Connect with us

PINGBOOK

KOREA

3 หนุ่ม ดงบังชินกิ (TVXQ!) และ SM กรณีศาลนัดไต่สวนคดีความเป็นครั้งแรก (21 สิงหาคม) (2009-08-21)

21 สิงหาคม 2552 ศาลกลางกรุงโซล ห้องพิจารณาคดี 358 ได้นัดไต่สวนครั้งแรกในคดีระหว่าง 3 สมาชิก ดงบังชินกิ (TVXQ!) และต้นสังกัด SM Entertainment ในกรณีของคดีความที่ทั้ง 3 สมาชิกยื่นคำร้องให้ศาลสั่งสิ้นสุดการบังคับใช้สัญญากับทางต้นสังกัด


ในวันนี้ทางด้านทนายความของ SM ได้ยืนยันว่า เมื่อวันที่ 15 กรกฏาคมที่ผ่านมา ทางต้นสังกัดได้ชำระเงินล่วงหน้าให้กับ เซียจุนซู เป็นเงินทั้งหมด 45 ล้านวอน (1.22 ล้านบาท) และจากคำพูดนี้เองทำให้สำนักกฏหมายของทั้ง 3 สมาชิกออกมาเปิดเผยว่า "ลูกความของเราเปิดเผยว่าเรื่องที่ SM ยืนยันเรื่องเงินล่วงหน้านั้น ไม่เป็นความจริงครับ" เขากล่าวปฏิเสธ


อีกทั้งในกรณีที่ศาลได้ชี้แนะให้มีการตกลงกันนอกรอบนั้น เขาเผย "ลูกความของเราบอกมาว่าถ้าไม่มีการเปิดเผยทั้งเรื่องสัญญาและตัวเลขรายได้อย่างเป็นทางการ พวกเขาก็คิดว่าการที่จะมานั่งพูดคุยกันคงเป็นไปได้ยากครับ ยังไงทางเราก็เรียกร้องให้มีการเปิดเผยสัญญาที่เกี่ยวข้องออกมาครับ" เขากล่าว


ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 สิงหาคม 2552 เวลา 10.20 น. ถึงแม้ทั้งสองฝ่ายจะเปิดเผยจุดยืนตรงกันว่า "ไม่ต้องการให้มีการยุบวง" ซึ่งเป็นเพียงในทางทฤษฎีเท่านั้น แต่เมื่อถึงเวลาจริงการออกมาตอบโต้ของแต่ละฝ่ายในการไต่สวนครั้งแรกก็ทำให้ห้องไต่สวนนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศมาคุ


โดยในวันนี้ทั้งฝ่าย 3 สมาชิก ดงบังชินกิ และ SM Entertainment ต้นสังกัดก็ยังคงมีความเห็นไม่ตรงกันโดยยืนพื้นมาจากเรื่องราวก่อนหน้านี้เช่นเดิม ทางด้าน SM เน้นประเด็นไปที่เรื่องของธุรกิจเครื่องสำอางค์จากสมาชิกทั้ง 3 คน ในขณะเดียวกันทางด้านสมาชิกทั้ง 3 ก็เน้นไปในประเด็นเรื่องของสัญญาที่ไม่เป็นธรรม


ทนายความฝ่าย SM เปิดเผยต่อศาลว่า "ในกรณีของค่าปรับที่เกิดจากการประเมินเม็ดเงินที่มีการสูญเสียไปจากงานและการที่ศิลปินต้องการยกเลิกสัญญา จะประกอบไปด้วยจำนวนเงินเฉพาะในเกาหลี 8 พันล้านวอน (217 ล้านบาท) และจำนวนเงินในต่างประเทศอีก 1.5 หมื่นล้านวอน (408 ล้านบาท) อีกทั้งนี่ยังไม่รวมที่คดีนี้ได้ทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทเสียหายอีกด้วย" อีกทั้ง สำหรับสถานการณ์ในขณะนี้ประเด็นหลักคือปัญหาเรื่องธุรกิจเครื่องสำอางค์ แต่มีการนำไปโยงในเรื่องของสัญญาที่ไม่เป็นธรรมเพื่อนำคดีเข้าสู่ชั้นศาล


ทางด้านทนายฝ่าย 3 หนุ่ม ดงบังชินกิ เปิดเผยถึงความไม่ยุติธรรมในสัญญากล่าว "เหตุผลที่เราต้องร้องขอให้ศาลสั่งระงับสัญญานั้น เนื่องจากระยะเวลาที่ยาวนานกว่า 13 ปีและเรื่องส่วนแบ่งรายได้ที่ไม่โปร่งใส" เขากล่าวอย่างหนักแน่น ในขณะเดียวกัน SM มีความเห็นว่า "เมื่อรวมถึงระยะเวลาในการทำกิจกรรมในต่างประเทศ และเม็ดเงินที่ใช้ในการลงทุน ระยะเวลา 13 ปีถือว่าไม่ได้ยาวนานเกินไป อีกทั้งสมาชิกแต่ละคนก็ยังได้ลงชื่อรับทราบถึงจำนวนเงินในใบเสร็จด้วยตนเองอีกด้วย" เขากล่าว


