|

เรื่องย่อ
สาวสวยเก่ง ฮอลลี่ เคเนดี้ (ฮิลลารี่ สแวงก์) แต่งงานกับ เจอร์รี่ (เจอราด บัตเลอร์) หนุ่มไอริชผู้น่ารักและรวยอารมณ์ขันที่เธอรักมากที่สุดในชีวิต เมี่อมะเร็งพรากเขาไป จึงเหมือนชีวิตครึ่งหนึ่งของเธอถูกพรากไปด้วย คนเดียวในโลกที่เข้าใจเธอจากไปเสียแล้ว เจอร์รี่เองก็รู้ว่าเขาคือคนที่รู้จักฮอลลี่ดีที่สุด เขาจึงเตรียมแผนบางอย่างไว้สำหรับฮอลลี่
ก่อนตาย เจอร์รี่เขียนจดหมายถึงฮอลลี่จำนวนหนึ่ง ไม่ใช่เพื่อนำทางเธอให้พ้นจากความเศร้าเท่านั้น แต่เพื่อให้เธอค้นพบตัวเองอีกครั้งด้วย จดหมายฉบับแรกมาถึงฮอลลี่ในวันเกิดครบรอบ 30 ปีของเธอ พร้อมกับเค้กและเครื่องบันทึกเสียงที่ทำให้ฮอลลี่ช็อคมาก เสียงของเจอร์รี่อยู่ในนั้น และเขาขอให้เธอ มีความสุขกับชีวิต หลายสัปดาห์และหลายเดือนต่อมา ฮอลลี่ก็ได้รับจดหมายจากเจอร์รี่อีก แต่ละฉบับล้วนส่งมาในรูปแบบไม่ธรรมดา เพราะมันทำให้เธอได้ผจญภัยกับสิ่งใหม่และทุกฉบับลงท้ายด้วยประโยคเดียวกันว่า ปล.ผมรักคุณ
ทั้งแม่ (แคธี่ เบตส์) และเพื่อนสนิทของฮอลลี่อย่าง เดนนิส (ลิซ่า คูโดรว์) และชารอน (จิน่า เจอร์ชอน) ต่างเป็นห่วงว่าจดหมายจากเจอร์รี่จะทำให้ฮอลลี่ยึดติดกับอดีต แต่ความจริงแล้ว จดหมายแต่ละฉบับผลักดันให้เธอก้าวสู่อนาคตอย่างมีความสุขต่างหาก ข้อความในจดหมายนำทางฮอลลี่สู่การค้นพบอันน่าตื่นเต้น, ซาบซึ้ง และหลายครั้งก็หรรษาของชีวิตคู่, มิตรภาพ และอานุภาพความรักที่เปลี่ยนจุดจบแห่งความตายให้กลายเป็นการเริ่มตันชีวิตใหม่
P.S. I Love You นำแสดงโดย ฮิลารี่ สแวงก์ นักแสดงหญิงเจ้าของสองรางวัลออสการ์จาก Million Dollar baby และ Boys Dont Cry, เจอราร์ด บัตเลอร์ จาก 300, ลิซ่า คุโดรว์ จากซีรี่ย์ Friends, แฮร์รี่ คอนนิค จาก Bug และซีรี่ย์ Will & Grace, จีน่า เจอร์ชอน จากซีรี่ย์ Ugly Betty, เจฟฟรีย์ ดีน มอร์แกน จากซีรี่ย์ Greys Anatomy และนักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลออสการ์ แคธี่ เบตส์ จาก Misery
กำกับการแสดงโดย ริชาร์ด ลากราเวนีซ (มือเขียนบทจาก Fisher King) บทภาพยนตร์โดย ลากราเวนีซ และสตีเว่น โรเจอร์ (จาก Kate & Leopold) สร้างจากนวนิยายขายดีของ ซิซิลี เอเฮิร์น อำนวยการสร้างโดย เวนดี้ ฟินเนอร์แมน (จาก Forrest Gump และ The Devil Wears Prada), บรอเดอริก จอห์นสัน (Insomnia)
เกี่ยวกับงานสร้าง
ฉันชอบเรื่องราวที่เตือนฉันถึงสิ่งสำคัญในชีวิต ฮิลารี่ สแวงก์ นักแสดงนำหญิงของเรื่องกล่าว ฉันคิดว่า P.S. I Love You เตือนเราให้อยู่ใกล้ชิดกับคนรัก ไม่ห่างเหินกับพวกเขา เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันพรุ่งนี้ นอกจากนี้หนังยังพูดถึงพลังแห่งมิตรภาพและครอบครัว และบอกเราด้วยว่าอย่าเครียดกับชีวิตจนเกินไป
ผู้กำกับและเขียนบท ริชาร์ด ลากราเวนีซ เสนอว่า ผมชอบเรื่องราวหวานปนขม ที่มีทั้งหัวเราะ ร้องไห้ และซาบซึ้ง ชีวิตคนเป็นแบบนั้น คือไม่ได้มีอารมณ์เดียว และไม่ควรมีอารมณ์เดียวด้วย เพราะชีวิตคนเราจริงๆยุ่งเหยิง ผมอยากทำหนังที่สะท้อนจุดนั้น
ต้นฉบับ P.S. I Love You คือนวนิยายของนักเขียนไอริชชื่อ ซิซิเลีย เอเฮิร์น ที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับความรัก ความสูญเสีย และความหวังเล่มนี้ตอนอายุแค่ 21 ปี ทั้งยังเป็นหนังสือขายดีอีกด้วย ไม่ว่าอายุเท่าไหร่หรือมาจากไหน เราต่างเคยมีความรักด้วยกันทั้งนั้น และเมื่อคุณรักใครซักคน คุณจะรู้สึกกลัวที่จะเสียเขาไป เอเฮิร์นกล่าว ไอเดียของหนังสือมาจากความรู้สึกนั้น และอารมณ์ที่มากับมัน หนังสือพูดถึงความจริงที่ว่า รักคงอยู่ตลอดไป และเพราะเป็นเรื่องราวเปี่ยมความหวัง มันจึงดียิ่งกว่าเดิม
