|

เรื่องย่อ
Silk คือภาพยนตร์โรแมนติคดราม่าสะเทือนอารมณ์ที่ถักทอด้วยเส้นไหมอันเปราะบาง สร้างจากนวนิยายขายดีอันดับหนึ่งระดับนานาชาติของ อเลสซานโดร บาริคโค กำกับการแสดงโดย ฟรองซัวส์ ชิราร์ด ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์จาก The Red Violin นำแสดงโดย ไมเคิล พิตต์ (Last days, The Dreamers, The Village), เคียร่า ไนท์ลี่ย์ (Pirates of the Caribbean, Pride & Prejudice), อัลเฟร็ด โมลิน่า (Spider-Man 2, Frida, The Hoax) และ โคจิ ยากุโช (Babel, Memoir of a Geisha)
บัลดาบิอู (โมลิน่า) พ่อค้าฝรั่งเศสจอมเจ้าเล่ห์ ถือผ้าคลุมจากญี่ปุ่นในมือ มันเบาบางจนเขารู้สึกเหมือนไม่ได้ถืออะไรเลย
รู้ไหมว่านี่อะไร บัลดาบิอูถามนายกเทศมนตรีเมืองลาวิลดิเออร์
ของๆผู้หญิง นายกเทศมนตรีตอบ
ผิด บัลดาบิอูตอบ เงิน ของๆผู้ชาย
คนเราสามารถถือไข่ไหมได้หลายพันใบบนฝ่ามือ ปี 1860 โรคระบาด เปบรีน แพร่กระจายทำลายไข่ไหมในแหล่งฟักไข่ทั่วยุโรป ลามไปถึงแอฟริกาและอินเดีย ทำให้การค้าขายผ้าไหมในยุโรปซบเซา
เพื่อสานต่อธุรกิจกำไรงาม บัลดาบิอูตัดสินใจส่งนายทหารหนุ่ม แอร์เว่ ชงกูร์ (พิตต์) ไปปฏิบัติภารกิจอันตรายในญี่ปุ่น ทำให้แอร์เว่ต้องจำจาก เอแลน (ไนท์ลี่ย์) ภรรยาสาวแสนสวยไปไกลหลายเดือน ญี่ปุ่นเป็นแหล่งผลิตไหมคุณภาพดีที่สุดในโลกมานานกว่าพันปี ตั้งแต่ก่อนการขุดคลองสุเอซ และถือเป็นดินแดนต้องห้ามสำหรับชาวต่างชาติ
ญี่ปุ่นเนี่ย มันอยู่ตรงไหนกันแน่ แอร์เว่ถาม
ก็ไปตามทางนั้นเรื่อยๆ บัลดาบิอูยกไม้เรียวขึ้นและชี้ไปที่ยอดเขาเซนต์ออกัสต์ ตรงไปที่สุดขอบโลก
ในการมุ่งหน้าสู่ญี่ปุ่น แอร์เว่ต้องเดินทางข้ามยุโรป เริ่มต้นโดยรถไฟจากเวียนนา ผ่านมอราเวียไปยังเคียฟ ที่นั่น เขาต้องจ้างขบวนคาราวานเพื่อข้ามทุ่งหญ้ารัสเซีย ผ่านทุ่งน้ำแข็งและพายุกว่า 3,000 ไมล์ ต่อด้วยการลงเรือขนของหนีภาษีเพื่อข้ามทะเล จากท่าเรือนามากาตะ แอร์เว่เดินทางเข้าสู่เกาะอย่างลับๆ เขาถูกปิดตาไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยฟางแห้ง, ไม้ไผ่ และป่า ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาฟูกิชิม่าที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ
ที่นี่เองที่แอร์เว่ได้พบกับ ฮาร่า จูเบอิ (ยากุโช) ขุนนางผู้ทรงอำนาจและน่าเกรงขามที่เขาต้องติดต่อค้าขายไข่ไหมด้วย และที่นี่เอง ที่แอร์เว่เผลอใจให้กับนางบำเรอของฮาร่า สาวน้อยลึกลับผู้มีความงามชวนหลงใหล ทั้งคู่พูดภาษาของอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ก็ปล่อยตัวให้จมลงสู่ห้วงรักต้องห้ามของกันและกัน...