ในกรณีของธุรกิจเครื่องสำอางค์ของสามสมาชิก ทางฝั่งดงบังชินกิก็ได้กล่าวด้วยว่า "SM ชอบนำเรื่องเครื่องสำอางค์มาเป็นประเด็นซึ่งจริงๆแล้วปัญหานี้ไม่ได้มีแก่นสารใดๆเลย" เสริม "ถึงแม้ว่าสมาชิกจะใช้เงินลงทุนในธุรกิจของตนเองก็จริงแต่ว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการทำกิจกรรมในฐานะคนบันเทิงแต่อย่างใด" เขากล่าว ในกรณีนี้ SM เผย "เรื่องการลงทุนในธุรกิจเครื่องสำอางค์นั้นมันไม่ได้เป็นไปแบบง่ายๆ โดยเฉพาะพวกเขาได้ไปเข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆของบริษัทเครื่องสำอางค์ รวมถึงยังได้ใช้ภาพของสมาชิกในเว็บไซต์ของตัวเอง ซึ่งนั่นมันละเมิดข้อสัญญาของเรา อีกทั้งเรายังคิดว่านั่นอาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสมาชิกด้วย ด้วยเหตุนี้ทางด้าน SM จึงได้เรียกร้องเพื่อเข้าควบคุมสิ่งเหล่านี้"


ในขณะที่ทางฝ่าย 3 สมาชิกดงบังชินกิยังได้ยกตัวอย่างเรื่องในอดีตอย่างชินฮวามากล่าวด้วยว่า "ถึงแม้ว่าชินฮวาจะเปลี่ยนต้นสังกัดไป แต่พวกเขาก็ยังสามารถทำกิจกรรมเป็นกลุ่มได้เหมือนเดิม พวกเราไม่ต้องการที่จะแยกหรือยุบวงแต่อย่างใด" จากคำกล่าวที่ว่านี้ทำให้อาจมองได้ถึงการต้องการย้ายออกจากต้นสังกัดนั่นเอง ส่วนทางด้าน SM กล่าว "อย่างในกรณีนี้มูลค่าความเสียหายของธุรกิจต่างประเทศ จะอยู่ที่ประมาณ 1.6 หมื่นล้านวอน อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์และความรักที่ SM มีให้ดงบังชินกินั้นค่อนข้างลึกซึ้ง ซึ่งทางเราก็หวังว่าเราจะสามารถยุติคดีความนี้ให้เร็วที่สุดและหวังว่าจะได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งหนึ่ง" เขากล่าวต่อศาลเพื่อหวังประสานบาดแผลความขัดแย้งที่เกิดขึ้นต่อกัน


พัคบยองแด ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ เปิดเผยว่า "นอกจากเรื่องเงิน แล้วยังมีเรื่องของความรับผิดชอบต่อแฟนๆ รวมถึงสมาชิกที่เหลืออีก 2 คนก็ต้องให้ความเป็นธรรมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาด้วย" เสริม "ถ้าทั้งสองฝ่ายหันหน้าเข้าหากันปัญหาต่างๆเหล่านี้ก็จะยุติลงได้ด้วยดี แต่ถ้าจะไม่มีการหันหน้าเข้าหากัน ก็ควรจะไตร่ตรองให้ดีเช่นกัน"


ทางด้านผู้เกี่ยวข้องในวงการเพลงเปิดเผยว่า "ในเมื่อศาลท่านแนะนำให้กลับไปตกลงกันก็มีโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะกลับมาพูดคุยกันอีกครั้งอยู่เหมือนกันครับ" เสริม "ทางด้านดงบังชินกิเองก็บอกไว้แล้วว่าเขาไม่อยากที่จะให้สถานการณ์มันเลวร้ายถึงขนาดที่ต้องแยกหรือยุบวง ผมจึงคิดว่าโอกาสที่จะกลับมาปรองดองกันด้วยดีอีกครั้งนั้นก็เป็นไปได้ครับ" เขากล่าวให้ความเห็น


แต่คนในวงการอีกด้านหนึ่งกล่าว "เรื่องที่บอกว่าจะไม่แยกหรือไม่ยุบนี่เราก็เห็นอยู่แล้วว่าทั้งสองฝ่ายพูดมาตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอครับ" เสริม "ขนาดในวันไต่สวนครั้งแรกนี้ทั้งสองฝ่ายยังมีมุมมองไม่ตรงกันเลยสักนิด ผมคิดว่าความเห็นของทั้งสองฝ่ายคงไม่มาบรรจบกันได้อย่างง่ายๆหรอกครับ" นี่คือความเห็นอีกมุมมองหนึ่ง


และถ้าหากไม่มีการตกลงกันได้ในระยะเวลานี้ การพิจารณาคดีจะมีขึ้นอีกครั้งในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า คือในวันที่ 11 กันยายน โดยทางศาลได้ร้องขอให้คู่กรณีส่งหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาทางคดีความต่อไป


ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา แฟนคลับกว่า 120,000 คนได้ร่วมลงชื่อในคำร้องและยื่นต่อศาลกรณีคดีพิพาทระหว่างดงบังชินกิและ SM Entertainment อีกเช่นเดียวกัน


อนึ่ง 3 สมาชิก ดงบังชินกิ ประกอบไปด้วย เซียจุนซู ยองอุงแจจุง และ มิคกี้ยูชอน ได้ยื่นเรื่องคดีความต่อศาลกลางกรุงโซลไปเมื่อวันที่ 31 กรกฏาคมที่ผ่านมา ในกรณีที่พวกเขาต้องการให้ศาลสั่งระงับสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ระหว่างตัวเขาและต้นสังกัด SM Entertainment นั่นเอง

Continue Reading
You may also like...
Click to comment

Leave a Reply

More in KOREA

To Top