัล “ออสการ์” ประจำปี 2006
“King and the Clown” (คิง แอนด์ เดอะ คลาวน์)
“กบฏรักจอมแผ่นดิน”
สร้างปรากฏการณ์…ทำรายได้รวมสูงสุดตลอดกาล!!!
สร้างสถิติคนดู 12.7 ล้านคน ในเกาหลี!!!!


พบเบื้องหลังงานสร้างได้ในรายการ “เจาะโลกมายาสเปเชียล”
วันอังคารที่ 5 ธันวาคม 2549  เวลา 23.55 น. ทางช่อง 7





“King and the Clown” หรือ “กบฏรักจอมแผ่นดิน” http://www.kingsman.co.kr/  กำกับโดย “ลี จุน อิก” (Once Upon A Time In A Battlefield (Hwangsanbul)) นำแสดงโดย “ลีจุนกิ” (หนุ่มหน้าสวย พรีเซนเตอร์ฟุตบอลโลกปี 2006), “คัมวูซุง” (A Bold Family, R – Point, Spider Forest), “จุงจินยอง” (Guns & Talks, The Ring Virus, A Promise), “คังซุงยอง” (Short Time) ถูกเสนอชื่อเข้าชิงถึง 15 รางวัล ในเทศกาลภาพยนตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของเกาหลี Daejong Film Festival (งานแพกซังเยซุลแทซัง ครั้งที่ 43) และ สามารถคว้ารางวัลมาถึง 9 รางวัล ดังต่อไปนี้ 1.รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, 2.รางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, 3.รางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม, 4.รางวัลเพลงประกอบยอดเยี่ยม, 5.รางวัลออกแบบฉากยอดเยี่ยม, 6.รางวัลกำกับการแสดงยอดเยี่ยม “ลีจุนอิก”, 7.รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม “คัมวูซุง” (รับบท จางซัง), 8.รางวัลนักแสดงดาวรุ่งชายยอดเยี่ยม “ลีจุนกิ” (รับบท กองกิ), 9.รางวัลนักแสดงสนับสนุนชายยอดเยี่ยม “จุงจินยอง” (รับบท กษัตริย์ยองซัน)…คว้ารางวัลล่าสุดจากงานเทศกาลภาพยนตร์ประจำชาติของแดนกิมจิ Korea Film Awards ครั้งที่ 5 “ลีจุนกิ” ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายดาวรุ่งยอดเยี่ยมไปครอง…นอกจากนี้สมาพันธ์ภาพยนตร์เกาหลีประกาศให้ภาพยนตร์เรื่อง “King and the Clown” เป็นตัวแทนของภาพยนตร์เกาหลี เข้าชิงรางวัล “ออสการ์” สาขา “ภาพยนตร์ต่างประเทศ” ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 79  ซึ่งจะประกาศผลในต้นปี 2007…


ตัวภาพยนตร์นำเค้าโครงเรื่องมาจากบทละครที่ได้รับคำชมที่ชื่อ Yi บทละครที่ได้รับคำชมอย่างมาก และได้รับรางวัลตั้งแต่เปิดการแสดงครั้งแรกในปี 2000 ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องจริงของ กษัตริย์ยองซัน ราชาจอมกดขี่ของอาณาจักรโจซุน และนักแสดงตลกในวังสุดโปรดของเขาที่ชื่อ กองกิ พร้อมด้วยตัวละครอื่นๆ เช่น หัวหน้านักแสดงตลกที่ชื่อ จางซัง ตัวภาพยนตร์เป็นมากกว่าละครโดยการปรับฉาก และบทพูดของงานในต้นฉบับจริงที่ว่าวลีคำว่า “เหมือนละคร” ถูกใช้ในความหมายด้านลบที่ว่า “เกินจริง” แต่เรื่อง King and the Clown ได้เปลี่ยนความหมายของวลีนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ “เหมือนละคร” ในความรู้สึกที่ว่ามันมีแรงดึงดูดมากจนไม่มีเวลาตั้งคำถามถึงความสมจริง