เกี่ยวกับงานสร้าง
Silk เป็นนิยายขนาดสั้นที่อ่านจบได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง นาดีน ล็อค พูดถึงผลงานสุดซึ้งของนักเขียน อเลสซานโดร บาริคโค ที่วางแผงในปี 1996 และกลายเป็นปรากฎการณ์หนังสือขายดีในหลายประเทศ รวมทั้งได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆกว่า 26 ภาษา แต่ที่น่าสนใจคือ ถึงแม้จะเป็นเพียงหนังสือเล่มบางๆ แต่เรื่องราวนั้นยิ่งใหญ่และเขียนด้วยภาษาที่งดงาม และประหยัดถ้อยคำ เพราะฉะนั้นความท้าทายคือ จะดัดแปลงเรื่องราวที่เล่าด้วยอารมณ์เบาบางอย่างเหลือเชื่อนี้เป็นภาพยนตร์อย่างไรดี
ผู้รับหน้าที่ดัดแปลงเรื่องราวความรักอันงดงามนี้สู่จอภาพยนตร์คือ ฟรองซัวส์ ชิราร์ด ผู้กำกับคุณภาพเจ้าของผลงานระดับออสการ์เรื่อง The Red Violin (1998) ซึ่งสำหรับผลงานใหม่นี้ ชิราร์ดได้รวบรวมทีมงานเดิมจากหนังเรื่องก่อนให้กลับมาช่วยสร้างสรรค์งานอีกใน Silk รวมถึงผู้กำกับภาพ อแล็ง ดอสตี และผู้ออกแบบงานสร้าง ฟรองซัวส์ เซแก็ง ด้วย ซึ่งทั้งคู่ต่างได้รับรางวัล Genie Awards จาก The Red Violin
The Red Violin เป็นหนังดีที่น่าสร้าง เพราะเราต้องเดินทางไปยังสถานที่หลายแห่ง และใช้ชีวิตผ่านเครื่องคนตรีอันงดงามชิ้นนี้ที่เห็นโลกมามาก ผู้อำนวยการสร้าง นิฟ ฟิชแมน กล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่างหนังของชิราร์ด แต่ Silk ไปไกลกว่านั้น มันพูดถึงนักสำรวจ นักเดินทาง ที่เป็นนักสังเกตการณ์ เขาบันทึกทุกอย่างรอบตัว เคารพทุกอย่างที่เห็น ไม่พยายามเปลี่ยน หรือควบคุมอะไร เขาแค่พยายามจะจดจำและทำความเข้าใจสิ่งเหล่านั้น
มันเป็นหนังย้อนยุคก็จริง แต่ก้าวล้ำเกินยุคสมัยใดๆ ชิราร์ดกล่าว ปกติเขาจะกำกับและเขียนบทเอง เขาเคยกำกับละครเวทีที่สร้างจากบทละครของบาริคโคมาแล้วครั้งหนึ่ง นั่นก็เรื่อง Novecento ในแคนาดาและที่เทศกาลเอดินเบิร์ก ปี 2002 มันพูดถึงเรา พูดถึงความสัมพันธ์และความซับซ้อนของการดำเนินความสัมพันธ์ของเรา ผมว่ามันเป็นเรื่องราวที่สมบูรณ์แบบสำหรับนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ แง่หนึ่ง มันพูดถึงความรักอันดูดดื่มระหว่างแอร์เว่กับเอแล็น และความลุ่มหลงที่แอร์เว่มีต่อสาวญี่ปุ่นคนนั้น เรื่องราวส่วนใหญ่ค่อนข้างส่วนตัว แต่ขณะเดียวกันมันคือมหากาพย์การเดินทางจากฝรั่งเศสสู่ญี่ปุ่น ในช่วงกลางยุคศตวรรษที่ 19