ข้อความเปี่ยมความหวังเกี่ยวกับพลังแห่งรักที่อยู่ในเรื่องราวกระทบใจของทีมงานหลายคน เพราะหลายคนเคยสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักมาแล้ว ผู้อำนวยการสร้างรางวัลออสการ์ เวนดี้ ฟินเนอร์แมน มีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่ยังไม่ได้ตีพิมพ์และรู้สึกชอบในทันที ฉันว่ามันเป็นเรื่องราวสากล เพราะทุกคนต่างนึกออกว่าการสูญเสียคนรักเป็นอย่างไร และอยากรู้สึกเหมือนกับว่าเขาคนนั้นยังคงวนเวียนอยู่กับเรา
เมื่อฟินเนอร์แมนเริ่มพัฒนาโปรเจ็คต์ เธอได้ไปปรึกษา ริชาร์ด ลากราเวนีซเพื่อให้เขากำกับและเขียนบทหนังเรื่องนี้ โดยเริ่มดัดแปลงบทเบื้องต้นกับ สตีเว่น โรเจอร์ ความมหัศจรรย์ของริชาร์ดคือเขามีคำพูดที่สวยงาม แต่ฟังดูสมจริง มันเหมือนสิ่งที่เราพูดกันในชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นมันจึงให้ความรู้สึกธรรมดา และทำให้เราเข้าถึงตัวละคร
ขณะที่พัฒนาโปรเจ็กต์นี้อยู่นั้น โชคชะตาก็เล่นตลกให้ฟินเนอร์แมนได้สัมผัสประสบการณ์คล้ายตัวละครในหนังสือ สามีของเพื่อนรักฉันเสียชีวิตตอนที่ฉันกำลังเริ่มสร้างหนังเรื่องนี้ เธอเล่า และบังเอิญมากที่เขาก็เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ภรรยาเหมือนกัน ฉันก็เลยยิ่งเข้าถึงเรื่องนี้มากขึ้น
เหตุผลที่ ริชาร์ด ลากราเวนีซ สนใจอยากกำกับ P.S. I Love You ก็เพราะเขาเองก็มีประสบการณ์คล้ายๆในเรื่อง ผมเสียเพื่อนรักคนหนึ่งชื่อ เท็ด เดมมี่ และตัวละคร เจอร์รี่ ก็มีอะไรที่คล้ายเท็ดดี้มาก คือเขาเป็นคนสนุกและน่าประทับใจ
ผู้อำนวยการสร้าง มอลลี่ สมิธ ก็ได้อ่านหนังสือเล่มนี้หนึ่งสัปดาห์หลังจากเสียพี่สาวคนโตไป เธออ่านมันจบภายในคืนเดียวโดยหัวเราะและร้องไห้สลับกันไปจนจบ สิ่งที่ฉันสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้คือมันเล่าผ่านเสียงของฮอลลี่ เพราะฉะนั้นคุณจะได้ยินทุกความรู้สึกของเธอเมื่อได้อ่านจดหมายแต่ละฉบับ คุณจะร่วมทางไปกับเธอ ซึ่งสำหรับฉันมันช่วยบำบัดความเศร้าได้มากทีเดียว ฉันชอบมันมาก
เมื่ออินกับเรื่องราวได้ที่ สมิธก็โทรหาผู้อำนวยการสร้าง แอนดรูว์ เอ โคซอฟ และบรอเดอริก จอห์นสัน ที่บริษัทแอลคอนเอนเตอร์เทนเมนท์ที่เธอเคยร่วมงานด้วยสมัยแรกๆ ฉันบอกพวกเขาว่ามันเป็นเรื่องราวที่ดีมาก และฉันรู้ว่ามันจะต้องกลายเป็นหนังที่อบอุ่น สะเทือนใจ ตลก และยอดเยี่ยมมาก แล้วก็เหมือนฝันที่พวกเขาพูดว่า โอเค คุณพร้อมหรือยังที่จะอำนวยการสร้างหนังเรื่องแรก มันน่าตื่นเต้นมาก และฉันโชคดีสุดๆที่ได้แอนดรูว์และบรอเดอริกคอยแนะนำตลอด
ฟินเนอร์แมน, โคซอฟ, จอห์นสัน และสมิธรวมตัวกันในฐานะผู้อำนวยการสร้างเรียบร้อยแล้ว แต่พวกเขาก็ต้องพบข่าวร้ายที่ว่า ริชาร์ด ลากราเวนีซ อาจไม่สามารถกำกับ P.S. I Love You ได้ เพราะเขาติดกำกับหนังเรื่อง Freedom Writers แต่สุดท้าย ทุกคนก็ตัดสินใจที่จะรอเขา ซึ่งนั่นเหมือนชะตาลิขิตให้ได้พบกับนักแสดงหญิงที่จะมารับบทนำเป็นฮอลลี่
ริชาร์ดเพิ่งกำกับ ฮิลารี่ สแวงก์ ใน Freedom Writers และอยากร่วมงานกับเธออีก ผมอยากได้ฮิลารี่มาแสดงบทนี้เพราะผมรู้จักเธอค่อนข้างดีและเราทำงานเข้าขากันดีมาก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอมีพรสวรร์แค่ไหน แต่ผมอยากให้โลกได้เห็นเธออย่างที่ผมเห็น ทั้งอารมณ์ขัน, ความเป็นธรรมชาติ และความสวย ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีเป็นบ้าที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงหญิงที่เก่งขนาดนี้อีกครั้ง
สแวงก์เองก็คิดว่าโอกาสที่ได้ร่วมงานกับลากราเวนีซอีกครั้งก็เป็นเหตุผลที่เพียงพอแล้วที่จะรับแสดงเรื่องนี้ เราแฮปปี้มากตอนร่วมงานกันใน Freedom Writers ริชาร์ดเป็นหนึ่งในมือเขียนบทคนโปรดของฉันและฉันเคารพเขามากในฐานะผู้กำกับ ฉันชอบทำงานกับเขา เพราะฉะนั้นฉันยินดีแสดงทุกเรื่องที่เขาขอ แต่หนังเรื่องนี้ตัดสินใจรับง่ายอยู่แล้ว เพราะฉันชอบมันมาก สแวงก์กล่าว