“King and the Clown” หรือ “กบฏรักจอมแผ่นดิน” ย้อนไปสู่บรรยากาศของประเทศเกาหลี เมื่อ 500 ปีที่ผ่านมา ในช่วงปี 1500 ราชวงศ์โจซุน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว “ความรัก-โลภ-เกลียด-หลง” ผ่านหน้ากากชีวิตของผู้ชาย 3 คน จางซัง (คัมวูซุง) และ กองกิ (ลีจุนกิ) 2 นักแสดงละครเร่ที่เป็นเพื่อนร่วมงานและเพื่อนแท้  ด้วยความโกรธที่กองกิมักถูกขายร่างกายให้ขุนนางชั้นสูง ทั้งคู่จึงหนีไปกรุงโซลเพื่อแสดงละครเร่  การแสดงของทั้งคู่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะการแสดงตลกล้อเลียน กษัตริย์ยองซัน (จุงจินยอง) ในที่สุดก็ถูกจับในข้อหาลบหลู่เบื้องสูง นักแสดงทั้งหมดถูกลงโทษ “ประหารชีวิต” เว้นแต่จะสามารถทำให้ กษัตริย์ยองซันหัวเราะออกมาได้ถึงจะรอดชีวิต เมื่ออยู่ต่อหน้าพระพักตร์สมาชิกทั้งหมดกลับไม่กล้าแสดง เว้นแต่กองกิที่แสดงบทบาทหญิงสาวได้อย่างสนุกและแสนขบขัน ทำให้กษัตริย์ยองซันถูกพระทัยและทรงพระสรวลออกมา พร้อมเอ่ยปากให้รับเข้ามาเป็น “ตลกหลวง” ในพระราชวัง ในที่สุดกองกิได้กลายเป็นคนโปรดของกษัตริย์ยองซัน และถูกเรียกพบเป็นการส่วนตัวทุกคืน ในขณะที่การแสดงหน้าพระที่นั่งเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงละครตอนสำคัญที่เกี่ยวกับการเผยปมการตายที่แท้จริงแห่งมารดาของกษัตริย์ยองซัน   ความเจ็บปวดจากความจริงยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ตัวกษัติรย์ยองซันเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้และต้องฆ่าคนทุกครั้งที่ดู ทำให้จางซังตัดสินใจจะออกจากพระราชวัง แต่กองกิกลับอยากอยู่ต่อ เพราะรู้สึกสงสารและเห็นอกเห็นใจในตัวกษัตริย์ยองซัน  บทบาทเวทีชีวิตของ “กษัตริย์ยองซัน – กองกิ – จางซัง”  ยังไม่ปิดฉากลง “โศกนาฏกรรมชีวิต” ที่พวกเขาเป็นผู้เลือกแสดงเอง กำลังรอคอยพวกเขาอยู่!!!


ภาพยนตร์ “King and the Clown” หรือ “กบฏรักจอมแผ่นดิน” เป็นภาพยนตร์ที่แจ้งเกิดให้กับนักแสดงนำ อย่าง ลีจุนกิ นักแสดงหนุ่มหน้าหวาน ด้วยวัยเพียง 25 ปี ที่เพิ่งจะเข้ามาแสดงภาพยนตร์เป็นเรื่องแรกจากบท “กองกิ” นักแสดงตลกหน้าสวยแต่เต็มไปด้วยความเศร้า กลายเป็นนักแสดงที่ถูกคนเกาหลีดาวน์โหลดข้อมูลจากอินเตอร์เนตสูงสุด เป็นเวลา 11 วัน ติดต่อกัน และกวาดรางวัลนักแสดงหน้าใหม่จากบทบาทของกองกิแทบทุกสถาบันที่จัดขึ้นในเกาหลี ทำให้เขากลายเป็นนักแสดงดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดของเกาหลีในปัจจุบัน ลีจุนกิ กล่าวถึงการก้าวเข้ามาเป็นนักแสดงดาวรุ่งหน้าใหม่ว่า “ผมกลัวการพูดถึงตัวเองในฐานะนักแสดง   เพราะการแสดงยังคงเป็นสิ่งที่ผมต้องการเรียนรู้ ผมมีความสุขที่คนเริ่มรู้จักผมในฐานะนักแสดงหน้าใหม่ที่มีความสามารถ สำหรับบทกองกิในตอนแรกที่ผมรับเล่น ผมรู้สึกกังวลและกลัวว่าผมจะแสดงได้ไม่ดีเท่าที่ผมและทุกคนอยากจะให้มันเป็น แต่ผลสุดท้ายผมซึมซับกับบทบาทตัวละครอย่างมากซะจนกระทั่งผมมีชีวิตอยู่แบบกองกิตลอดเวลา ผมรู้สึกเหมือนว่าผมได้เรียนรู้ความหมายของชีวิตผ่านตัวกองกิ” 