เขาพบบัลดาบิอูที่บ้านของเวอร์ดัน ที่โต๊ะบิลเลียด เขามักจะเล่นคนเดียว แข่งกับตัวเอง เป็นเกมที่แปลก เขาจะแทงธรรมดาก่อน จากนั้นจึงแทงด้วยมือข้างเดียว เขาบอกว่า เมื่อไหร่ที่คนพิการชนะ ผมจะออกจากเมืองนี้
-จากนวนิยายเรื่อง Silk โดย อเลสซานโดร บาริคโค
ทอไหม
ผมคิดไม่ออกเลยว่าจะท้าทายแค่ไหนในการดัดแปลงนวนิยายที่สวยงามราวบทกวีแบบ Silk มือเขียนบทร่วม ไมเคิล โกลดิง กล่าว ปกติการดัดแปลงนวนิยายเป็นภาพยนตร์ คือการตัดรายละเอียดออก เพราะหนังของคุณคงยาวประมาณ 12 หรือไม่ก็ 20 ชั่วโมงแน่ ถ้ายกรายละเอียดมาทั้งเล่ม แต่ Silk ไม่เหมือนเรื่องอื่น ผมรู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้คือชิ้นส่วนความประทับใจเล็กๆอันงดงาม เหมือนโมเสคสีสวยหลายๆชิ้นที่ประกอบกันเป็นเรื่องราวสะเทือนอารมณ์
ถ้านิยายต้นฉบับของบาริคโคเป็นวรรณกรรมร้อยแก้วที่มองครั้งแรกจะดูยากในการดัดแปลงเป็นสื่ออื่น เรื่องราวในนั้นยังอัดแน่นไปด้วยความขัดแย้งทางภาษาภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็น ตะวันตกปะทะตะวันออก, ความบอบบางของไข่ไหมกับความดุเดือดของอุตสาหกรรมสิ่งทอ, ความไร้เดียงสาของวัยเยาว์กับการผจญภัยสู่ดินแดนลึกลับ, การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ข้ามน้ำข้ามทะเลกับการเปิดเผยความจริงจากก้นบึ้งของหัวใจ
ผมไม่มีความคิดจะทำร้ายตัวนิยายเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ต้องทำ ซึ่งผมขอใช้คำว่า ดัดแปลง ไม่ใช่ ถ่ายทอด ให้นิยายเรื่องนี้กลายเป็นสื่ออีกรูปแบบหนึ่ง และนั่นคือความท้าทาย โกลดิงกล่าว ภาพยนตร์คือเรื่องราว และมันต้องมีปมเรื่องที่แข็งแรง เพราะฉะนั้นเราจะเล่าเรื่องยังไงดี เราจะชูประเด็นไหนให้เด่น และจะทิ้งประเด็นไหนเป็นฉากหลัง สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ผมคิดว่าควรเน้นก็คือตัวเอแล็น เพราะเธอเหมือนเป็นเงาที่แผ่ปกคลุมอยู่ตลอดเรื่อง และเห็นชัดว่าเธอสำคัญมาก สังเกตจากการที่มีการกล่าวถึงเธออยู่ตลอดเวลา
ฉันเคยรู้จักผู้ชายคนหนึ่งที่สร้างทางรถไฟให้ตัวเอง และคุณรู้ไหม ทางรถไฟของเขาเหยียดตรงเหมือนลูกธนู มันทอดยาวหลายร้อยกิโลเมตร โดยไม่มีช่วงโค้งเลย คงจะมีเหตุผลบางอย่าง แต่ฉันจำไม่ได้ เหตุผลถูกลืมเลือนไปแล้ว
-จากนวนิยายเรื่อง Silk โดย อเลสซานโดร บาริคโค
สวนของเอแล็น
