![]() |
|
|
|
![]() |
|
|
|
|
เรื่องย่อ ว่ากันว่าใต้จิตสำนึกของ เด็กพิเศษ แต่ละคนล้วนต่างมีความสามารถและทักษะพิเศษบางอย่างที่แฝงเร้นอยู่ภายในซึ่งติดตัวมาตั้งแต่เกิดโดยเราเรียกสิ่งนั้นว่า พรสวรรค์ ...เด็กพิเศษที่มีแม่กำลังป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดในระยะสุดท้ายอย่าง เซน (จีจ้า ญาณิน) ไม่เคยรู้เลยว่าความพยายามทวงสิทธิ์ที่ ซิน(ส้ม อมรา)แม่ของเธอพึงได้รับในฐานะอดีตผู้หญิงคนสำคัญของ NO.8 (อ๊อฟ พงษ์พัฒน์) หัวหน้าแก๊งค์มาเฟียที่โหดและทรงอิทธิพลที่สุดของไทย จะทำให้ชีวิตของเธอและแม่จะต้องพบกับโลกอีกมุมหนึ่งที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน และเป็นชนวนสำคัญอันนำไปสู่จุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าและปะทะกันระหว่าง NO.8 หัวหน้าแก๊งค์มาเฟียไทย และมาซาชิ(มร.ฮิโรชิ อาเบะ) สมาชิกคนสำคัญของแก๊งค์ยากูซ่าจากญี่ปุ่นที่พยายามปกป้องเซนและแม่ แต่ดูเหมือนว่าหนทางเดียวที่เซนจะทำได้ในตอนนี้ก็คือการดึงเอาพรสวรรค์ทางด้านการต่อสู้ทั้งหมดที่แฝงเร้นอยู่ในตัวออกมาเพื่อปกป้องแม่ให้ได้ เกร็ดภาพยนตร์ ปี 2003 องค์บาก ทำให้ โทนี่ จา กลายเป็นซุปเปอร์สตาร์แอ็คชั่นฮีโร่อันดับ1ของไทยและของโลก ปี 2004 เกิดมาลุย คือความมันส์แบบNON-STOP ของภาพยนตร์ไทยแอ็คชั่นสตั้นท์เสี่ยงตายที่ทำให้โลกรู้จัก เดี่ยว ชูพงษ์ ช่างปรุง ปี2008 พบกับ CHOCOLATE สานต่อความสำเร็จของภาพยนตร์แอ็คชั่นไทยฟอร์มยักษ์ระดับโลกเรื่องที่ 3 ของปรัชญา ปิ่นแก้ว พร้อมปฏิวัติโฉมหน้าซุปเปอร์สตาร์แอ็คชั่นฮีโร่หญิงคนใหม่ของเมืองไทย จีจ้า ญาณิน วิสมิตะนันทน์ สาวน้อยวัย23 ปีผู้สัมผัสวิถีการต่อสู้ด้วยเทควันโด้ตั้งแต่อายุ 11 ปีและสามารถคว้าเทควันโด้สายดำได้ในเวลาแค่ 2 ปี บ่มเพาะความสามารถในการต่อสู้จากพันนา ฤทธิไกรนานถึง 4 ปีเต็ม ทีมนักแสดง จีจ้า ญาณิน วิสมิตะนันทน์ รับบท เซน ลูกสาวเพียงคนเดียวของ ซิน และ มาซาชิ เด็กสาวหน้าตาน่ารัก แต่เนื่องจากเป็นโรคออทิสซึ่ม ทำให้ความรู้สึกในการเรียนรู้สิ่งต่างๆช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน ขณะเดียวกันก็มีพรสวรรค์ในการจดจำ และเลียนแบบ โดยเฉพาะการต่อสู้ มีปฏิกิริยาในการโต้ตอบว่องไว อารมณ์ค่อนข้างรุนแรง ดุ ขี้โมโห ขี้หวง เติบโตมาโดยมีความผูกผันกับซินมากเป็นพิเศษ และจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายแม่เป็นอันขาด ประวัติพอสังเขป ญาณิน วิสมิตะนันทน์ หรือจีจ้า เกิดวันที่31 มีนาคม 2527 สาวน้อยขี้โรคในวัยเด็กที่ยอมตัดสินใจเรียนเทควันโด้ เมื่ออายุได้เพียง 11ปี(พ.ศ.2538)เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง โดยมีคุณแม่เป็นแรงบันดาลใจ หลงใหลในกีฬาเทควันโด้ทำให้ฝึกจนได้สายดำดั้งที่ 1 เมื่อปี 2540 และสามารถคว้าสายดำมาได้หลังจากที่ผ่านการเรียนเทควันโด้ในเวลาเพียง 2 ปี ในขณะที่อายุเพียง13 ปี และได้สายดำดั้ง 2 ในปีพ.ศ.2542 และสายดำดั้ง 3 ในปีพ.ศ.2546 ต่อมาอายุได้เพียง14ปีเริ่มต้นหันมาเป็นครูสอนเทควันโด้ ขณะเรียนอยู่ชั้นม.ปลายได้เข้าร่วมแข่งขันกีฬาเทควันโด้เยาวชนกรุงเทพฯ และคว้าเหรียญทองมาได้ในปีพ.ศ.2539 และเข้าร่วมแข่งขันกีฬาเทควันโด้ของกรมพละศึกษาในปีพ.ศ. 2540 และในระหว่างที่กำลังจะเรียนจบชั้นม. 6 ก็ได้เข้าไปแคสติ้งภาพยนตร์แอ็คชั่นเรื่อง เกิดมาลุย ที่กำกับโดยพันนา ฤทธิไกร โดยการทดสอบคือเน้นทางด้านแอ็คชั่นเป็นหลักไม่ว่าจะเป็นการเตะ การกระโดดในรูปแบบและท่าต่างๆ จนได้รับการคัดเลือกให้แสดงภาพยนตร์เรื่องเกิดมาลุย หลังจากนั้นมีโอกาสทำเวิร์คช็อพเดโมแอ็คชั่นการต่อสู้ให้กับทางปรัชญา ปิ่นแก้วและเสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ แห่งสหมงคลฟิล์มฯได้ดู จนในที่สุดทางสหมงคลฟิล์มตัดสินใจเปิดไฟเขียวสร้างโปรเจ็คต์ภาพยนตร์แอ็คชั่นเรื่อง ช็อคโกแลตให้ จีจ้า ญาณิน รับทนำโดยเฉพาะ โดยมีพันนา ฤทธิไกรทำหน้าที่บ่มเพาะทักษะและความสามารถทางการต่อสู้ให้กับจีจ้าโดยเฉพาะตลอด4 ปี และใช้เวลาในการถ่ายทำถึง 2ปีเต็ม ประวัติ ญาณิน วิสมิตะนันทน์ ชื่อภาษาอังกฤษ Yanin Vismitananda ชื่อเล่น จีจ้า วัน เดือน ปีเกิด 31 มีนาคม 2527 อายุ 23 ปี สถานที่เกิด โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา กรุงเทพฯ ส่วนสูง 162 ซม. การศึกษา ปี 2 คณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์และดิจิตอล ม.