ทางด้านเพื่อนรักของกองกินั่นคือ “จางซัง” ได้นักแสดงมากฝีมือ “คัมวูซุง” (A Bold Family, R – Point, Spider Forest) มารับบทนี้ไป ด้วยประสบการณ์การแสดงมากกว่า 15 ปี สำเนียงต่างจังหวัดที่โด่ดเด่นเป็นพิเศษ ทำให้ภาพยนตร์มีความสมจริงมากยิ่งขึ้น คัมวูซุง เล่าถึงการเตรียมตัวแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ผมทำงานอย่างหนักเพื่อให้แสดงบทจางซังได้ดีที่สุด ผมต้องเรียนรู้ทักษะการแสดงตามประเพณีก่อนจะแสดง 2 เดือน เพราะมีหลายฉากที่เกี่ยวกับการแสดงกายกรรม เต้นระบำเชือก และระบำหน้ากาก มันทั้งยากและน่าสนใจในการเรียนทักษะใหม่ทั้งหมด แม้ว่าผมไม่ค่อยมีเวลา แต่มันมีความหมายสำหรับผมอย่างมากในการแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมไม่รู้ว่าผมจะมีโอกาสทำงานในภาพยนตร์ที่ดีกว่านี้อีกหรือเปล่า”    คัมวูซุง กล่าวปิดท้ายว่า  “นี่เป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดที่ผมเคยแสดงมา” 


กษัตริย์ที่มีบทบาทสำคัญของโศกนาฏกรรมเรื่องนี้มากที่สุด กษัตริย์ยองซัน ราชาผู้น่าสงสารที่ต้องจมปลักอยู่กับอดีตในเหตุการณ์ที่แม่ถูกฆ่าตาย เขาได้เก็บกดอารมณ์เหล่านี้ไว้ในสีหน้าที่ดูเรียบเฉย แต่ดูเหมือนพร้อมที่จะระเบิดความบ้าคลั่งได้ตลอดเวลา ได้นักแสดงเจ้าของรางวัลนักแสดงสมทบยอดเยี่ยม จากเรื่อง A Promise ในเทศกาล Daejong Film Festival ครั้งที่ 36 “จุงจินยอง” (Guns & Talks, The Ring Virus, A Promise) มารับบทบาทที่น่าจดจำนี้ไปครอง จุงจินยอง บอกถึงตัวแสดงนี้ว่า “ผมไม่ได้กังวลเกี่ยวกับกษัตริย์ยองซันแบบที่คนอื่นเคยคิดเอาไว้ เขาไม่เหมือนกษัตริย์องค์อื่นๆ เขามีความบ้าคลั่งในบุคลิกของเขาเอง ในภาพยนตร์ไม่ได้พูดถึงประวัติชีวิตของเขามากนัก ผมแค่ทำตามบทที่ผู้กำกับมีให้ แล้วก็แสดงไปให้เต็มที่ ซึ่งนั่นเป็นงานที่เหนื่อยมาก แต่มันก็ค่อยๆ เป็นไปตามวิถีทางที่หนังควรจะเป็น แล้วผลก็ออกมาดีมาก ผมภูมิใจที่ได้เล่นบทนี้”


พระสนม “ชางนอกซุ” สตรีเพียงคนเดียวที่เป็นตัวแสดงความโลภและไขว่คว้าได้ชัดเจนที่สุด เชื่อกันว่าเธอเป็นที่ต้องตาต้องใจของพระราชาเพราะความงาม ความช่างเอาใจ และเสน่ห์อันแพรวพราว แรกเริ่มเธอเป็นเพียงแม่บ้านธรรมดา เพื่อหนีจากชีวิตขัดสนเธอจึงต้องแต่งงานหลายครั้ง จนในที่สุดได้เข้ามาเป็นพระสนมของกษัตริย์ยองซัน ได้ดาราที่มีผลงานการแสดงทางโทรทัศน์มากที่สุดคนหนึ่งของวงการละครเกาหลี และนี่คือภาพยนตร์เรื่องที่สองของเธอ “คันซุงยอง” (Short Time) เธอกล่าวถึงตัวละครนี้ว่า “พระสนมชางนอกซุ เป็นพระสนมที่สนิทกับกษัตริย์ยองซันมากที่สุด ดังนั้นเมื่อกองกิกลายมาเป็นคนสนิทแทนเธอ เธอจึงอิจฉาและโกรธกองกิมาก ฉันพยายามไม่คิดว่าจะต้องแสดงออกมาเป็นแบบไหน แต่จะทำให้เป็นไปตามบทที่ฉันมีอยู่ มันทำให้ฉันไม่กังวลจนเกินไป นั่นทำให้ฉันแสดงได้อย่างลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ” 


“King and the Clown” (คิง แอนด์ เดอะ คลาวน์)
“กบฏรักจอมแผ่นดิน”


7  ธันวาคม 2549
เฉพาะโรงภาพยนตร์  “พารากอน ซีนีเพล็กซ์”  และ “แกรนด์อีจีวี” (สยามดิสคัฟเวอร์รี่)  เท่านั้น!!!

Continue Reading
You may also like...
Click to comment

Leave a Reply

More in KOREA

To Top