ความสำเร็จหนึ่งของกระบวนการดัดแปลงนิยายเรื่องนี้คือการพัฒนาบทบาทของเอเล็น ภรรยาสาวแสนดีของแอร์เว่ ซึ่งเป็นตัวละครผู้ถือกุญแจสำหรับไขสู่ปริศนาอันเป็นศูนย์กลางของเรื่อง ในนวนิยาย เอแล็นเป็นตัวละครที่ปรากฏเพียงเงาลางๆ แต่หนังจะสร้างเธอให้มีเลือดเนื้อขึ้นมา และมีความสำคัญมากขึ้นหลายเท่า ซึ่งทีมงานรู้สึกปลื้มมากที่ได้นักแสดงสาวมากพรสวรรค์ เคียร่า ไนท์ลี่ย์ มารับบทนี้ ที่ถึงแม้จะปรากฏตัวไม่กี่ฉาก แต่ก็เพิ่มน้ำหนักให้กับเรื่องราวเป็นอย่างมาก
ฉันเป็นแฟนตัวยงของหนังสือ เคียร่า ไนท์ลี่ย์ กล่าว ผู้ชมชื่นชอบเธอจากบทบาทใน Pirates of the Caribbean ทั้งสามภาค และ Pride & Prejudice ที่ดัดแปลงจากนวนิยายของ เจน ออสเตน และได้เข้าชิงออสการ์ เพื่อนฉันเอาหนังสือเรื่องนี้มาให้อ่านเมื่อหลายปีก่อน เราแบ่งกันอ่านในกลุ่มและหลงใหลมันมาก ในหนังสือ เอแล็นเหมือนเงาโปร่งแสง เธอถูกพูดถึงตลอดเวลา แต่ไม่เคยมีการลงรายละเอียด ก็เลยค่อนข้างน่าสนใจที่จะพัฒนาตัวละครของเธอให้เป็นตัวเป็นตน ฉันอยากแสดงเป็นตัวละครที่เก็บอารมณ์ คนที่ไม่แสดงความรู้สึกทุกอย่างออกมาตรงๆ ฉันรับบทเป็นผู้หญิงซ่าๆมาหลายครั้งแล้ว ก็เลยอยากแสดงเป็นตัวละครที่เงียบๆและเก็บอารมณ์บ้าง
ในการเพิ่มเติมสิ่งที่บาริคโคไม่ได้กล่าวถึงในนิยาย มือเขียนบทได้ระบุอาชีพของเอแล็นเข้าไปในหนัง และให้เธอเป็นผู้อยู่เบื้องหลังสวยดอกไม้แสนสวยราวภาพวาด เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เช่น ให้แอร์เว่มอบสวนแห่งนี้ให้เอแล็นเพื่อที่เธอจะได้มีโลกส่วนตัว ผู้กำกับชิราร์ดกล่าว และเราก็ให้เธอเป็นครูประถม เพื่อที่เธอจะได้ดำนินชีวิตของตัวเองต่อไปตอนที่แอร์เว่ไม่อยู่ อยากบอกว่ามันเป็นงานหินทีเดียว เราร่างโครงเรื่องหลายครั้ง ตรวจแล้วตรวจอีก กว่าจะสร้างให้เอแล็นเป็นตัวละครที่มีเลือดมีเนื้อขึ้นมาได้
เมื่อเอแล็นมีชีวิตขึ้นมา เรื่องราวก็น่าติดตามมากขึ้น เอแล็นเป็นคนที่ถือกุญแจสู่ตอนจบ เป็นตัวไขปริศนาที่ทำให้ผู้ชมต้องกลับไปพิจารณาถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไมเคิลและฟรองซัวส์บอกว่าเอแล็นเป็นตัวละครที่ยากที่สุด เคียร่า ไนท์ลี่ย์ กล่าว ฉันชอบบทนี้มากเพราะเธอไม่พูด และฉันคิดว่าสิ่งที่งดงามและเศร้าที่สุดเกี่ยวกับเอแล็นคือ คุณจะเข้าใจเธออย่างแจ่มแจ้งก็ตอนเธอตาย ในตอนท้ายที่แอร์เว่เข้าใจเธอ
ผู้อำนวยการสร้างฟิชแมนเสริมว่า จุดสำคัญอีกจุดหนึ่งที่เราคิดว่าควรพูดถึงคือ ส่วนใหญ่หนังสมัยใหม่จะไม่ค่อยมีตัวละครหญิงที่คอยสนับสนุนสามีตลอดเวลา แม้จะสงสัยว่าเขากำลังนอกใจอยู่ เป็นใครก็ต้องรู้สึกว่าแบบนี้ไม่ถูกต้อง เราก็เลยต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อพัฒนาตัวละคร และทำให้เอแล็นเป็นตัวละครที่ซับซ้อนและแข็งแรงมากยิ่งขึ้น