สำหรับ มอลลี่ สมิธ การได้อำนวยการสร้างหนังที่ ฮิลารี่ สแวงก์ แสดงนำ เหมือนเติมสลึงจนครบบาท เพราะสแวงก์เคยแสดงหนังของแอลคอนเอนเตอร์เทนเมนท์มาแล้วสองเรื่อง ซึ่งตอนนั้นสมิธเพิ่งเริ่มงานเป็นผู้ช่วยงานสร้าง ขอบอกว่าตอนทำงานในหนังเรื่องแรก ฉันชงกาแฟให้ฮิลารี่ทุกวันเลย สมิธหัวเราะ มันก็เลยน่าตื่นเต้นมากที่ได้อำนวยการสร้างหนังเรื่องแรกโดยมี ฮิลารี่ สแวงก์ แสดงนำ
สแวงก์รับบทศูนย์กลางของเรื่อง นั่นก็คือบท ฮอลลี่ เคเนดี้ หญิงสาวผู้มีพร้อมทุกอย่าง แต่วันหนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด ฮอลลี่พบรักตั้งแต่อายุน้อย สแวงก์เล่า เจอร์รี่คือทุกอย่างของเธอ ทั้งคู่ชีวิต, เพื่อนรัก, คนรัก, สามี เพราะฉะนั้นเมื่อเขาตาย เธอก็เลยเหมือนสูญเสียหลายอย่างในชีวิตไป และไม่รู้ว่าจะดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างไรเพียงลำพัง เจอร์รี่รู้ว่าฮอลลี่ต้องเผชิญกับอะไร ก็เลยเขียนจดหมายไว้เพื่อให้เธอค้นพบตัวเองอีกครั้ง ฉันคิดว่าจดหมายแต่ละฉบับ ทำให้ฮอลลี่เริ่มต้นความสัมพันธ์อีกแบบหนึ่งกับเจอร์รี่ มันน่าสนใจมากที่เขายังอยู่กับเธอเสมอแม้ตัวจะจากไปแล้ว ฮอลลี่มีการโกรธเขาด้วยนะ ตอนที่เขาบอกให้กลับไปร้องคาราโอเกะ มันสนุกที่ได้ติดตามอารมณ์และสิ่งที่ฮอลลี่ทำว่าจะลงเอยอย่างไร ซึ่งก็เหมือนเรา คือต้องติดตามกันต่อไป
ฉันคิดว่าเจอร์รี่เขียนจดหมายพวกนี้ขึ้นมาก็เพื่อรื้อฟื้นให้ฮอลลี่นึกได้ว่าเธอเป็นยังไงตอนที่พบเขาครั้งแรก ผู้อำนวยการสร้างฟินเนอร์แมนกล่าว นั่นเป็นเรื่องธรรมดาของความสัมพันธ์ เริ่มต้นด้วยความสดใสร่าเริง คุณเพิ่งตกหลุมรักใหม่ๆและโลกยังกว้างไกล แต่เมื่อเวลาผ่านไป บางครั้งความน่าเบื่อก็เข้ามา เจอร์รี่ต้องการให้ฮอลลี่ย้อนกลับไปที่วันวานและมองเห็นว่าชีวิตของเธอเคยสดใสแค่ไหน
เจอราร์ด บัตเลอร์ ผู้รับบท เจอร์รี่ ก็เห็นด้วย ในแต่ละวัน สิ่งเดียวที่เจอร์รี่ต้องการคือให้ฮอลลี่มีความสุข เขารักเธอมากไม่มีใครเข้าใจหัวใจเธอเท่าเขา เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเจอร์รี่คือการทำให้ฮอลลี่มีความสุข ไม่ใช่แค่ผิวเผิน แต่มีความสุขอย่างลึกซึ้งกับชีวิต นั่นคือความต้องการจากก้นบึ้งหัวใจของเจอร์รี่ เขารักการใช้ชีวิต และรู้วิธีการทำชีวิตให้สวยงาม และนั่นคือสิ่งที่เขาต้องส่งต่อให้เธอ ผมว่านี่แหละคือสิ่งหนึ่งที่หนังต้องการจะบอก
ทีมงานต่างคิดว่าการได้บัตเลอร์มารับบทนี้เป็นชะตาลิขิตอีกอย่างหนึ่ง เพราะนอกจากเขาจะมีชื่อต้นเหมือนตัวละครแล้ว ผู้กำกับลากราเวนีซยังบอกว่า ไม่มีใครแสดงบทนี้ได้นอกจากเขา ตัวตนของเจอราร์ดและอารมณ์ขันของเขา บวกกับความสามารถในการเป็นได้ทั้งชายชาตรีผู้แข็งแก่ง และชายหนุ่มผู้อ่อนหวาน ในเวลาเดียวกัน ผมบอกเขาว่ามันเหมือนกับเขากับตัวละครเป็นคนๆเดียวกัน
บัตเลอร์บอกว่าองค์ประกอบด้านบทหนัง, ผู้กำกับ และนักแสดงร่วม ทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธบทนี้ได้ ผมว่ามันเป็นบทหนังที่เยี่ยมมาก และเป็นบทที่เปิดโอกาสให้ผมได้แสดงอะไรที่ผ่อนคลายกว่าที่เคยทำ แต่ยังลึกซึ้งเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นเมื่อผมได้คุยกับริชาร์ดเรื่องชีวิต, ความรัก, จิตวิญญาณ แค่ 5 นาที ผมก็คิดเลยว่าผู้ชายคนนี้น่าทึ่ง และมันก็เริ่มจากตรงนั้น แน่นอนว่าผมอยากร่วมงานกับ ฮิลารี่ สแวงก์ แถมบทหนังก็ดี คือมันดูเป็นงานที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมสนุกกับหนังเรื่องนี้มาก และไม่รู้จะเล่าเรื่องดีๆที่ได้ทำงานกับฮิลารี่หมดได้ยังไง เธอเก่งมาก
สแวงก์เองก็ชื่นชมพระเอกของเธอเช่นกัน เจอร์รี่ บัตเลอร์ เป็นผู้ชายที่น่ารักมาก ฉันไม่รู้จะหาคำอะไรมาบรรยายว่าเขาสนุกยังไง เขาเป็นคนดีมาก มากองถ่ายทุกวัน เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ฉากแรกของเราสองคน เป็นบทยาวประมาณ 12 หน้าซึ่งต้องใช้เวลาศึกษาพอสมควร แต่มันก็เป็นฉากที่สนุกมาก เรารับส่งกันเหมือนเกมเทนนิสเจ๋งๆเกมหนึ่ง เราสนุกกันมากเลย
