Connect with us

PINGBOOK

KOREA

SM แถลงข่าวคดีความขัดแย้ง 3 สมาชิก ดงบังชินกิ (TVXQ!) เผย ‘ชนวนเหตุคือบริษัทเครื่องสำอาง พร้อมรอคำตอบการคัมแบ็ค TVXQ! ถึง 12 พ.ย.นี้’ (2009-11-02)

2 พฤศจิกายน 2552 เวลา 15.00 น. อาคาร 63 Building ยออีโด กรุงโซล ทีมจาก SM Entertainment เปิดห้องแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ประเด็นเกี่ยวข้องกับคดีความระหว่าง SM Entertainment (ต้นสังกัด) และ 3 สมาชิกดงบังชินกิ (Dong Bang Shin Ki, TVXQ!) ประกอบไปด้วย ยองอุงแจจุง, มิคกี้ยูชอน และ เซียจุนซู


โดยในวันนี้ประธาน SM อย่าง คิมยองมิน ได้เปิดเผยว่า “สำหรับชนวนเหตุของคดีความในครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสัญญาผูกขาดหรือสัญญาทาสแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องของการที่ 3 สมาชิกได้ตัดสินใจเข้าไปลงทุนในธุรกิจเครื่องสำอางจากการถูกยั่วยวนจากเม็ดเงินโดยไม่ได้ผ่านการปรึกษากับทางบริษัทก่อน” เขากล่าว


ในวันนี้กับงานแถลงข่าว SM Entertainment ยังได้เปิดเผยว่าทางบริษัทเตรียมยื่นเรื่องคัดค้านมติของศาลที่สั่งให้มีการลบล้างข้อความบางส่วนในสัญญาผูกขาดให้พวกเขาได้เป็นอิสระอีกด้วยเช่นเดียวกัน


ประธานคิมเปิดเผยว่า “เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2552 ทั้ง 3 สมาชิกบางกับทางเราว่าพวกเราจะเดินทางไปพักผ่อนยังประเทศจีนซึ่งความจริงแล้วพวกเขาได้ไปนัดพบกับบริษัทผลิตเครื่องสำอางเพื่อพูดคุยในเรื่องการลงทุนซึ่งเราได้ทราบจากรูปภาพที่ถ่ายมาจากงานในครั้งนั้น สำหรับรูปนี้ได้กลายเป็นปัญหาอยากมากในภายหลังผ่านการแพร่กระจายไปในเว็บพอร์ทัลของประเทศจีน สามสมาชิกได้มีการแลกนามบัตรกับประธานบริษัทนั้นในประเทศจีนด้วยเช่นกัน”


ประธานคิมกล่าวต่อ “และจนกว่าคำตัดสินอันสิ้นสุดของศาลจะออกมา ทำให้ 3 สมาชิกจะสามารถทำกิจกรรมส่วนตัวได้ชั่วคราวในขณะนี้ แต่สำหรับสิทธิ์ในการทำกิจกรรมในฐานะของดงบังชินกิจะต้องอยู่ภายใต้บริษัทนี้(SM)เท่านั้น” เขากล่าว


นอกจากนี้ SM ยังได้พูดในประเด็นเกี่ยวกับระยะเวลาของสัญญาด้วย โดยกล่าวว่าพ่อแม่ของทั้ง 5 สมาชิกได้รับทราบเงื่อนไขต่างๆคือเดิมทีสัญญานี้มีระยะเวลา 10 ปีแต่ภายหลังที่ได้มีการพูดคุยกันจึงขยายออกมาอีก 3 ปี เขากล่าว “พ่อแม่ของสมาชิกทั้งหมดเห็นด้วยกับสัญญาในครั้งนี้ ตอนนั้นแผนการที่เราจะส่งดงบังชินกิให้เป็นศิลปินเบอร์หนึ่งของเอเชียนั้นมีความชัดเจนมาก ซึ่งทางด้านพ่อแม่ของสมาชิกก็ให้การสนับสนุนเรา ส่วนทางด้านเราเองก็ได้ใช้เม็ดเงินลงทุนอย่างต่อเนื่องในกลุ่มศิลปินนี้” กล่าวต่อ “เพื่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับพวกเขาและครอบครัวเราได้ใช้เม็ดเงินลงทุนในตลาดญี่ปุ่นกว่า 4 พันล้านวอน ถึงแม้ว่า SM จะมีสถานะทางการเงินที่แย่มากในเวลานั้น”


