Connect with us

PINGBOOK

INTER

[เพิ่มคลิบ] DVICIO ซึ้งขั้นสุด !!! หลั่งน้ำตาในงาน TOYOTA PRESENTS DVICIO VOLVEMOS IN BANGKOK 2017

383 วันที่ได้กลับมาเจอกัน DVICIO ซึ้งขั้นสุด !!! หลั่งน้ำตาในงาน TOYOTA PRESENTS DVICIO VOLVEMOS IN BANGKOK 2017

ฟินกันถึงขีดสุดกับการกลับมาของ DVICIO เดบีซิโอ้ (อ่านออกเสียงตามภาษาสเปน) หนุ่มสเปนสุดหล่อมากความสามารถทั้ง 5 นำทีมโดย อันเดรส เซบาโยส (ร้องนำ), มาร์ติน เซบาโยส (เบส), อัลเบร์โต กอนซาเลซ หรือ มิสซิส’ (กีต้าร์), นาโช่ โกโตร์ (กีต้าร์) และ ลูอิส กอนซัลโบ (กลอง) ในคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้ง TOYOTA PRESENTS DVICIO VOLVEMOS IN BANGKOK 2017 (โตโยต้า พรีเซ็นต์ เดบีซิโอ้ โบลเบโมส อิน แบงค็อก 2017) ที่ผู้จัดคนเดิม BeUS Production จัดมาเสิร์ฟถึงกรุงเทพให้อีกครั้งเมื่อวันเสาร์ 15 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ณ เมืองไทย จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ เฮ้าส์ เซ็นทรัลเวิลด์

เปิดฉากคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งสุดพิเศษครั้งนี้ด้วยการปรากฏตัวของหนุ่มๆทั้ง 5 คนในชุดสีดำลุคนักดนตรีสุดเท่ที่ทยอยออกมาประจำตำแหน่งจับเครื่องดนตรีของตัวเอง พร้อมกับเพลงเปิดตัว Qué Tienes Tú  (เก เตียเนส ตู)  เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับได้สนั่นฮอลล์ แล้วต่อด้วยเพลง Justo Ahora (ฆูสโต อะโรรา) ที่ทำเอาแฟนๆบางกลุ่มลุกขึ้นเต้นพร้อมปรบมือตามจังหวะกันอย่างพร้อมเพรียง แล้วก็มันส์กันต่อกับเพลงจังหวะมันส์ๆอย่างเพลง Rebeldes  ( เรเบลเดส) ที่หนุ่มอันเดรสขอให้ทุกคนรวมพลังจับมือคนข้างๆ และกระโดดไปด้วยกัน ถึงขั้นทำเอาฮอลล์สะเทือน

จบเพลงก็ถึงเวลาทักทายและพูดคุยกับทั้ง 5 หนุ่ม บอกเลยว่าเป็นกันเองและน่ารักมาก เริ่มจากการไหว้ที่สวยงามอย่างไทย  ต่อด้วยหนุ่มๆแนะนำตัวว่าใครเป็นใครและมีตำแหน่งหน้าที่อะไรบ้างเป็นภาษาไทย แถมยังพูดภาษาไทยอย่างพร้อมเพรียงกันว่า ประเทศไทยพวกเรากลับมาแล้ว (รัวลิ้น รอเรือชัดมาก) ซึ่งหนุ่มๆก็อธิบายว่าเป็นประโยคที่ตรงกับชื่องานครั้งนี้ในภาษาสเปนว่า Volvemos แปลว่า”กลับมา” พร้อมกับสอนให้แฟนๆพูดสเปนตามด้วย จากนั้นก็ถึงช่วงถามคำถาม หนุ่มๆตอบกันได้น่ารักทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูอิส ที่บอกว่าถ้ามีอะไรจะขอแฟนชาวไทยได้หนึ่งข้อ สิ่งที่เขาจะขอนั้นคือ” อยากให้การมาประเทศไทยในครั้งนี้ไม่มีวันจบ และขอให้แฟนๆชาวไทยยังคงเป็นแฟนคลับพวกเขาตลอดไป” เรียกเสียงกรี๊ดกันไปดังๆอีกรอบ ที่เด็ดมากอีกข้อต้องอันเดรสกับที่มาของเพลงเพราะๆ “เวลาผมอกหักก็จะแต่งเพลงใหม่ออกมาเยอะมาก เพราะแบบนี้เลยต้องอกหักบ่อยๆ จะได้มีเพลงออกมาเยอะๆ” คำตอบนี้ทำเอาแฟนๆกรี๊ดหนักมากและที่ขาดไม่ได้ก็ต้องให้หนุ่มๆโชว์สกิลภาษาไทยกัน ที่ชัดเป๊ะจนต้องยกนิ้วโป้งให้อันเดรส เลย แถมกรี๊ดกันสนั่นสุดกำลัง เมื่อเขาพูดว่า “หากไม่มีเธอวันนั้นก็ไม่มีอันเดรสในวันนี้” เอาใจไปกันเลยค่า…..