เกษมบัณฑิต ศาสนา พุทธ สิ่งศักดิ์สิทธิ์/เคารพนับถือ พระพิฆเนศ งานอดิเรก ดูหนัง,อ่านหนังสือ, ฟังเพลง, นอน กีฬาที่ชื่นชอบ มวยไทย,เทควันโด,มวยจีน สไตล์การแต่งตัว แล้วแต่อารมณ์ หวาน เซอร์ ฮีโร่ดาราชายที่ชื่นชอบ เซียะถิงฟง ( ใน Dragon Tiger Gate ) / เจ็ท ลี ( ใน The One ,Unleashed) ฮีโร่ดาราหญิงที่ชื่นชอบ คาเรน ม็อค ( ใน Around the world in 80 days ) ประเภทของภาพยนตร์ที่ชื่นชอบ โรแมนติค-คอมเมดี้,แอ็คชั่น ภาพยนตร์ในดวงใจ Mortal combat, Always : sunset on the third street, Godfather ความสามารถพิเศษ เทควันโด,มวยไทย,ยิมนาสติค คติประจำใจ มีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำ ท้อได้แต่อย่าถอย ความภาคภูมิใจ ได้รับเลือกให้มาเล่นภาพยนตร์เรื่อง chocolate ฮิโรชิ อาเบะ (HIROSHI ABE) รับบทมาซาชิ สมาชิกคนสำคัญของแก๊งค์ยากูซ่าจากญี่ปุ่น ผู้มีบุคลิกลึกลับ ภายนอกดูเคร่งขรึม มีอุดมการณ์ที่ชัดเจนของตนเอง มีความเป็นลูกผู้ชายอยู่ในตัวสูง จิตใจดี ดูเป็นคนเงียบๆแต่เมื่อถึงบทโหดเขาก็พร้อมจะทำทุกอย่างได้เพื่อความรัก มีคู่ปรับคนสำคัญคือ NO.8 (ซึ่งรับบทโดยพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) หัวหน้าแก๊งค์มาเฟียของไทยที่มีเหตุต้องบาดหมางและกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจอันเนื่องมาจากมาซาชิเข้าไปเกี่ยวพันกับ ซิน ผู้หญิงคนสำคัญของ NO.8 และการเดินทางจากญี่ปุ่นมาเมืองไทยของมาซาชิในครั้งนี้เป้าหมายคือเพื่อพบหน้าซิน(ส้มอมรา) และเซน(รับบทโดยจีจ้า ญาณิน) ลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา โดยหารู้ไม่ว่าจะนำมาซึ่งเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตโดยสิ้นเชิง ฮิโรชิ อาเบะ นายแบบและนักแสดงระดับซุปเปอร์สตาร์หนุ่มชาวญี่ปุ่นวัย 43 เป็นที่รู้จักของแฟนๆชาวไทยจากภาพยนตร์ซีรี่ส์ญี่ปุ่นที่ฉายทางไอทีวีเรื่องนายซ่าท้าเด็กแนว(ปี49),แต่งงานกันเถอะน่ะ(ปี45) , ผม...ฮีโร่นะครับ(ก.ค.-ส.ค.ปี46) ฯลฯ เกิดเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.1964 บัณฑิตจากรั้วมหาวิทยาลัย CHUO ปี1988 เกิดที่เมืองโยโกฮาม่า เขตคาเนงาว่า เริ่มต้นอาชีพและเป็นที่รู้จักในแวดวงบันเทิงเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมี.ค.ปี1985ในฐานะนายแบบหนุ่มหลังจากชนะการประกวด SHUEISHA3rd NONNO BOY FRIEND CHAMPION จากนิตยสาร NONNO 1 ในแมกาซีนวัยรุ่นชั้นนำที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดของญี่ปุ่น ด้วยเสน่ห์ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบและป็อบปูล่าโดนใจทำให้ใบหน้า ฮิโรชิ อาเบะ ปรากฎโฉมอยู่บนปกของนิตยสาร NONNO อยู่บ่อยครั้ง รวมทั้งการถ่ายแบบขึ้นปกฉบับปฐมฤกษ์ของ MENs NONNO ว่ากันว่านอกเหนือจาก ความสูงที่ทำให้ ฮิโรชิ อาเบะ(สูง189ซม.น้ำหนัก75กก.) แตกต่างจากนักแสดงชายชาวญี่ปุ่นโดยทั่วๆไปแล้ว อารมณ์ขันและความหน้าตาดีของเขาก็เป็นเสน่ห์ที่ทำให้เป็นที่นิยมได้ไม่ยาก ส่งผลให้เขาได้มีโอกาสเข้าไปมีบทบาทสำคัญ สำคัญในช่วง COOL GUY ของ....รายการวาไรตี้โชว์ยอดนิยมในภาคกลางวันของ FUJI TELEVISIONสถานีโทรทัศน์ชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ในระหว่างกำลังเรียนอยู่ในปีสุดท้ายของมหาวิทยาลัย(1988) ฮิโรชิ อาเบะ โดดเข้าสู่จอเงินในฐานะนักแสดงอาชีพเป็นครั้งแรกกับภาพยนตร์เรื่อง HAIKARASAN GA TOURU (TRENDY GIRL PASSES BY) และเริ่มฉายแววความสามารถทางการแสดงที่มาพร้อมกับพรสวรรค์อันโดดเด่นในการถ่ายทอดอารมณ์ขันกับบทคอมิดี้ ส่งผลให้ชื่อของอาเบะขึ้นแท่นเป็น 1 ในแสดงชายระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น และครองความนิยมจากแฟนๆชาวญี่ปุ่น และมีผลงานการแสดงออกมาอย่างต่อเนื่องทั้งทางโทรทัศน์,ภาพยนตร์,งานโฆษณา และละครเวที ฯลฯ ปี2006 คว้ารางวัลนักแสดงนำฝ่ายชายจาก Kekkon Dekinai Otoko ในงานประกาศรางวัล Television Drama Academy Awards ครั้งที่50 สำหรับ ช็อคโกแลต เป็นครั้งแรกที่นักแสดงระดับซุปเปอร์สตาร์ชาวญี่ปุ่นจะได้มีโอกาสโชว์ฝีไม้ลายมือทางด้านการแสดงเข้มข้นที่สุดในหนังไทยให้ชาวไทยและแฟนๆจากทั่วโลกได้สัมผัสกัน พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบท NO.8 หัวหน้าแก๊งค์มาเฟียไทยที่ดุดัน เลือดเย็นและโหดเหี้ยมที่สุด ด้วยข้อตกลงในการผสานผลประโยชน์ในเครือข่ายโลกอาชญากรรมที่โยงใยถึงกัน ทำให้เขาต้องญาติดีกับมาซาชิ มือขวาของหัวหน้าแก๊งค์ยากูซ่าจากญี่ปุ่นที่ถูกส่งมาเป็นตัวแทน แต่ทันทีที่สูญเสียหัวใจของ หญิงที่ตนรักอย่างเซนให้กับมาซาชิ ความสัมพันธ์ระหว่างแก๊งค์ก็สิทธิ์สุดลงทันที พร้อมกับความคลั่งแค้นที่เพิ่มพูนขึ้น พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ซุปเปอร์สตาร์ชาย นักร้อง นักแสดง ผู้กำกับระดับฝีมือ ที่ผ่านงานทั้งด้านละครและภาพยนตร์มาอย่างต่อเนื่องและมากมาย ล่าสุดมีผลงานการกำกับMe, Myself ขอให้รักจงเจริญ ภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จจนสามารถไปคว้ารางวัลจากงานประกวดภาพยนตร์ที่ประเทศอินเดีย ในส่วนของการแสดงเป็นที่ยอมรับถึงความเป็นนักแสดงเจ้าบทบาทที่มีผลงานที่โดดเด่นทั้งในฐานะนักแสดงนำ และนักแสดงสมทบอาทิ ดีแตก,ต้องปล้น,พันธุ์หมาบ้า,กึ๋ยทู,อันดากับฟ้าใส,7 ประจัญบาน 1-2, คืนไร้เงา (2546), โหมโรง (2548), โอปปาติก-เกิดอมตะ (2550) และล่าสุดใน ช็อคโกแลต ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นพงษ์พัฒน์ในบทผู้ร้ายอย่างเต็มตัว ส้ม อมรา ศิริพงษ์ รับบท ซิน อดีตหญิงคนรักของ NO.8 หัวหน้าแก๊งค์มาเฟียไทย ที่ตัดสินใจมอบหัวใจให้กับ มาซาชิ ยากูซ่า สมาชิกคนสำคัญของแก๊งค์ยากูซ่าจากญี่ปุ่น ถึงแม้จะไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนที่เธอรัก และส่งผลให้เธอและ เซน ลูกสาวเพียงคนเดียว ต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือความรักที่เธอมอบให้กับลูกสาวและชายคนรัก ส้ม อมรา ศิริพงษ์ นักร้อง ศิลปิน นางแบบ ครีเอทีฟสาว เจ้าของบทเพลง playgirl สุดฮิตจากอัลบั้มก้านคอคลับ2 ก่อนหน้าเคยออกอัลบั้มอย่าง ซ่าอมรม ที่หันมาเอาดีทางด้านการแสดงกับบทซิน ผู้หญิงแกร่งที่มีลูกเป็นออทิสติก อัจฉริยะ ที่เชี่ยวชาญทางด้านศิลปะการต่อสู้
จุดกำเนิด ช็อคโกแลตและ จีจ้า ญาณิน กับ 4 ปีเต็มแห่งวิถีแอ็คชั่นของสาวหน้าหวาน เล่นจริง เจ็บจริงในสไตล์จา พนม ดูเหมือนว่าในโลกของภาพยนตร์แอ็คชั่นแทบจะไม่เหลือพื้นที่ว่างสำหรับผู้หญิงที่จะถ่ายทอดความสามารถทางด้านแอ็คชั่นหรือศิลปะการต่อสู้เท่าไรนัก ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมาคงมีเพียงชื่อของ มิเชลล์ โหยว และจางซิยี่เท่านั้นที่เป็นตัวแทนของแอ็คชั่นไอดอลของโลก สำหรับเมืองไทยมีเพียง มล.สุรีวัลย์ สุริยง อดีตราชินีนักบู๊หญิงเพียงคนเดียวที่ปั้นโดย พันนา ฤทธิไกร ผู้กำกับแอ็คชั่นมือ1 ของเมืองไทย จึงไม่น่าแปลกใจที่ภาพจำของคนส่วนใหญ่จะมีเพียงแอ็คชั่นฮีโร่อย่าง บรู๊ซ ลี, เฉินหลง ,เจ็ท ลี รวมทั้งไอดอลคนล่าสุดอย่างโทนี่ จา แต่ใช่ว่ากระบวนการค้นหาเพชรเม็ดงามที่รอการเจียระไนจะไม่เคยเกิดขึ้นแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงศักยภาพและความพร้อม คงไม่มีบริษัทผู้สร้างภาพยนตร์รายใดที่มีความพร้อมทั้งในเรื่องทุนสร้าง บุคคลากร และความเชี่ยวชาญในการสร้างความแปลกใหม่ให้กับหนังแอ็คชั่นผู้หญิงได้เท่ากับค่ายใบโพธิ์-สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนลจากมุมมองและวิสัยทัศน์ของเสี่ยเจียง-สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐผู้อำนวยการสร้างที่คร่ำหวอดอยู่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากว่า 40 ปีอีกแล้ว รวมทั้งแนวร่วมสำคัญอย่าง ปรัชญา ปิ่นแก้ว และพันนา ฤทธิไกร 3 ทหารเสือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของภาพยนตร์แอ็คชั่นไทยระดับโลกอย่าง องค์บาก และ ต้มยำกุ้ง หลังจากทำงานกับจา พนมในองค์บากแล้ว ผม เสี่ยเจียงและพันนา มีการพูดคุยกันมาโดยตลอด ว่าจากความสำเร็จที่เกิดขึ้น เปิดโอกาสให้หนังแอ็คชั่นไทยเป็นที่ยอมรับและยังคงงไปได้อีกไกลมากๆ ในสายตาต่างชาติ ด้วยความพร้อมของสตูดิโออย่างสหมงคลฟิล์มฯ เสี่ยเจียงเอง ทีมงานบุคคลากรของเราทั้งตัวผมและพันนา ทำให้เชื่อมั่นว่าเราน่าจะทำหนังแอ็คชั่นที่เป็นผู้หญิงได้ เพียงแต่เราต้องค้นหาเพชรเม็ดนั้น ผู้หญิงเก่งที่มีคุณสมบัติพร้อมทั้งเสน่ห์ รูปร่าง หน้าตา และสำคัญที่สุดคือความสามารถทางด้านMARTIAL ART จริงๆ ซึ่งยอมรับว่าด้วยโจทย์และมาตรฐานที่เราวางไว้ สูงพอสมควร ซึ่งคงไม่ได้หากันง่ายๆอย่างแน่นอน ด้วยความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมของปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้อานุภาพของศิลปะของชาติอย่างแม่ไม้มวยไทย และหนังแอ็คชั่นที่ทุกคนเชื่อว่าตายไปแล้วในวงการหนังไทยจะฟื้นกลับมาจนเป็นที่ยอมรับและประสบความสำเร็จไปทั่วโลก แต่แล้วอยู่ๆฟ้าก็ประทานแอ็คชั่นฮีโร่หญิงคนใหม่มาให้โดยที่ทุกคนไม่คาดคิด นักแสดงที่มีความสามารถ กล้าพอที่จะถ่ายทอดความมันส์อันแสนตื่นตาและเต็มไปด้วยความเสี่ยงในโลกของแอ็คชั่น และที่สำคัญที่สุดต้อง กล้าพอที่จะ เล่นจริง เจ็บจริงด้วย ตัวเองแบบเดียวกับจา พนม ภายใต้คอนเซ็ปท์หนังแอ็คชั่นตามมาตรฐานของ ปรัชญา-พันนา โดยเกิดขึ้นในระหว่างที่พันนา ฤทธิไกรกำลังค้นหานักแสดงหญิงที่จะมารับบทบาทใน เกิดมาลุย ผลงานการกำกับภาพยนตร์แอ็คชั่นสตั้นท์เสี่ยงตายเรื่องแรกในรอบ 