นักแสดงนำฝีมือดีคนอื่นๆได้ตอกย้ำความเป็นภาพยนตร์นานาชาติของ Silk ไมเคิล พิตต์ คือแอร์เว่ที่สมบูรณ์แบบของเรา ผู้กำกับชิราร์พูดถึงนักแสดงนำของเขา ไมเคิล พิตต์ ที่ผู้ชมคุ้นหน้าจากผลงานอย่าง Last Days ของกัส แวน แซงค์, The Dreamers ของแบร์นาโด แบร์โตลุคชี่, The Village ของเอ็ม ไนท์ ชยามาลาน, Bully ของแลรี่ คลาร์ก และ Hedwig and the Angry Inch ของจอห์น คาเมร่อน มิตเชลล์ เขามีบุคลิกที่สมบูรณ์แบบ ครั้งแรกที่คุยกับเขา ผมแทบไม่อยากเชื่อว่าเขาจะคล้ายตัวละครมากขนาดนี้ ทั้งอายุ รูปร่างหน้าตา และทัศนคติ ไมเคิลไม่ใช่คนช่างพูด เขาจะใช้เวลาคิดก่อนตอบคำถามหรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งตรงกับแอร์เว่ในจินตนาการของผม
ไมเคิล พิตต์ พูดถึงตัวละครแอร์เว่ที่ส่วนใหญ่ปรากฏตัวในฐานะผู้สังเกตการณ์ และบทพูดส่วนใหญ่อยู่ในรูปของเสียงสะท้อน เสียงบรรยาย ว่า ความท้าทายคือเขาไม่ใช่ตัวละครที่แสดงออกมาก และบางครั้งก็ยากที่จะแสดง มันง่ายกว่าถ้าตัวละครของคุณพูดเยอะ เพราะมันยังมีอะไรให้พูด การสื่อสารโดยไม่พูดยากกว่ามาก เพราะคนดูจะไม่ค่อยสังเกตเห็น
ผู้รับบทบัลดาบิอู นักธุรกิจที่ต้องการฟื้นความมั่งคั่งให้เมืองโดยการเปิดโรงงานขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นบทสำคัญของเรื่องคือ อัลเฟร็ด โมลิน่า นักแสดงที่มีผลงานหลากหลาย ทั้งหนังอาร์ทเฮาส์, หนังบล็อกบัสเตอร์ และละครเวที (The Hoax, Frida, Chocolate, The Da Vinci Code, Spider-Man 2 และล่าสุดในละครบรอดเวย์เรื่อง Fiddler on the Roof) บัลดาบิอูเป็นชายที่ไม่มีที่มาที่ไปแน่นอน อยู่ๆเขาก็โผล่มาที่นี่ โมลิน่าอธิบาย เขาเป็นเหมือนนักเชิดหุ่น เขาไม่ค่อยเคารพคนใหญ่คนโตเหมือนคนอื่น และเป็นคนที่กระตุ้นให้แอร์เว่ ตัวละครของไมเคิล ออกเดินทาง ผู้อำนวยการสร้างล็อคบอกว่า อัลเฟร็ดเป็นเหมือนนักมายากล เขาเป็นตัวละครที่ยิ่งใหญ่และไม่มีใครแสดงบทนี้ได้อย่างเขา เขาคือฝันที่เป็นจริง
นักแสดงอีกคนหนึ่งคือ โคจิ ยากุโช จากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นนักแสดงที่ได้รับการยกย่องและเป็นคนโปรดของนักทำหนังแถวหน้าของญี่ปุ่น ทั้งยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทองญี่ปุ่นถึง 9 ครั้ง ชนะ 2 ครั้ง ผู้ชมชาวตะวันตกคุ้นหน้าเขาจากบทบาทใน Shall We Dance? ฉบับดั้งเดิม, Memoir of a Geisha และล่าสุดใน Babel ของผู้กำกับ อเลฮานโดร กูเตียแรซ โคจิเป็นนักแสดงที่เก่งมาก โกลดิง มือเขียนบทร่วมกล่าว เขาถ่ายทอดหลายอย่างสู่บทนี้ แค่เขาเดินเข้ามาในจอ ก็เกิดน้ำหนักและความลึกว่าเขาเป็นใคร ถ้าเราถ่ายเรื่องนี้ในลอสแองเจลลิส ก็คงออกมาไม่เหมือนแบบนี้