จากนั้นกลับมาหลั่งอะดรีนาลีนกันต่อในช่วงคอนเสิร์ตดีๆดนตรีสดๆกับ5หนุ่มอีกครั้ง เริ่มด้วยเพลง 17 Años ก่อนจะต่อด้วยความพิเศษที่มีแค่ในประเทศไทยเท่านั้น คือการร้องเพลงไทย โดยเพลงแรกอันเดรส ให้แฟนๆช่วยร้องเพลง อยู่ต่อเลยได้ไหม ของ สิงโต นำโชค สลับกันคนละท่อนกัน เป็นการประสานงานประสานเสียงที่น่าปลื้มใจมาก แล้วก็ต่อกันกับเพลงไทยอีกเพลงของ โต๋ศักดิ์สิทธิ์ สักวันคงได้เจอ’ ซึ่งอันเดรส ฝึกมาดีมากร้องชัดมาก เป็นความพยายามเพื่อชาวไทยอย่างที่สุดจริงๆ  โดย อันเดรสได้เผยความรู้สึกว่า “พวกเรารู้สึกดีใจที่แฟนๆคนไทยชื่นชอบในเพลงสเปน   แม้ว่าจะไม่เข้าใจความหมายก็ตาม ก็เลยทำให้พวกเรารู้ว่าภาษาไม่ใช่เป็นอุปสรรคต่อกันเลย และจากเพลงทำให้พวกเราได้รับความรักมากมายของแฟนๆชาวไทยจนรู้สึกว่ามันamazingมาก และพวกเราให้สัญญาว่าถ้ากลับมาปีหน้า  พวกเราจะร้องเพลงไทยได้มากกว่านี้อีก  ต่อจากเวทีเพลงไทยที่จัดกันให้แฟนๆ ได้ฟินพริ้มกันไปแล้ว  พวกเขาก็ยังมีเพลงสนุกๆอาทิ Counting Stars  และเพลงสเปนๆร้องยาวติดต่อกันหลายเพลง  ทำเอาแฟนๆพร้อมใจลุกขึ้นร้อง ตบมือโยกตัวกันไปมา ซึ่งโมเมนต์แบบนี้ อันเดรส บอกว่ามันสำคัญต่อพวกเขามากจริงๆ และอยากให้พ่อแม่ได้เห็นความรักที่แฟนๆชาวไทยมอบให้  พวกเขาเลยพาพ่อแม่มาด้วยซึ่งเป็นการมาเมืองไทยครั้งแรก ทำเอาแฟนๆปรบมือต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนที่จะฟังเพลงเพราะๆNada ไปด้วยกัน   แล้วส่งท้ายช่วงนี้กับเพลง No Te Vas  (โน  เต  วาส) ที่ได้ featuringกับโต๋  ด้วยเพลงจังหวะสนุกๆทำเอาแฟนๆช่วยร้องและโบกมือจนจบเพลงกันอย่างสนุกสนาน