10 ปีของเขา และชื่อของน้อง จีจ้า ญาณินก็ถือกำเนิดขึ้นในเวลานั้นเอง ครั้งแรกที่ผมเห็นคือเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆหน้าใสๆอายุแค่ 18 ปี รู้สึกว่าตัวเล็กและเด็กเกินไป สำหรับบทในเกิดมาลุย แต่ก็ลองให้เล่นแอ็คชั่น ออกอาวุธดู และในระหว่างพูดคุยนี่เอง ผมได้สังเกตุเห็นแง่มุมที่เป็นจุดเด่นของน้องจีจ้าเข้า นั่นคือเวลาน้องเขาพูดคุย ดูเขามั่นคง แน่วแน่ จริงจัง ทำให้ผมนึกถึงคน 2 คนขึ้นมาทันที คนแรกคือตัวผมเองสมัยที่ตัดสินใจฝึกสตั้นท์ครั้งแรกโดยที่ไม่มีครูสอน เวลาดูกระจก รำมวย... ฝึกตามเฉินหลง ,บรู๊ซ ลี ยิ่งเหนื่อยยิ่งเหงื่อท่วมตัวเท่าไหร่ ก็ยิ่งมั่นคงเท่านั้น และอีกคนคือจา พนม สมัยที่เจอกันครั้งแรก ที่จาเขาบังคับให้พ่อพามาหาผม บอกว่าถ้าไม่รับเข้ามาเป็นสตั้นท์ จะฆ่าตัวตาย ในระหว่างที่กำลังเตรียมงานเกิดมาลุยนั่นเอง วันหนึ่งผมได้เรียกน้องเขามา บอกให้พาพ่อแม่มาด้วย แต่เขาไม่รู้ว่าผมได้ให้สตั้นท์ไปออกแบบคิวบู๊ไว้ ตัวน้องไม่เคยเล่นคิวบู๊มาก่อน แล้วเราก็เตรียมกล้องไว้ถ่าย พอมาถึงก็ให้เค้าวอร์ม และให้น้องทำตามที่ละอย่างที่ละอย่าง เสร็จแล้วก็นำไปตัดต่อให้พี่ปรัชญาและเสี่ยเจียงดู ทุกคนบอกใช่เลย(ดีดนิ้ว)สิ่งที่เราเห็นตรงกันคือความแปลกใหม่ ส่วนใหญ่เวลาเอาผู้หญิงมาเล่นแอ็คชั่น จะต้องมีความบึ้ก ความสูง ยืนเข้าเฟรมแล้วต้องดูน่ากลัว ถามว่าตื่นเต้นไหม กลับกันถ้าเราเห็นเด็กคนหนึ่ง ใสๆ ดูคิกขุ เดินอยู่แถวพารากอน แต่งตัวน่ารัก แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะเล่นแอ็คชั่นบู๊แบบจา พนมได้ สำหรับสิ่งที่มีอยู่ในตัวจีจ้าคือความเซอร์ไพรส์ที่ไม่เคยเกิดขึ้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดโปรเจ็คต์จีจ้าขึ้น สุดท้ายถึงลงตัวมาเป็น ช็อคโกแลต-ออทิสติก อัจฉริยะ ศิลปะการต่อสู้ แต่ใช่ว่าวิถีแห่งความเป็นแอ็คชั่นฮีโร่หญิงของจีจ้า ญาณินจะสามารถเกิดได้ทันที โดยเริ่มจาก 2ปีแรกที่ต้องฝึกซ้อมร่างกายอ่างหนัก เพิ่มความแข็งแกร่ง ความทนทาน ความอ่อนตัว บ่มเพาะทักษะทางด้านศิลปะการต่อสู้ทั้งด้านมือเปล่าอย่างมวยไทย ,พื้นฐานทางด้านยิมนาสติกทั้งหมด ,การใช้อาวุธ ,การเล่นแอ็คชั่น เข้าคิวกับสตั้นท์ ระยะในการยืน จังหวะในการออกอาวุธ พร้อมกับแสดงสีหน้าแอ็คติ้งให้มีความเข้มข้น การรับแอ็คชั่น การเซฟตัวเอง ฯลฯ ด้วยหลักการที่พันนา ฤทธิไกรคิดและรวบรวมมาทั้งชีวิต รวมทั้งจากตอนฝึกให้จา พนม โดยนำมาถ่ายทอดฝึกฝนให้กับจีจ้าเป็นคนแรก ในขณะที่ปีที่3และ4ถึงได้เริ่มต้นเปิดกล้องถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ช็อคโกแลต ถ้าหากคิดว่าหนังแอ็คชั่นผู้หญิงอย่าง ช็อคโกแลต คงไม่ดุเดือด จริงจัง เข้มข้น หรือมันส์เท่าหนังแอ็คชั่นผู้ชายละก็ ขอบอกว่าคุณคิดผิด และจงเตรียมใจไว้ได้เลยว่าทุกๆฉากแอ็คชั่นที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงสร้างความแปลกใหม่เท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์ที่รับรองว่าจะช็อคความรู้สึกของคนดูอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่านี่คือหนังแอ็คชั่นเรื่องแรกในชีวิต ของจีจ้า ญาณินก็ตาม ออทิสติก อัจฉริยะ และศิลปะการต่อสู้ ก่อเกิดช็อคโกแลต หนังแอ็คชั่นขายไอเดีย กับงานคาราวะสุดยอดแอ็คชั่นฮีโร่ในตำนาน เป็นที่ยอมรับกันว่าสิ่งที่ทำให้ องค์บาก และ ต้มยำกุ้ง สามารถทำลายกำแพงความเชื่อที่ว่าหนังเอเชียคือพลเมืองชั้นสองหรือหนังจากยุโรปและฮอลลีวู้ดดีที่สุดก็คือความแปลกใหม่ที่แตกต่างจากขนบเดิมๆ ของหนังแอ็คชั่นที่เคยดูกัน แต่ในขณะเดียวกันกลับอัดแน่นไปด้วยความตื่นเต้นที่แสนตื่นตา และยังมีความสากลอยู่สูงมาก ซึ่งแม้แต่หนังทุนสูงจากฮอลลีวู้ดก็ไม่สามารถทำได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่หนังไทยแอ็คชั่นซึ่งคั้นจากมันสมองและความสามารถของคนไทยจากการแท็คทีมกันของ ปรัชญา-พันนา-เสี่ยเจียง และสตูดิโอผู้สร้างอย่างสหมงคลฟิล์มฯ จะเป็นที่ยอมรับจากคอหนังแอ็คชั่นจากทั่วโลก ทำให้ปรัชญา ปิ่นแก้วและทีมงานต้องทำการบ้านอย่างหนักเพื่อที่จะทำให้ช็อคโกแลต ภาพยนตร์ไทยแอ็คชั่นระดับโลกเรื่องที่ 3 แตกต่างจากผลงานก่อนหน้าและสมกับที่แฟนๆรอคอยจนเป็นที่มาของการสร้างหนังแอ็คชั่นผู้หญิงอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกภายใต้คอนเซ็ปท์ ออทิสติก อัจฉริยะ และศิลปะการต่อสู้ สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยเด็ดขาดในการทำหนังแอ็คชั่นในปัจจุบันนี้ นอกเหนือจากความสวยงามของศิลปะการต่อสู้แล้ว นั่นคือความแปลกใหม่ จากโจทย์แรกที่เรากำลังจะทำก็คือหนังแอ็คชั่นผู้หญิงที่นอกจากจะต้องเล่นจริง