สำหรับบทสาวงามลึกลับ ผู้กำกับได้เลือกนักแสดงหน้าใหม่ เชอิ อชินะ จากผู้สมัครหลายพันคนในญี่ปุ่น ผมไม่เคยสัมภาษณ์นักแสดงเยอะขนาดนี้มาก่อน แต่พอได้คุยกับเซอิ ผมก็รู้สึกว่าได้ค้นพบบางอย่างที่หายาก ซึ่งก็คือความสมดุลย์ระหว่าง ความงามหมดจดและความลึกล้ำภายใน ผู้หญิงคนนี้ต้องไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องดึงดูดอย่างลึกล้ำ วึ่งผมพบคุณสมบัตินี้ในตัวเซอิ
นักแสดง
เคียร่า ไนท์ลี่ย์ รับบท เอแล็น ฌงกูร์
ผลงาน >> Atonement, Pirates of the Caribbean Trilogy, Pride & Prejudice, King Arthur, Love Actually
รางวัล - เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก Pride & Prejudice - เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยมในภาพยนตร์ดราม่าจาก Atonement - เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยมในภาพยนตร์ตลก/เพลงจาก Pride & Prejudice
ไมเคิล พิตต์ รับบท แอร์เว่ ฌงกูร์
ผลงาน >> Last Days, The Dreamers, The Village, Hedwig and the Angry Inch, Bully
อัลเฟร็ด โมลิน่า รับบท บัลดาบิอู
ผลงาน >> The Hoax, The Da Vinci Code, Spider-Man 2, Chocolate, Frida, Magnolia, Boogie Night
รางวัล - เข้าชิงรางวัล BAFTA สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจาก Frida - เข้าชิงรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมของสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์จาก Frida
โคจิ ยากุโช รับบท ฮาร่า จูเบอิ
ผลงาน >> Babel, Memoir of a Geisha, Cure, Kairo รางวัล - ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองญี่ปุ่นสาขานักแสดงยอดเยี่ยมจาก The Eel - ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองญี่ปุ่นสาขานักแสดงยอดเยี่ยมจาก Shall We Dance? - เข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทองญี่ปุ่น 8 ครั้งจาก The Wow-Choten Hotel, University of Laughs, The Choice of Hercules, Warm Water Under the Red Bridge, Alley Cat, Jubaku: Spellbound, Bonds, Under Aurora
|