เขากล่าว “หลังจากที่เดบิวในตลาดญี่ปุ่นได้ 5 ปีจนถึงตอนนี้ เราคิดว่าเราประสบความสำเร็จในตลาดญี่ปุ่น” พร้อมกล่าวปิดท้าย “บางคนเพียงแค่เห็นตัวเลขสัญญา 13 ปีแต่กลับเอามาพูดถึงความไม่ยุติธรรมนั้นมันดูไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย”


ประธานคิม “เดิมทีเราวางแผนให้ดงบังชินกิคัมแบ็คในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ด้วยเหตุนี้เราจะให้เวลาสำหรับ 3 สมาชิกจนถึงวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ เพื่อเรียกร้องถึงคำตอบที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้” เขากล่าวพร้อมปิดการแถลงข่าวลงในทันที


อนึ่ง นอกจากการแถลงข่าวจากทีมผู้บริหารแล้ว ต้นสังกัดได้นำเอกสารพร้อมลายเซ็นของสองสมาชิกอย่าง ยูโนยุนโฮ และ ชิมชางมิน ที่ไม่ได้เข้าร่วมในคดีความครั้งนี้ มาเปิดเผยกับสื่อมวลชนอีกด้วย


จองยุนโฮ และ ชิมชางมิน เผยเอกสารพร้อมข้อความ “หลังจากที่ 3 สมาชิกได้ยื่นเรื่องคดีความต่อศาลจนทำให้ทุกฝ่ายต่างสงสัยและมีคำถามเป็นอย่างมากว่าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นได้อย่างไร” กล่าวต่อ “ถ้าให้พูดแบบสั้นๆคือสมาชิกทั้ง 3 คนได้เปลี่ยนไปหลังจากที่เริ่มเข้าไปลงทุนในธุรกิจเครื่องสำอาง”


ในเอกสารกล่าว “ถึงแม้ว่าเราจะไม่รู้เรื่องราวทางโลกมากนัก แต่เราคิดว่าด้วยสามัญสำนึกโดยทั่วไปแล้ว เมื่อบริษัทเครื่องสำอางต้องการทำธุรกิจกับ ดงบังชินกิ ก็น่าจะต้องปรึกษากับ SM Entertainment เป็นอันดับแรก” เสริม “อย่างไรก็ตาม ทางนั้นไม่ได้ปรึกษากับบริษัทและได้ติดต่อกับสมาชิกแต่ละคนเป็นการส่วนตัว ทำให้เราคิดว่าธุรกิจครั้งนี้เป็นการกระทำในแบบที่ใช้ทางลัด และที่เราไม่ได้สามารถเข้าร่วมในธุรกิจในครั้งนี้ นั่นเป็นเพราะเราทราบดีกว่าการเข้าไปทำธุรกิจกับบริษัทเครื่องสำอางโดยไม่ผ่าน SM Entertainment จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ในภายหลัง”


กล่าวต่อ “อีกทั้งเราไม่อยากจะให้ความพยายามที่ผ่านมาอย่างยากลำบากรวมถึงความภาคภูมิและภาพลักษณ์ของ ดงบังชินกิ ต้องสูญเปล่าไปจากการเข้าร่วมลงทุนในธุรกิจเครื่องสำอางในครั้งนี้” เสริม “เราไม่รู้ว่าทั้งสามคนได้สัญญาอะไรไว้กับการร่วมธุรกิจในครั้งนี้ หรืออะไรที่พวกเขาได้มีการพูดคุยเอาไว้ เราไม่รู้ว่าพวกเขาได้เงินจากการเข้าร่วมธุรกิจเครื่องสำอางค์ในครั้งนี้มากเพียงใดรวมถึงเงินที่จะสามารถทำได้ อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถทิ้งความฝันตลอดกว่า 5 ปีที่ผ่านมาจนได้เป็นดงบังชินกิในวันนี้ ให้ถูกทำลายลงจากการกระทำอันไม่สมควรของสมาชิก ด้วยการเข้าไปร่วมลงทุนในธุรกิจเครื่องสำอางในครั้งนี้”