เจ็บจริงในสไตล์จา พนมแล้ว ทำอย่างไรให้สิ่งที่เรากำลังจะทำต้องแตกต่าง และคนยังไม่เคยเห็นมาก่อน จึงเป็นที่มาของการนำเอาเรื่องราวของตัวละครที่เป็นอัจฉริยะที่มีความสามารถในการจดจำ มาผสมผสานกับความสามารถในศิลปะการต่อสู้ของนักแสดงผู้หญิง จะเกิดอะไรขึ้นถ้าตัวเอกของเราเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ไม่น่ามีพิษมีภัยแต่เมื่อถึงฉากแอ็คชั่น ต้องโชว์ความสามารถในการต่อสู้ ก็ทำได้ราวกับเป็นบรู๊ซ ลีเลยทีเดียว ,มีความทั้งคล่องแคล้วว่องไวเล่นคิวบู๊ได้เหมือนกับเฉินหลง หรือถ้าต้องต่อสู้ด้วยท่ามวยไทยหนักๆแบบจาพนม ก็ทำได้ และยังต้องใช้ความสามารถทางการต่อสู้ในรูปแบบต่างๆ ได้ด้วย หลังจากหาพล็อตบ่มไอเดียกับพันนา และเสี่ยเจียงมานานมาก จนกระทั่งเรามาเจอน้องจีจ้า มาค้นพบไอเดียที่ใช่ วางโจทย์วางการบ้านที่หนักมากสำหรับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่จะต้องทำในสิ่งต่างๆเหล่านี้ออกมาให้ได้ การเริ่มต้นโปรเจ็คต์ช็อคโกแลต จึงเริ่มต้นขึ้นโดยเรายอมใช้เวลาทั้งหมดที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นในปีเดียว แต่บ่มเพาะ ปรับเปลี่ยน คิด แก้ไข และลงมือทำ นับตั้งแต่วันแรกที่เราเจอจีจ้าจนถึงวันนี้เป็นเวลา 4 ปีที่ทุกคนเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนที่ได้ดูรู้สึกแบบเดียวกับที่พวกเรารู้สึกคือภาคภูมิใจ และด้วยคอนเซ็ปท์ของภาพยนตร์เรื่องช็อคโกแลต นี่เองเปิดโอกาสให้ปรัชญา ปิ่นแก้ว และพันนา ฤทธิไกรได้มีโอกาสคาราวะบรรดาแอ็คชั่นฮีโร่ระดับตำนานในโลกภาพยนตร์โดยถ่ายทอดผ่านตัวจีจ้า ญาณินลงในภาพยนตร์เรื่องช็อคโกแลต ตัวผมเองได้กำกับภาพยนตร์ที่เน้นเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้มาถึง 2 เรื่องแล้ว ส่วนพันนาเขาทั้งแสดง ทั้งเล่นเอง รวมไปถึงกำกับหนังแอ็คชั่นมาทั้งชีวิต เพราะฉะนั้นเราก็เลยคิดว่า ด้วยความศรัทธา เราน่าจะมีการคารวะรุ่นพี่หรือคารวะครูบาอาจารย์ หรือคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราได้มาทำงานตรงนี้ ในหนังเรื่องช็อคโกแลต เรามีคาราวะ บรู๊ซ ลี เฉินหลง และจา พนม อย่างฉากที่จีจ้าต้องสู้กับผู้ร้ายตัวใหญ่ๆในโรงน้ำแข็ง ถ้าใครเป็นแฟนบรู๊ซ ลีแล้วจำได้ว่า เมื่อหลาย 10 ปีก่อนบรู๊ซ ลีเคยมาถ่ายหนังในเมืองไทย โดยถ่ายทำที่อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เชื่อว่าเห็นฉากนี้จะนึกถึงบรู๊ซ ลีและหนังเรื่องไอ้หนุ่มซินตึ้งบุกกรุงโรมเลยทีเดียว เราจะได้เห็นตัวจีจ้าถ่ายทอดลีลา แอ็คติ้ง ท่าทางการต่อสู้ โดยเฉพาะเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ถอดแบบฉบับสไตล์บรู๊ซ ลีออกมาเลย แต่ใช่ว่าจะมีแค่เพียงแอ็คชั่นเท่านั้น เพราะในส่วนของการแสดงเป็นอีกส่วนที่สำคัญที่นักแสดงอย่างจีจ้าจะต้องถ่ายทอดบุคลิกของเด็กออทิสติกออกมาตั้งแต่การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเด็กออทิสติก ทั้งจากหนังสือ, CASE STUDY จากของเด็กพิเศษแต่ละคนจากโรงพยาบาลของเด็กพิเศษไปจนถึงการเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเด็กพิเศษในโรงเรียนสำหรับเด็กพิเศษเพื่อศึกษาบุคลิก ท่าทางและการแสดงออกซึ่งเด็กแต่ละคนก็จะมีอาการที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง สำหรับทางด้านแอ็คติ้งของการแสดงได้โอ๋ ทิพย์วลัย บุญประคอง แอ็คติ้งโค้ชภาพยนตร์เรื่องรับน้องสยองขวัญและACADEMY FANTASIA ดูแลทางด้านการแสดงให้กับน้องจีจ้าโดยเฉพาะ การปะทะกันของสุดยอดซุปเปอร์สตาร์ชั้นแนวหน้าแห่งเอเชีย ฮิโรชิ อาเบะ # พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง # ส้ม อมรา ศิริพงษ์ และ 3 สุดยอด แชมป์มวยไทย จากฮอลแลนด์,เกาหลีและไทย สำหรับภาพยนตร์เรื่องช็อคโกแลตนอกจากปรากฏการณ์ความแปลกใหม่ของแอ็คชั่นผู้หญิงเต็มรูปแบบของน้องจีจ้า ญาณิน ซึ่งการันตีโดยทีมงาน ผู้กำกับ จาก องค์บากและต้มยำกุ้ง แล้ว ไฮไลท์สำคัญที่มองข้ามไปไม่ได้เลยคือ บรรดานักแสดงระดับฝีมือชั้นแนวหน้าที่ต่างมาร่วมสร้างสีสันความเข้มข้นให้เรื่องราวของช็อคโกแลตชวนติดตามตั้งแต่ต้นจนจบซึ่งประกอบไปด้วยฮิโรชิ อาเบะซุปเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าของญี่ปุ่นที่เหินฟ้ามารับบทมาซาชิ ยากูซ่ามือดีจากญี่ปุ่น เพื่อต้องการร่วมงานกับผู้กำกับปรัชญา ปิ่นแก้วทันทีเมื่อรู้ว่าคือผู้กำกับองค์บากและต้มยำกุ้ง ซึ่งอาเบะซังก็ไม่ได้ทำให้แฟนๆผิดหวัง โดยเฉพาะปรัชญา ปิ่นแก้วพูดถึงอาเบะซังว่า ทุกซีนที่ถ่ายทำจะสัมผัสได้ถึงพลังทางการแสดงจนเหมือนกับว่ามีรังสีออกมาจริงๆ ในขณะที่ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง นักแสดงระดับซุปเปอร์สตาร์ผู้กำกับระดับคุณภาพของไทยยอมพลิกบทบาทมาเป็น NO.8หัวหน้าแก๊งค์มาเฟียตัวร้ายของไทย ที่ทั้งโหดเหี้ยม และเลือดเย็นให้กับภาพยนตร์เรื่องช็อคโกแลตโดยเฉพาะ ถึงขนาดปรัชญา ปิ่นแก้วยกย่องถึงสปิริตและความเยี่ยมยอดทางด้านการแสดงของมือ 1 ฝ่ายไทยได้อย่างน่าฟังว่า ถึงไม่ต้องมีบทพูด แต่แค่การแสดงออกทางแววตาของพงษ์พัฒน์ ก็ทำให้ทุกคนหวั่นเกรงและขนลุกได้เลย แม้แต่เด็กเล็กที่ต้องเข้าฉากกับพงษ์พัฒน์ถึงกับร้องไห้ไม่หยุดเลยทีเดียว ส่วนส้มอมรา ศิริพงษ์ นักร้องสาวสุดเซ็กซี่หลายคนคุ้นหน้ายอมทุ่มสุดตัวกับการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต กับคาแรคเตอร์ของซิน ผู้หญิงทรยศของหัวหน้าแก๊งค์อย่างพงษ์พัฒน์ ที่ให้กำเนิดเด็กพิเศษอย่างเซน(ซึ่งรับบทโดยน้องจีจ้า)กับมาซาชิ(อาเบะซัง)ซึ่งส้มอมราต้องถ่ายทอดคาแรคเตอร์ทั้งในแบบฉบับของผู้หญิงเปรี้ยว ร้าย สุดเซ็กซี่ไปจนถึงแม่ที่ปกป้องลูกสาวซึ่งเป็นเด็กพิเศษโดยไม่ห่วงแม้แต่ชีวิตตัวเองได้อย่างไม่มีที่ติ ถึงขนาดอาเบะซังยังยกนิ้วและยอมรับว่า ฝีมือการแสดงไม่ธรรมดาอย่างส้ม ไม่น่าเชื่อว่าเล่นหนังเรื่องแรก น่าจะหันมาเอาดีกับการแสดงภาพยนตร์อย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังมีนักแสดงชาวไทยอีกหลายคนไม่ว่าจะเป็นเดย์ ฟรีแมนที่มารับบทเป็นมือขวาของมาเฟียไทยอย่างอ๊อฟพงษ์พัฒน์ ที่ฝากการแสดงของลูกน้องผู้ซื่อสัตย์ได้อย่างดีเยี่ยมและยังต้องเล่นคิวบู๊กับน้องจีจ้าจนอ่วมเลยทีเดียว รวมทั้ง ฮิโร ซาโนะ นายแบบนักแสดงญี่ปุ่นที่ฝากผลงานการแสดงภาพยนตร์และละครหลายต่อเรื่อง รวมทั้ง 7 ประจัญบาน มารับบทลูกน้องของมาซาชิที่คอยดูแล คนรักและลูกสาวของมาซาชิ หรือแม้แต่หน้าใหม่อย่างน้องท็อปซึ่งรับบทเป็นแมงมุม เพื่อนที่เติบโตมาพร้อมกับเซน ฯลฯ ในส่วนของคู่ปรับของจีจ้าในภาพยนตร์เรื่องช็อคโกแลต ได้คู่ต่อสู้ที่มีดีกรีเป็นถึงแชมป์มวยไทยถึง 3 คน ซูเมียแชมป์มวยไทยหญิงจากประเทศฮอลแลนด์ ซูจง แชมป์มวยไทยหญิงจากเกาหลี และสุดท้ายคือโอ๋ สิริมงคลแชมป์มวยไทย และมวยสากล โดยทั้ง 3 คนจะต้องแลกหมัดและโชว์ความสามารถทางการต่อสู้โดยใช้มวยไทยต่อสู้กับมวยไทยของน้องจีจ้าที่พันนาดีไซน์ออกมาเป็นคิวบู๊ที่ไม่ธรรมดาและเชื่อว่ายังไม่เคยเห็นมาก่อน เตรียมตัวพิสูจน์อีกหนึ่งความสามารถที่ผ่านการบ่มเพาะมานาน 4 ปีเต็มของ อัจฉริยะ ศิลปะการต่อสู้ จีจ้า ญาณิน แอ็คชั่นฮีโร่หญิงคนใหม่ กับ ช็อคโกแลต ความมันส์ชนิดหยุดทุกลมหายใจของแอ็คชั่นไทยระดับโลกเรื่องที่ 3 จากผลงานการกำกับของปรัชญา ปิ่นแก้ว ปรากฎการณ์ ช็อคโกแลตบนเส้นทางความสำเร็จของ ตราใบโพธิ์ และภาพยนตร์แอ็คชั่นไทยในตลาดโลก ย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย ว่ากันว่ายังไม่เคยมีนักแสดง ผู้กำกับ ผู้สร้าง ตลอดจนบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ไทยรายใดที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดในตลาดอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของโลกได้อย่างต่อเนื่องเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับ จา พนม ,ปรัชญา ปิ่นแก้ว , พันนา ฤทธิไกร , สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ซึ่งอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของภาพยนตร์ไทยแอ็คชั่นระดับโลกอย่าง องค์บาก และต้มยำกุ้ง ที่สามารถไต่อันดับในตารางหนังทำเงิน(BOX-OFFICE)ของสหรัฐอเมริกาได้สูงสุดถึงในอันดับที่ 17 และ อันดับที่ 4 (ตามลำดับ) มาแล้วรวมไปถึงการสร้างสถิติความสำเร็จของภาพยนตร์ไทยในอีกหลายประเทศทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ยังไม่รวมถึงภาพยนตร์แอ็คชั่นไทยจากผลงานการกำกับของพันนา ฤทธิไกรอย่าง เกิดมาลุยซึ่งแจ้งเกิดให้กับ เดี่ยว ชูพงษ์ และ คนไฟบิน จากผลงานการกำกับของเฉลิม วงค์พิมพ์ ทำให้ภาพยนตร์ไทยภายใต้สัญลักษณ์ ใบโพธิ์ ของ สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นบริษัทผู้สร้างภาพยนตร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยได้รับความสนใจและเป็นที่ยอมรับจากบรรดาสายหนังและผู้ซื้อภาพยนตร์จากทั่วโลกทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโปรเจ็คต์ภาพยนตร์แอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ระดับโลกเรื่องที่ 3 จากผลงานการกำกับของปรัชญา ปิ่นแก้วที่ว่ากันว่ามาพร้อมกับแอ็คชั่นฮีโร่หญิงคนใหม่ที่ใช้เวลาในการบ่มเพาะทักษะและความสามารถทางด้านการต่อสู้ถึง 4 ปีเต็ม