ลากราเวนีซบอกว่าฉากนั้นเป็นฉากเปิดหนังที่สำคัญมาก เพราะมันสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง ฮอลลี่กับเจอร์รี่ ฉากแรกที่เราเห็นฮอลลี่กับเจอร์รี่ พวกเขาเพิ่งกลับจากการไปทานข้าวเย็นที่บ้านแม่ของฮอลลี่ และทะเลาะกันเรื่องอะไรสักอย่างที่เจอร์รี่พูด ผมต้องการแสดงให้เห็นถึงชีวิตแต่งงานที่คนสองคนรู้สึกผ่อนคลายในการเถียงกัน มันเหมือนฝ่าด่านในค่ายทหารน่ะ เริ่มต้นจกาเรื่องหนึ่ง ลามไปถึงเรื่องอื่น และพอเถียงไปเถียงมา ก็ยิ่งใกล้ชิดกันขึ้นเรื่อยๆ ผมอยากแสดงให้เห็นความรักที่แท้จริงที่ยุ่งเหยิง เต็มไปด้วยการใช้อารมณ์และความไม่ลงรอย แต่ก็เต็มไปด้วยสนิทสนมและการให้อภัย รวมทั้งความสนุกสนานและความรักด้วย
ความจริง ผมว่าฉากนั้นสรุปทุกอย่างของชีวิตแต่งงานไว้เลยนะ บัตเลอร์กล่าวยิ้มๆ คุณหงุดหงิดโมโห คุณหัวเราะ คุณรู้สึกใกล้ชิดกัน แล้วก็เป็นความรักล้วนๆที่ทลายปัญหาทุกอย่าง
จำเป็นมากที่คนดูต้องอินกับชีวิตคู่ของพวกเขา ต้องบอกได้ว่าสองคนนี้แต่งงานกันมานานและรักกันมาก ทั้งคู่ต้องเข้ากันได้ดีจริงๆ และฮอลลี่กับเจอร์รี่เป็นอย่างนั้น เจอร์รี่เป็นคนที่มีชีวิตชีวามาก ออกซนหน่อยๆ เห็นได้จากสายตาแพรวพราวของเขา ส่วนฮิลารี่ก็เก่งเหลือเชื่อ นอกจากจะเป็นนักแสดงที่สวยแล้ว เธอยังสามารถถ่ายทอดความรู้สึกทุกอย่างผ่านดวงตาได้ ผู้อำนวยการสร้างฟินเนอร์แมนกล่าวเสริม
ส่งจดหมาย
ไม่นานหลังจากได้เห็นชีวิตคู่ของฮอลลี่และเจอร์รี่ เราก็ถูกพาไปที่งานศพของเจอร์รี่ และฮอลลี่กำลังเคว้างคว้างจากการสูญเสียคนที่เธอรักที่สุดในชีวิต หลายสัปดาห์ต่อมา ในวันเกิดครบรอบ 30 ปีของฮอลลี่ เพื่อนๆและครอบครัวของเธอมาหาที่อพาร์ทเมนท์ ซึ่งดูก็รู้ว่าเธอไม่ได้ทำความสะอาดเลยตั้งแต่เจอร์รี่จากไป ฮอลลี่ยังไม่พร้อมที่จะพบพวกเขา ยังไม่พร้อมที่จะเผชิญโลก กระทั่งเธอได้รับเค้กวันเกิดและเทปบันทึกข้อความ...จากเจอร์รี่
ผู้อำนวยการสร้างฟินเนอร์แมนตั้งข้อสังเกตว่า เทปม้วนแรกและจดหมายฉบับต่อๆมา มีจุดประสงค์หลังเพื่อช่วยฮอลลี่ก็จริง แต่มันก็ส่งผลถึงคนสำคัญอื่นๆในชีวิตเธอด้วย เรารู้ว่าฮอลล่เสียสามีไป แต่อย่าลืมว่าคนอื่นก็รู้สึกสูญเสียเขาเหมือนกัน เพื่อนของฮอลลี่ ซึ่งก็เป็นเพื่อนรักของเจอร์รี่ ไม่ได้แค่เศร้าไปกับเธอ แต่พวกเขาเองก็เสียใจเหมือนกัน
ความจริงคำแนะนำแรกของเจอร์รี่ไม่ได้เป็นของฮอลลี่คนเดียว แต่เป็นของเดนนิส และ ชารอน เพื่อนรักของเธอด้วย ในการออกไปฉลองวันเกิดให้ฮอลลี่ เดนนิสและชารอนเป็นตัวแทนของชีวิตสองด้าน ลิซ่า คูโดรว์ ผู้รับบท เดนนิส กล่าว ชารอนแต่งงานแล้วและกำลังสร้างครอบครัว ส่วนเดนนิสยังโสด เธอกำลังมองหาคนที่ใช่อยู่ แต่ไม่อยากเสียเวลา เพราะฉะนั้นก็เลยทำรายชื่อเอาไว้ เธอไม่ได้ข้อายเลย ลิซ่าหัวเราะ แต่ที่สำคัญคือ เธอเป็นเพื่อนที่ดี
ลิซ่า คูโดรว์ คือเพชรน้ำงาม ผู้อำนวยการสร้างฟินเนอร์แมนกล่าว เธอมีจังหวะการแสดงที่ยอดเยี่ยม ได้เธอมาแสดงถือเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ เพราะเธอพูดบทและแสดงออกอย่างมีอารมณ์ขันในแบบที่มันควรจะเป็น
สำหรับบทชารอน ผู้กำกับลากราเวนีซเลือก จีน่า เจอร์ชอน มาแสดง เพราะเธอก็เป็นเพื่อนสนิทกับ เท้ด เดมมี่ เพื่อนผู้ล่วงลับของเขาด้วย ผมอยากได้จีน่ามารับบทนี้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะเธคถ่ายทอดบทได้ด้วยประสบการณ์ส่วนตัวที่ผ่านมา และเพราะผมอยากให้เธอมีมุมอื่นด้วย ถึงเธอจะดูมีความเป็นแม่มากที่สุดในกลุ่มก็เถอะ
ชารอนเป็นผู้ใหญ่และติดดินกว่าเพื่อน แม้เธอจะสามารถบ้าบอเวลาอยู่กับเพื่อนได้เหมือนเดนนิส เจอร์ชอนกล่าว เมื่อเห็นสิ่งที่ฮอลลี่ต้องเผชิญ เธอก็สงสารและอยากปกป้อง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งเดนนิสและชารอนก็ต้องดำเนินชีวิตของตัวเอง ซึ่งทำให้ฮอลลี่โดดเดี่ยวอยู่เหมือนกัน เพราะเธอยังไม่พร้อมจะก้าวต่อไป