ทั้งสองหนุ่มกล่าว “สำหรับดงบังชินกิในตอนนี้ มันเหมือนเป็นกับเป็นความฝันของเราและเราแทบจะไม่เชื่อ รวมถึงน่าเสียดายที่เรื่องราวทั้งหมดได้เกิดขึ้นเพียงเพราะบริษัทเครื่องสำอาง และแม้ในตอนนี้ เราก็ยังหวังว่าทั้ง 3 สมาชิกจะสามารถหวนกลับไปยังช่วงเวลาแห่งความฝัน ก่อนที่จะเริ่มเข้าไปทำธุรกิจเครื่องสำอางได้อีกครั้ง”


ในขณะเดียวกันยังมีเอกสารอีกหนึ่งฉบับเช่นกัน กล่าว “พวกเราสมาชิกทั้ง 5 คนของดงบังชินกิได้เซ็นสัญญาฉบับเดือนกันและมีเงื่อนไขเหมือนกันตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ย้อนกลับไปช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเพื่อความฝันอันยิ่งใหญ่ของเราและบริษัท พวกเราได้ทำกิจกรรมด้วยความเชื่อใจกันมาตลอด” เขากล่าว “เรามีเรื่องที่อยากจะพูดเป็นจำนวนมากอย่างไรก็ตามในวันนี้จะออกมาพูดในเรื่องเฉพาะที่เกี่ยวกับดงบังชินกิเท่านั้น”


กล่าว “อย่างแรก เราได้รักษาสัญญากับทางบริษัทที่จะร่วมกันสร้างความฝันและอนาคตของพวกเขา ดงบังชินกิ ถูกสร้างขึ้นมาโดย SM Entertainment และในวันข้างหน้าเราก็จะทำกิจกรรมในฐานะของ ดงบังชินกิ ภายใต้ SM Entertainment” กล่าวต่อ “อีกทั้งจนถึงแม้ในทุกวันนี้ผมก็คิดว่าไม่มีบริษัทใดที่สามารถสร้างดงบังชินกิได้อย่างในทุกวันนี้ เพราะ SM Entertainment เป็นบริษัทที่สามารถจัดเตรียมงานและมีการจัดการที่ยอดเยี่ยมที่สุด และเรื่องที่บริษัทรู้จักดงบังชินกินดีที่สุดและสร้างดงบังชินกิให้ยอดเยี่ยมที่สุดนั้น ทั้ง 3 สมาชิกก็คงจะต้องรับรู้ได้เป็นอย่างดี สำหรับพวกเราแล้วนอกจากเหตุผลเหล่านั้น เพื่อเป็นการรักษาสัญญา เราจะคงอยู่กับ SM ต่อไปและไม่มีความคิดที่จะทำกิจกรรมในฐานะ ดงบังชินกิ ในบริษัทอื่นแต่อย่างใด”


กล่าวปิดท้าย “สำหรับพวกเราอนาคตที่ยิ่งใหญ่ของดงบังชินกิจะต้องร่วมเดินไปพร้อมกับ SM ก่อนหน้าที่อนาคตของดงบังชินกิจะเลือนลางเช่นนี้ เราได้วางแผนที่จะกลับมาพร้อมกับผลงานเพลงชุดใหม่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ซึ่งผมคิดว่าตอนนี้เราก็เตรียมตัวกันล่าช้าไปกว่า 6 เดือนแล้ว ซึ่งถ้าทั้ง 3 สมาชิกต้องการทำกิจกรรมในฐานะดงบังชินกิจริงๆแล้ว พวกเขาก็ควรตัดสินใจก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”


อีกทั้งทางด้านผู้ปกครองของทั้ง จองยุนโฮ และ ชิมชางมิน ก็ได้ออกมาเปิดเผยในเอกสารอย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังจากเกิดคดีเมื่อเดือนกรกฏาคม เพื่อเป็นการยืนยันเรื่องราวทั้งหมดอีกด้วยเช่นกัน










Continue Reading
You may also like...
Click to comment

Leave a Reply

More in KOREA

To Top