ภายใต้คอนเซ็ปท์ของภาพยนตร์แอ็คชั่นแนวใหม่ที่นำเอาเรื่องราวของออทิสติกอัจฉริยะมาผสมผสานกับทักษะความสามารถทางด้านศิลปะการต่อสู้โดยนำมาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นผู้หญิงอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก พร้อมเปิดตัว จีจ้า ญาณิน นักบู๊สาวหน้าหวานที่จะต้องโชว์ฟอร์มแอ็คชั่น เล่นจริง เจ็บจริงด้วยตัวเองในสไตล์จา พนม ภายใต้โปรเจ็คต์ที่มีชื่อว่า ช็อคโกแลต ซึ่งส่งผลให้ได้รับความสนใจจากบริษัทผู้ซื้อภาพยนตร์จากหลายประเทศในโลกทั้งทวีปยุโรป ,อเมริกา,เอเชีย จนกล่าวได้ว่านี่คือผลงานภาพยนตร์ที่ได้รับการจับตามองมากที่สุด สำหรับการเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง ช็อคโกแลต จะเริ่มในเมืองไทยเป็นที่แรก 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 เพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีน และจะเริ่มต้นทยอยเปิดตัวออกฉายในประเทศต่างๆต่อไป รวมไฮไลท์ฉากเด็ดช็อคโกแลต เล่นจริง เจ็บจริง ฉากการต่อสู้ในโรงงานทำน้ำแข็ง อุปสรรค : บรรดาก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่มีความคมของเหลี่ยมและมุม ,อุปกรณ์ในโรงทำน้ำแข็งอาทิ ตัวจับน้ำแข็ง ,เลื่อย ฯลฯ พื้นที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำแข็งที่ละลายทำให้ลื่นและยากในการทรงตัว กลิ่นฉุนของแอมโมเนียที่ใช้ผลิตน้ำแข็งคู่ต่อสู้ : ประมาณ 8-10 คนระดับความยากง่าย : เวิร์คช็อพฝึกซ้อม 1 เดือน ซ้อมในสถานที่จริง 1สัปดาห์แรงบันดาลใจ : คาราวะ บรู๊ซ ลี สุดยอดแอ็คชั่นฮีโร่ในตำนานร่องรอย บาดแผล : จีจ้าเส้นเลือดฝอยในคอแตก ไอออกมาเป็นเลือดโชว์เด็ด : โชว์ลีลาเตะแบบไม่ยั้ง ,การสวมวิญญาณบรู๊ซ ลี ทั้งสีหน้า ลีลา ท่าทาง และน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ ฉากการต่อสู้บนเขียงหมูในตลาดสดอุปสรรค : ต่อสู้บนพื้นทางเดินที่แคบและอับชื้นกลางตลาดสด,ขอบปูนซีเมนท์บนเขียงหมู,มีดอีโต้,ตะขอเหล็กเกี่ยวและแขวนหมูทั้งตัว, การต่อสู้บนเขียงหมูที่คลาคล่ำไปด้วยเนื้อหมูที่โดนชำแหละ, กลิ่นคาวของเนื้อหมูคู่ต่อสู้ : ประมาณ10 คนระดับความยากง่าย : เวิร์คช็อพฝึกซ้อม 1 เดือน , ซ้อมในสถานที่จริง 3 วัน ,ถ่ายทำเวลากลางคืนติดต่อกัน 2 สัปดาห์แรงบันดาลใจ :การไปตลาดกับแม่ตอนเด็กของผู้กำกับปรัชญาร่องรอย บาดแผล : กระแทกขอบปูนซีเมนท์โชว์เด็ด : มีการใช้ไม้พลองเป็นอาวุธและความสามารถทางด้านเทควันโด้ ,โชว์ความสามารถของทีมสตั้นท์ ฉากออทิสติกVS. 3 แชมป์มวยไทยอุปสรรค : ต้องลอดตัวเข้าไปต่อสู้ในตะแกรงสำหรับวางท่อแอร์ที่มีความสูงเพียงแค่หน้าอกคู่ต่อสู้ : 3 แชมป์มวยไทยจาก 3 ชาติ โอ๋ ศิริมงคล ,ซูเมีย แชมป์มวยไทยชาวฮอลแลนด์,ซูจงแชมป์มวยไทยจากเกาหลีระดับความยากง่าย :เวิร์คช็อพ ฝึกซ้อมหลายเดือน , ซ้อมในสถานที่จริง 2อาทิตย์,ใช้เวลาถ่ายทำ1-2 เดือนร่องรอย บาดแผล : ถูกแชมป์มวยชาวต่างชาติเตะเข้าเบ้าตาซ้ายจนตาปิด พบว่ามีเศษก้อนกรวดฝุ่นเต็มเบ้าตา จนต้องหยุดการถ่ายทำนาน1 สัปดาห์โชว์เด็ด : ถูกถีบทะลุประตูภายในเทคเดียว,โชว์การต่อสู้ด้วยมวยฐานเตี้ยโชว์การใช้ท่าเข่าคู่และท่าเข่าลอยจากที่สูง,มีการนำท่ายิมนาสติกผสมผสานกับมวยไทย,ฉากการต่อสู้ในโกดัง อุปสรรค : กล่อง ลังไม้ ของแข็ง ขอบไม้ ขอบโต๊ะ การกระโดดข้ามตู้ล็อคเกอร์หนึ่งไปยังอีกตู้หนึ่ง ที่มีพื้นที่นั่งได้สำหรับคนๆเดียว ,วิ่งด้วยความเร็วไปพร้อมกับการใช้ตัวลอดโต๊ะกระจกที่วางอยู่ต่ำติดพื้นมากๆ พร้อมกับหลบลังไม้ที่ถูกเหวี่ยงเข้าที่ใบหน้า,การต่อสู้บนราวเหล็กที่อยู่บนที่สูงคู่ต่อสู้ :ไม่น้อยกว่า 15 คนระดับความยากง่าย : เวิร์คช็อพ และฝึกซ้อม 3-4 เดือน ซ้อมในสถานที่จริงกว่า 1 สัปดาห์แรงบันดาลใจ : คาราวะรุ่นพี่อย่างเฉินหลงร่องรอยและบาดแผล : รอยช้ำจากการกระแทกขอบไม้,กำแพงที่ขา,หลัง,ก้นกบ,เศษไม้เจาะหน้าแข็ง ฯลฯ จนต้องหยุดถ่ายทำไป 1 สัปดาห์โชว์เด็ด : สร้างสถิติกระโดดฉีกขา 180 องศาจากตู้ลอกเกอร์หนึ่งลงไปนั่งบนหลังอีกตู้หนึ่ง ด้วยจำนวน 49 เทคฉากการต่อสู้ด้วยอาวุธ อุปสรรค : แอ็คชั่นดีไซน์ที่อาศัยความคล่องตัว เน้นความรวดเร็ว เพื่อชิงจังหวะในการต่อสู้ที่ต้องเล่นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การใช้มือไปไปจนถึงการใช้อาวุธในการต่อสู้คู่ต่อสู้ :30-40 คนระดับความยากง่าย : เวิร์คช็อพ และฝึกซ้อม1-2 เดือน ซ้อมในสถานที่จริง 1 สัปดาห์ ใช้เวลาถ่ายทำ 1-2 เดือนร่องรอยและบาดแผล : รอยฟกช้ำดำเขียวจากการต่อสู้กับสตั้นท์จำนวนมากโดยเฉพาะบริเวณใบหน้าที่ถูกคู่ต่อสู้เตะเข้าใบหน้าเต็มๆโชว์เด็ด : แอ็คชั่นดีไซน์ที่ใช้ปลอกดาบซามูไรเป็นอาวุธ ,การใช้มือเปล่าและเท้าผสมผสานกับศิลปะมวยไทยในการต่อสู้ด้วยท่าต่อเนื่องเพื่อรับมือผู้ร้ายหลายๆคน,ฉากการต่อสู้บนขอบตึกสูง 