สแวงก์ออกความเห็นว่า ฉันคิดว่าริชาร์ดเข้าใจปฏิกิริยาระหว่างเพื่อนผู้หญิงดีทีเดียว ทั้งวิธีที่พวกเธอคุยกัน แสดงออกต่อกัน สายตาที่มองกันหรือมุขตลกที่เข้าใจกันเฉพาะในกลุ่มเพื่อน ตัวละครก็สมจริง มีเลือดมีเนื้อ มีหลายมิติ ความสัมพันธ์ระหว่างฮอลลี่กับเพื่อนๆก็ชัดเจน มันมีชีวิตชีวามาก
ชารอน เพื่อนของฮอลลี่แต่งงานกับจอห์นซึ่งเป็นเพื่อนรักของเจอร์รี่ ผู้รับบทจอห์นคือ เจมส์ มาร์สเตอร์ จอห์นอยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างแปลกเพราะเขาเองก็รักเจอร์รี่ และบางทีเขาก็รู้สึกเหมือนถูกทิ้ง จอห์นคิดว่าเขาคงไม่สามารถหาเพื่อนอย่างเจอร์รี่ได้อีก ซึ่งคุณหาเพื่อนแท้ไม่ได้แล้วล่ะพอโตเป็นผู้ใหญ่
สำหรับผู้กำกับลากราเวนีซ การแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกของจอห์นเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเขาเองก็เคยประสบเหตุการณ์คล้ายตัวละครนี้มาก่อน ผู้ชาย เวลาเพื่อนตาย มันเป็นการสูญเสียความสัมพันธ์ที่อธิบายให้คนอื่นฟังยากและมักถูกมองข้าม มันบรรยายเป็นคำพูดยาก แต่เป็นสิ่งที่เรารู้สึกอยู่ลึกๆ ผมว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะถ่ายทอดเป็นคำพูดว่ามิตรภาพมีความหมายมากอย่างไรสำหรับผู้ชายบางคน เจมส์เป็นนักแสดงที่เยี่ยมมาก ผมว่าเขาถ่ายทอดเง่มุมนี้ของเรื่องราวออกมาได้ดี
เมื่อฮอลลี่เริ่มใช้ชีวิตตามจดหมาย คนที่เข้ามามีบทบาทในแต่ละฉบับคือ แพทริเซีย แม่ของเธอเอง ซึ่งแคธี่ เบตส์ ผู้รับบทนี้บอกว่า ลึกๆแล้วแพทรเซียกลัวว่าจดหมายเหล่านั้นจะไม่ดีต่อฮอลลี่ เพราะมันอาจทำให้เธอยึดติดอยู่กับเจอร์รี่และไม่สามารถฟื้นจากความเศร้าเพื่อดำนินชีวิตต่อไปได้
ผู้อำนวยการสร้าง มอลลี่ สมิธ ตั้งข้อสังเกตว่า ฉันคิดว่าแพทริเซียกับฮอลลี่ก็มีความสัมพันธ์แบบแม่ลูกทั่วไป แต่บางครั้งก็ตึงเครียดกว่าคู่อื่น คุณจะร้ว่าแพทริเซียถูกสามีทิ้งไปและยังไม่อาจสลัดความทรงจำนี้ทิ้งได้
เพราะฮย่างนั้นเบตส์จึงบอกว่า ฉันว่าแพทริเซียไม่ค่อยชอบเจอร์รี่เท่าไหร่ เธอวาดฝันสวยหรูเกี่ยวกับลูกไว้ เธออยากให้ลูกมีชีวิตอย่างที่เธอไม่เคยมี แต่ปรากฎว่าฮอลลี่กลับมาจากยุโรปพร้อมผู้ชายคนนี้ที่ทำให้เธอนึกถึงสามี และเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่เธอคิดว่าไปไหนไม่รอด แพทริเซียมีเหตุผลของเธอที่ไม่เชื่อว่าเจอร์รี่จะอยู่เคียงข้างฮอลลี่ เพราะฉะนั้นมันก็เลยมีอารมณ์ประมาณ เห็นไหม แม่บอกแล้ว อยู่ในที เมื่อเธอเหมือนจะพูดถูก แม้จะหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงจะไม่อยู่เคียงข้างฮอลลี่ก็ตาม
ฉันคิดว่าเจอร์รี่เองก็รู้ว่าแม่ภรรยาไม่ปลื้ม ซึ่งนั่นเป็นอีกชั้นหนึ่งของเรื่องราวที่ยอดเยี่ยม ผู้อำนวยการสร้างสมิธกล่าว เขารู้ว่าหลังจากเขาตาย ฮอลลี่ต้องหันไปหาครอบครัว เพราะฉะนั้นเขาก็เลยช่วยประสานรอบร้าวของความสัมพันธ์ระหว่างฮอลลี่กับแม่ เราต่างพูดถึงความเอื้ออาทรของจดหมายเจอร์รี่ เพราะเขารู้ว่าเธอต้องเผชิญความเศร้าโศกแค่ไหน
ลากราเวนีซบอกว่า การได้ร่วมงานกับ แคธี่ เบตส์ ถือเป็นกียรติอย่างยิ่ง เธอเป็นนักแสดงคนโปรดของผมตลอดกาล และผมปลื้มมากที่เธอตกลงรับแสดง ความจริงผมกลับไปเพิ่มฉากระหว่างเธอกับฮิลารี่ด้วยซ้ำ เพราะไม่บ่อยเท่าไหร่หรอกนะที่เราจะได้เห็นนักแสดงระดับแคธี่กับฮิลารี่มาแสดงร่วมกัน แถมฮิลารี่ยังบอกผมด้วยว่าแคธี่หน้าตาเหมือนแม่จริงๆของเธอเลย ซึ่งนั่นถือเป็นโบนัส
แคธี่ เบตส์ ก็ชื่นชมลากราเวนีซเช่นกัน ฉันชอบริชาร์ด เบตส์สารภาพ ฉันอยากร่วมงานกับเขาอีกเรื่อยๆ เขาเป็นมือเขียนบทน่าทึ่งและผู้กำกับการแสดงที่ยอดเยี่ยม เดี๋ยวนี้หายากนะ ผู้กำกับที่รู้วิธีสร้างแรงบันดาลใจให้นักแสดงค้นพบตัวละครแบบนี้ แต่ริชาร์ดเป็นหนึ่งในนั้น
ศิลปินและนักแต่งเพลง เนลลี่ แม็คเคย์ แสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในบท เซียร่า น้องสาวเพี้ยนๆของฮอลลี่ เนลลี่เป็นมนุษย์ที่ธรรมชาติสร้างมาโดยแท้ ลากราเวนีซกล่าว เธอมีจิตวิญญาณที่อิสระมาก มีจินตนาการสูง และมีเสียงและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ วันที่เธอมาทสอบบท ผมบอกเลยว่า นี่แหละเซียร่า ผมนึกภาพคนอื่นแสดงบทนี้ไม่ออก