เพราะนี่เป็นทั้งคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้ง ดังนั้นจึงมีเกมสุดฟินมาให้แฟนๆที่โชคดีจากการแรนดอมตั้งแต่ตอนซื้อบัตรให้ร่วมสนุกกัน โดยเป็นเกม Selfie นี้พี่ขอรัว ใครที่ได้ขึ้นไปเล่นเกมนี้ต้องถือว่าแต้มบุญสูงมากๆ  เพราะนี่เป็นการเล่นเกมที่ฉีกกฎที่เคยเห็นมาแบบขั้นสูงสุด โดยที่ผ่านมาใกล้ชิดแบบสุดๆได้กอดนี่ก็กรี๊ดกันคอแทบแตกแล้ว  แต่นี่การกอดถือว่าธรรมดาสุดๆ เพราะเกมนี้หลังจากที่ได้ลุ้นว่าจะได้เล่นเกมกับใครแล้ว เมื่อเพลงดังขึ้นนาทีเซลฟี่ก็เริ่มขึ้น  งานนี้หนุ่มสเปนทั้ง5 อภิมโหฬารจัดเต็มสุดๆๆๆ เพราะแอดวานซ์ถึงขั้นอุ้ม คุกเข่า จุ๊บมือ ลงไปนอนคู่ และหอมแก้มเซลฟี่ด้วย ซึ่งผู้โชคดีของเราก็ไม่น้อยหน้าหอมกลับเซลฟี่ด้วย เรียกว่าเป็นนาทีที่ผู้โชคดีและหนุ่มๆกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันแบบไม่ผิดกติกาส่วนคนที่นั่งอยู่ด้านล่าง บ้างก็เขินอายแทน  บ้างตาร้อนผ่าว แต่ที่เหมือนกันคือพร้อมใจกรี๊ดด้วยความอิจฉาจ้า  แถมท้ายสุดในผู้โชคดีนั้นยังมีดับเบิ้ลเข้าไปอีกเพราะมีเพียงคนเดียวที่จะได้ถ่ายรูปกับ 5 หนุ่มพร้อมกัน แต่ถ่ายเฉยๆมันก็ธรรมดาไปหนุ่มๆก็เลยจัดการยืนร้องเพลงให้ฟังด้วย นับว่าสเปเชียลจริงๆ

ผ่านช่วงอิจฉาตาร้อนแล้วก็ถึงเวลาของแฮชแท็กไทยแลนด์แดนโปรเจกต์ที่จัดใหญ่จัดเต็มให้หนุ่มๆได้เซอร์ไพรส์กันเริ่มจากคลิปการรอคอยของแฟนๆชาวไทยถึง 383 วันเพื่อจะได้เจอหนุ่มๆอีกครั้งพร้อมกับชูแท่งไฟสีแดงอย่างพร้อมเพรียงทำเอาหนุ่มๆซึ้งสุดๆ แต่ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะแฟนๆมีเค้กสุดน่ารักแถมเสื้อ DVICIO Thailand ให้ทั้ง 5 หนุ่ม พอถึงเวลาบอกความในใจแฟนๆก็ชูป้ายโปรเจกต์อีกชิ้นหนึ่งที่บอกกว่า Amamos a dvicio (พวกเรารัก DVICIO) ทำเอานาโช่ที่กำลังจะพูดความในใจน้ำตาทะลักทลาย ส่วน ลูอิส ก็ได้แต่กล่าวขอบคุณ พร้อมน้ำตา ซึ่งดูจะอยากพูดอะไรมากกว่านี้แต่เขายอมรับว่าพูดไม่ออก

หลังจากทำเอาต่อมน้ำตาแตกกันไปแล้วก็มาถึงช่วงท้ายคอนเสิร์ตหนุ่มๆก็จัดเต็มโชว์เพลงชุดใหญ่อาทิเพลง Quién soyg ,เพลง Shape of you เพลงฮิตของ Ed Sheeran ที่ร้องในแบบของ DVICIO บอกเลยว่าเพราะมาก แล้วหนุ่มๆก็นำเพลง No Te Vas  มาร้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้พิเศษสุดๆเพราะหนุ่มอันเดรส เดินร้องมาจากด้านหลังเข้ามาล็อคตรงกลางพร้อมมีการเก็บภาพแฟนๆในบรรยากาศคอนเสิร์ตนี้ไว้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ MV เพลงNo Te Vas ด้วย   จากนั้นก็ต่อด้วยเพลง Paraiso ที่ร้องตามได้ทั้งฮอลล์ ตามด้วยเพลง Casi Humanos และ Enamorate            ที่เป็นเพลงสุดท้าย และก่อนจะจากกันหนุ่มๆได้เดินขอบคุณแฟนๆรอบทิศทาง โดยหนุ่มอันเดรส ได้กล่าวขอบคุณผู้จัด บีอุส โปรดักชั่น ที่นำพาพวกเขาได้มาเจอแฟนๆอีกครั้ง และพวกเขาหวังว่าจะได้กลับมาเจอแฟนๆอีกโดยหวังว่าทุกคนจะยังให้การสนับสนุนพวกเขาตลอดไป…นับว่าเป็นงานคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งที่สัมผัสได้ถึงความรักของศิลปินและแฟนคลับที่มีให้กันอย่างเต็มเปี่ยม  ได้สนุกได้ใกล้ชิดกันแบบสุดๆฟินแล้วฟินอีกจริงๆ

Click to comment

Leave a Reply

More in INTER

Hot Tag

Trending

Follow me on Twitter

To Top