4 ชั้นอุปสรรค : ต่อสู้กับผู้ร้ายบนขอบตึกที่มีพื้นที่ให้ยืนและทรงตัวได้เพียง 1 ฝ่าเท้า โดยต้องแนบลำตัวชิดกำแพงบนตึก 4 ชั้นที่ความสูง14 เมตรคู่ต่อสู้ :ไม่ต่ำกว่า 15 คนระดับความยากง่าย : เวิร์คช็อพฝึกซ้อมเป็นเวลา 1 เดือนในสถานที่จริง ถ่ายทำจริงเป็นเวลา 2 เดือนร่องรอย บาดแผล :แผลเป็นจากกระจกที่เจาะคว้านลึกเฉือนเข้าไปในเนื้อที่ขาขนาดนิ้วก้อยโดยมีเลือดไหลลงมาถึงบริเวณข้อเท้าโดยไม่รู้ตัว,บอบช้ำจากการใช้หลังกระแทกโครงเหล็กของป้ายโฆษณาโชว์เด็ด : ต้องโชว์แอ็คชั่นต่อสู้กับผู้ร้ายบนขอบตึกที่มีขนาดพื้นที่ในการยืนและทรงตัวเพียง 1 ฝ่าเท้า และต้องรับมือกับผู้ร้ายที่โผล่มาเล่นงานจากทั้ง 4 ชั้นของตึก และมีวิธีรับมือโดยการเตะกระจกใส่ผู้ร้าย ,ใช้หลังกระแทกป้ายโฆษณาเพื่อเป็นแรงส่งในการลอยตัวมาตีเข่าผู้ร้ายที่อยู่อีกชั้นหนึ่งของตึกปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้กำกับ และโปรดิวเซอร์ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ ศิลปิน นักร้อง นักแสดง ตลอดจน ผู้กำกับ และบุคลากรหลายต่อหลายคนในแวดวงบันเทิง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาคือบุคคลที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์ไทยกลายเป็นที่จับตามอง และได้รับการยอมรับในตลาดอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของโลก เมื่อ องค์บาก และ ต้มยำกุ้ง กลายเป็นภาพยนตร์ไทยที่ประสบความสำเร็จสูงสุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของโลกภาพยนตร์ เมื่อเขาช็อคคนหนังแอ็คชั่นด้วยการหยิบเอาเสน่ห์แห่งศิลปะการต่อสู้ประจำชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงอย่าง แม่ไม้มวยไทยโบราณ ถ่ายทอดลงบนแผ่นฟิล์มด้วยอานุภาพ ความดิบ ดุดัน สมจริง สวยงาม และเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนพร้อมกับทำให้ชื่อเสียงของ โทนี่ จากลายเป็นพระเอกแอ็คชั่นฮีโร่คนใหม่ที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงสุด และในปี 2008 ปรัชญา ปิ่นแก้ว พร้อมแล้วที่จะกลับมาสร้างปรากฎการณ์ความแปลกใหม่ให้เกิดขึ้นบนโลกภาพยนตร์แอ็คชั่นได้ตื่นตะลึงอีกครั้งกับ ช็อคโกแลต โปรเจ็คต์ภาพยนตร์แอ็คชั่นการต่อสู้ผู้หญิงอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก ที่มาพร้อมกับ จีจ้า ญาณิน สาวน้อยนักสู้คนใหม่วัย23ปีที่ผ่านการบ่มเพาะทักษะและความสามารถทางด้านการต่อสู้ยาวนานถึง4ปีเต็มโดยพันนา ฤทธิไกร กับดีไซน์การต่อสู้ที่แตกต่างในแบบฉบับของผู้หญิงโดยผสมผสานกับบทภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นเกิดเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นที่สุดท้าทายใช้เวลาในการถ่ายทำนานถึง 2 ปีเต็ม พันนา ฤทธิไกร ผู้ออกแบบและกำกับฉากแอ็คชั่นการต่อสู้ ผู้กำกับและออกคิวบู๊ระดับแถวหน้าของเมืองไทย ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ องค์บาก และ ต้มยำกุ้ง คร่ำหวอดในโลกภาพยนตร์แอ็คชั่นสตั้นท์เสี่ยงตายมาตลอดชีวิต ทั้งแสดง และกำกับ คือปรมจารย์คิวบู๊ผู้ปลุกปั้นจา พนม ยีรัมย์ และ เดี่ยว ชูพงษ์ ช่างปรุง ให้เป็นที่รู้จักของคนไทยและคอหนังแอ็คชั่นทั่วโลก เจ้าตำรับ เกิดมาลุย ขนาดแท้ เป็นผู้ก่อตั้ง ทีมมวยไทยสตั้นท์ ทีมคิวบู๊ระดับแถวหน้าที่มีส่วนสำคัญในพาร์ทแอ็คชั่นของหนังไทยหลายต่อหลายเรื่อง และในระหว่างที่กำลังคัดเลือกนักแสดงหญิงที่จะมารับบทบาทสำคัญในภาพยนตร์เรื่อง เกิดมาลุย ไปหลายร้อยคน ก็ได้ พบกับ สาวน้อยที่มีพรสวรรค์ทางด้านเทควันโด้ระดับสายดำ ถึงขั้นเป็นครูสอนเทควันโด้ รวมไปถึงความสามารถเฉพาะตัวทางด้านบัลเล่ต์ที่มีอยู่ในตัว จีจ้า ญาณิน จึงตัดสินใจนำเสนอปรัชญา ปิ่นแก้ว และเสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ เพื่อผลักดันความสามารถทางด้านการต่อสู้ที่มีอยู่ในตัวให้กลายเป็นแอ็คชั่นฮีโร่หญิงคนใหม่ในโลกภาพยนตร์ภายใต้โปรเจ็คต์ ช็อคโกแลต โดยทำการเก็บตัวและบ่มเพาะทักษะความสามารถทางการต่อสู้เพิ่มเติมทั้งทางด้านมวยไทย ยิมนาสติค ฯลฯ นานถึง 2ปีเต็ม จนความพร้อมได้ที่จึงเริ่มต้นเปิดกล้องถ่ายทำควบคู่ไปกับการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องตลอด 2 ปี และในปี2008 ภาพยนตร์เรื่อง ช็อคโกแลต พร้อมแล้วที่จะประกาศความยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์ไทยแอ็คชั่นระดับโลกเรื่องที่ 3 ถัดจาก องค์บาก และต้มยำกุ้ง ของปรัชญา ปิ่นแก้วปรากฏสู่สายตาคอหนังทั่วโลก
|
||||
![]()
|
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
||
|
|
|
|
|
|