นิสัยพูดตรงผิดกาลเทศะของเซียร่าเหมือนแดเนียลเป๊ะ ซึ่งบทแดเนียลนี้แสดงโดย แฮรี่ คอนนิค จูเนียร์ แดเนียลเป็นบาร์เทนเดอร์คนใหม่ในผับของแพทริเซีย เขาสนใจฮอลลี่ทันทีที่ได้พบเธอ แดเนียลเป็นตัวละครที่น่าสนใจ เพราะเขาตรงไปตรงมาและมักจะพูดในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด แถมยังไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องขอโทษด้วย เมื่อพูดออกไปแล้วคนอื่นผงะ คอนนิคกล่าว เขากลายเป็นไหล่ให้ฮอลลี่ซบ เพราะเขาเป็นคนเดียวที่ไม่รู้จักเจอร์รี่ เพราะฉะนั้นก็เลยไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาต้องทำอะไรเบาๆอย่างเกรงใจเวลามีคนเรียก ซึ่งแบบนี้ทำให้ฮอลลี่สบายใจ แดเนียลกล้าหาญพอจะพูดความในใจ และคิดว่านี่จะช่วยให้ฮอลลี่รับมือกับความสูญเสียได้
ลากราเวนีซเพิ่มเติมว่า แดเนียลเป็นคนตรงแบบช่วยไม่ได้ และไม่ค่อยสนใจค่านิยมในสังคมเท่าไหร่ ซึ่งทำให่เขาตลกมาก ผมว่าแฮรี่ชอบมุมนี้ของตัวละคร เพราะเขาเป็นผู้ชายที่ตลกที่สุดในโลกคนหนึ่ง เข็เลยถ่ายทอดความเป็นแดเนียลได้ดีมาก เรื่องขำขันในกองถ่ายก็คือ หนังเรื่องนี้มีการร้องเพลงเยอะมาก แต่ แฮรี่ คอนนิค เป็นคนเดียวที่ไม่ได้จับไมค์
ผู้ชายอีกคนหนึ่งที่เข้ามาในชีวิตฮอลลี่ก็คือวิลเลี่ยม หนุ่มไอริชสุดหล่อที่ฮอลลี่ไปเจอที่ไอร์แลนด์กับเดนนิสและชารอนตามคำแนะนำในจดหมายของเจอร์รี่ที่ให้เธอเดินทางไปยังสถานที่ที่พบกันครั้งแรก ผู้ที่รับบทเป็นวิลเลี่ยมคือ เจฟฟรีย์ ดีน มอร์แกน นักแสดงที่ภรรยาและลูกสาวของผู้กำกับแนะนำเอง ภรรยากับลูกสาวผมเป็นแฟนตัวยงของซีรี่ย์ Greys Anatomy เพราะฉะนั้น ตอนกำลังหาตัวนักแสดง ภรรยาผมก็เดินเข้ามาบอกให้ผมดูซีรี่ย์เรื่องนี้ซึ่ง ดีน มอร์แกน รับบทเป็น เดนนี่ ตัวละครที่ผมได้ยินชื่อมาตลอด ผมดูแล้วรู้สึกว่าเขายอดเยี่ยม และเหมาะกับบทนี้ ผมก็เลยเลือกเขามารับบท วิลเลี่ยม
เจฟฟรี่ย์คือดาราตัวจริง ผู้อำนวยการสร้างสมิธกล่าวเสริม ฉันหมายถึงรอยยิ้มเขากระชากใจมาก ยิ้มแล้วโลกสดใส ปัญหาอย่างเดียวคือเขาต้องพูดสำเนียงไอริช เราก็เลยส่งเขาไปเรียนกับครูผู้เชี่ยวชาญสำเนียงท้องถิ่น แล้วเขาก็พร้อมลุย
การเรียนภาษาถิ่นถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง มอร์แกนกล่าว แต่ก็เป็นความท้าทายที่ดี ความดีรของบทหนัง บวกกับนักแสดง ผู้กำกับ และโอกาสที่จะได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ทำให้ผมตกลงแสดงเรื่องนี้ได้ไม่ยาก ผมสนุกมากที่ไปไอร์แลนด์และแสดงบทนี้ ผมคิดว่าวิลเลี่ยมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ทำให้ฮอลลี่พ้นจากความเศร้า ตอนเจอกันครั้งแรก ทั้งคู่สนใจกันทันที ก่อนที่จะรู้ว่ามีความเกี่ยวโยงพิเศษระหว่างกันด้วยซ้ำ
ตัวละคร วิลเลี่ยม ไม่ปรากฎในนวนิยายต้นฉบับของ ซิซิเลีย เอเฮิร์น ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนอย่างหนึ่งในการดัดแปลงนิยาย P.S. I Love You เป็นบทภาพยนตร์ อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนนี้ได้รับการยอมรับจากบุคคลที่เรียกได้ว่าสำคัญที่สุด นั่นก็คือ ซิซิเลีย เอเฮิร์น ผู้แต่งนวนิยาย ตอนที่อ่านบทหนัง ฉันทั้งหัวเราะและร้องไห้ ฉันคิดว่าริชาร์ดเข้าใจจิตวิญญาณของหนังสือเป็นอย่างดี รายละเอียดของหนังอาจต่างจากหนังสือนิดหน่อย แต่หัวใจของเรื่องยังเหมือนเดิม
การถ่ายทำในไอร์แลนด์และอเมริกา
ในการนำนวนิยายของเอเฮิร์นขึ้นจอใหญ่ ทีมงานได้เปลี่ยนสถานที่จากไอร์แลนด์เป็นแมนฮัตตัน แต่ก็ยังต้องเคารพแก่นเรื่องดั้งเดิมของหนังสือและความคิดของผู้เขียน ผมอยากให้ไอร์แลนด์มีบทบาทสำคัญในเรื่อง ลากราเวนีซกล่าว เพราะฉะนั้นตัวละครเจอร์รี่ก็เลยยังเป็นคนไอริชอยู่ และเขาก็พบรักกับฮอลลี่ที่ไอร์แลนด์เหมือนเดิม
ฮอลลี่เดินทางกลับไปไอร์แลนด์เพื่อไปเยี่ยมบ้านเกิดของเจอร์รี่ตามคำขอร้องของเขา และตามรอยเหตุการณ์ตอนเริ่มคบกันใหม่ๆ เจอร์รี่รู้ว่าการให้ฮอลลี่กลับไปหาอดีตอีกครั้งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการนำทางสู่อนาคต ส่วนเหตุผลส่วนตัวของผู้กำกับลากราเวนีซคือ มันทำให้ผมได้ไปถ่ายทำที่ไอร์แลนด์ สถานที่ที่ผมชอบมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
สแวงก์เพิ่มเติมว่า ฉันคิดว่ามันสำคัญมากที่คนดูต้องได้เห็นสถานที่ที่พวกเขาพบกันครั้งแรก ได้รู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาพัฒนายังไงในบรรยากาศชนบทที่สวยงาม ได้เห็นว่าตอนนั้นทั้งคู่ยังเด็กและเปี่ยมความหวังมากแค่ไหน และได้สัมผัสจิตวิญญาณอิสระที่พวกเขามีในตอนแรก ฉันคิดว่านั่นคือสิ่งที่เจอร์รี่อยากให้ฮอลลี่ได้ค้นพบอีกครั้งถึงได้ส่งเธอกลับไป
การถ่ายทำหลักๆเกิดขึ้นในไอร์แลนด์ก่อน และได้รับความสนใจจากชาวบ้านอย่างมาก เพราะหนังสือเล่มนี้ได้รับความริยมมากที่นั่น อีกทั้งนักเขียน ซิซิเลีย เอเฮิร์น ก็บังเอิญเป็นลูกสาวของนายกรัฐมนตรี เบอร์ตี้ เอเฮิร์น มีคนยืนถ่ายรูปและมุงดูเต็มไปหมด แต่ทุกคนให้การต้อนรับซิซิเลียดีมาก ตอนที่เธอไปถึงกองถ่าย ผู้อำนวยการสร้างสมิธเองก็ยืนยัน ตอนอยู่ที่ไอร์แลนด์ เราแฮปปี้กันมากที่เธอมาเยี่ยมกองถ่ายบ่อยๆ เธอเป็นผู้หญิงที่ร่าเริง มีเสน่ห์ สง่า และอ่อนหวานที่สุดเท่าที่คุณจะจินตนาการออก
กองถ่ายใช้เวลา 2 อาทิตย์ที่ไอร์แลนด์ โดยถ่ายทำส่วนใหญ่ที่วิคโลว์ เคาท์ตี้ ทางตอนใต้ของดับลิน ที่ได้สมญานามว่า สวยแห่งไอร์แลนด์ อุทยานแห่งชาติวิคโลว์เป็นเขตหวงห้ามไม่ให้มีสิ่งก่อสร้างใดๆ เพราะฉะนั้นทัมงานก็เลยได้ภาพมุมกว้างของภูเขาสลับสับหว่างสวยงาม สถานที่ถ่ายทำในวิคโลว์นี้รวมไปถึงฟาร์มเล็กๆในเมืองชื่อเอนนิสเคอร์รี่และหมู่บ้านเล็กๆชื่อบอลลี่ล็อคเคน
สถานที่ถ่ายทำสำคัญอีกแห่งหนึ่งก็คือผับไอริชชื่อเวลแลน ที่ใช้ถ่ายทำฉากแฟลชแบ็คตอนที่เจอร์รี่จีบฮอลลี่ ฉากที่เวลแลนเป็นส่วนผสมของความสนุกและความเศร้า เจอราร์ด บัตเลอร์ หัวเราะ ผมใช้เวลา 3 อาทิตย์ฝึกเล่นกีต้าร์ คือผมเริ่มจากศูนย์เลย ตอนแรกผมถือหรือดีดกีต้าร์มั่วๆไม่เป็นด้วยซ้ำ ก็ค่อยๆจับคอร์ดไป จำได้ว่าผมนอนหลับคากระจกเลยตอนที่ซ้อมเล่น และแล้วผมก็ต้องยืนต่อหน้าคน 150 คน ดีดกีต้าร์เหมือนกับเล่นมานาน แต่สุดท้ายก็ออกมาโอเคครับ
กลับมาในฉากปัจจุบัน ผับเวลแลนยังเป็นสถานที่ที่ฮอลลี่และเพื่อนๆได้พบกับวิลเลี่ยมด้วย พวกเธอดูวิลเลี่ยมเล่นดนตรีบนเวทีที่เจอร์รี่เคยร้องเพลงให้ฮอลลี่ฟัง ลากราเวนีซปรึกษากับทีมครีเอทีฟเพื่อสะท้อนความแตกต่างด้านเวลา ไม่ใช่แค่เรื่องฉากหรือเสื้อผ้า แต่ในด้านอารมณ์ด้วย ผู้ออกแบบงานสร้าง เชปเพิร์ด แฟรนเคล อธิบายว่า ในฉากแฟลชแบ็ค เราทำให้ภาพออกมาดูอบอุ่น เพราะมันเป็นช่วงเวลาโรแมนติคระหว่างเจอร์รี่และฮอลลี่ แต่เมื่อฮอลลี่กลับมาเมื่อ 10 ปีให้หลัง ภาพต้องดูเย็นชืดลงเพราะเจอร์รี่ไม่อยู่แล้ว
หลังถ่ายทำในไอร์แลนด์เสร็จเรียบร้อย กองถ่ายก็เดินทางกลับมาที่นิวยอร์ก เพื่อถ่ายทำต่อในสถานที่จริงหลายแห่ง เช่น บาร์แห่งหนึ่งในวิลเลี่ยมส์เบิร์กที่กลายเป็นผับของแพทริเซีย และพรอสเพ็คท์พาร์คใกล้สนามบิน ที่เครื่องบินขึ้นลงตลอดเวลาจนขัดขวางการถ่ายทำฉากสำคัญของ ฮิลารี่ สแวงก์ และ แคธี่ เบตส์
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคเรื่องเสียงเครื่องบินก็ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยหากเทียบกับการถ่ายทำที่ไอริช ฮังเกอร์ เมโมเรียล ในแมนฮัตตัน เพราะอนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจที่จอแจ และอยู่ติดกับแบตเตอรี่พาร์คซิตี้ที่มีการก่อสร้างตลอดเวลา มีเสียงอะไรต่ออะไรผสมกันมั่วไปหมด ทั้งเสียงเรือพ่วง, เรือเฟอร์รี่, เสียงแตร, เสียงเครื่องบิน, เฮลิคอปเตอร์ รอแค่ให้นักบินโดดร่มลงมาแค่นั้นแหละ ลากราเวนีซพูดติดตลก แต่ผ่านไปซักพัก เราก็หัวเราะออกมา เพราะมันตลกดี
นอกจากนี้ทีมงานยังได้รับอภิสิทธิ์ให้ไปถ่ายทำที่สนามเบสบอลทีมแยงกี้ในฉากสำคัญระหว่างสแวงก์กับ แฮรี่ คอนนิค จูเนียร์ ซึ่งฝ่ายชายบอกว่า เป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมมากครับ ลำพังแค่ได้ไปเหยียบสนามของทีมแยงกี้ก็ตื่นเต้นแล้ว นี่ยังได้ไปอยู่ขอบสนามกับ ฮิลารี่ สแวงก์ อีก ทั้งสนามไม่มีคนอื่นเลย ไฟก็เปิดสว่างจ้า เป็นประสบการณ์ที่ผมจะไม่มีวันลืม
ฉากภายในหลายฉากสร้างขึ้นในสตูดิโอในบรู๊คลิน รวมทั้งห้องพักของเจอร์รี่และฮอลลี่ด้วย แฟรนเคลบอกว่าเขาออกแบบห้องพัก ให้เหมือนตัวละครอีกตัวหนึ่งที่มีส่วนร่วมในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เจอร์รี่และฮอลลี่รู้จักห้องนี้ดีมาก และลักษณะของมันบ่งบอกถึงตัวตนของทั้งคู่ ห้องนี้ค่อนข้างเล็ก ไม่พอเก็บของ เพราะฉะนั้นข้าวของที่สำคัญทุกอย่างจะมองเห็นได้ อย่างรองเท้าของฮอลลี่ ก็วางไว้ตรงที่ที่มองเห็นชัด
เช่นเดียวกัน ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย ซินดี้ อีแวนส์ ที่เคยร่วมงานกับลากราเวนีซและสแวงก์มาแล้วใน Freedom Writers ใช้เวลาปรึกษาผู้กำกับอยู่นาน ว่าจะให้ ฮิลารี่ สแวงก์ แต่งตัวอย่างไรดีที่จะสะท้อนบุคลิกของตัวละคร ซึ่งลากราเวนีซบอกว่า เราอยากสร้างให้ฮอลลี่เป็นผู้หญิงที่มีความคิดสร้างสรรค์ แต่ความคิดสร้างสรรค์ถูกปิดกั้น เธอไม่มีหนทางแสดงมันออกมา อาจเป็นเพราะเธอกลัวอนาคต ว่าจะพาเธอไปทางไหน
ผู้กำกับลากราเวนีซปิดท้ายว่า P.S. I Love You คือหนังรัก แต่มันก็เล่าเรื่องราวการเดินทางค้นหาตัวเองด้วย มันเป็นเรื่องของมิตรภาพ, ครอบครัว และความรักที่แข็งแกร่งกระทั่งความตายไม่สามารถลบเลือนได้
นักแสดง

ฮิลารี่ สแวงก์ รับบท ฮอลลี่ เคเนดี้
ผลงาน >> Boys Dont Cry, Million Dollar baby, The Core, Insomnia, 11:14, The Black Dahlia, The Reaping
รางวัล
-ได้รับรางวัลออสการสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก Million Dollar Baby -ได้รับรางวัลออสการสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก Boys Dont Cry
เจอราร์ด บัตเลอร์ รับบท เจอร์รี่ เคเนดี้
ผลงาน >> 300, The Phantom of the Opera, Dear Frankie, Time Line, Lara Croft Tomb Raider: The Cradle of Life, Reign of Fire
รางวัล
- เข้าชิงรางวัล MTV Movie Award สาขาการแสดงยอดเยี่ยมจาก 300 -เข้าชิงรางวัล Satellite Awards สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทเพลง/ตลก จาก The Phantom of the Opera
ลิซ่า คูโดรว์ รับบท เดนนิส เฮนเนสซี่
ผลงาน >> ทีวีซีรี่ย์ Friends, Happy Endings, Hanging Up, Analyze This
รางวัล
-ได้รับรางวัล Emmy สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมในซีรี่ย์ตลก จาก Friends (1994) -เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมในซีรี่ย์โทรทัศน์ จาก Friends (1994)
แฮรี่ คอนนิค จูเนียร์ รับบท แดเนียล คอนเนลลี่
ผลงาน >> ทีวีซีรี่ย์ Will & Grace, Bug, Mickey, Basic, Independence Day, Copycat
จีน่า เจอร์ชอน รับบท ชารอน แม็คคาร์ธี
ผลงาน >> ทีวีซีรี่ย์ Ugly Betty, Man About Town, Face/Off, Showgirls
เจฟฟรี่ย์ ดีน มอร์แกน รับบท วิลเลี่ยม
ผลงาน >> ทีวีซีรี่ย์ Greys Anatomy
แคธี่ เบตส์ รับบท แพทริเซีย
ผลงาน >> Misery, Primary Colors, About Schmidt, Titanic
รางวัล
- ได้รับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก Misery - เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจาก Primary Colors - เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจาก About Schmidt
เจมส์ มาร์สเตอร์ รับบท จอห์น
ผลงาน >> ทีวีซีรี่ย์ Buffy The Vampire Slayer, Angel, Smallville, Without a Tra
|