![]() |
|
|
|
![]() |
|
|
|
|
SHINDO ยูตะ เธอรู้ไหม ? เพลงรักที่เพราะที่สุด คือ เพลงรักที่ส่งผ่านจากหัวใจ นำแสดงโดย เคนอิจิ มัตสึยามะ ( Death Note ), ริโกะ นารูมิ ( One Liter of Tears )กำกับการแสดงโดย โคจิ ฮางิอุดะ ( Going Home )บทภาพยนตร์โดย โคสุเกะ มูกาอิดัดแปลงจาก การ์ตูนเรื่อง Akira SASOกำหนดฉาย 20 กันยายน 2007สถานที่ โรงภาพยนตร์ Apex สยามสแควร์เท่านั้นเรื่องย่อ วาโอะ (เคนอิจิ มัตสึยามะ) คือเด็กหนุ่มวัย19 ผู้มุ่งมั่นที่จะทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง ด้วยการสอบเข้าโรงเรียนดนตรีแห่งชาติให้ได้ แต่เสียงเปียโนจากปลายนิ้วของ วาโอะ กลับไม่สื่อไปถึงหัวใจของคำว่าดนตรีอย่างที่เขาหวัง... วันหนึ่งกลางฤดูร้อน ในขณะที่วาโอะนอนฟังเสียงน้ำอยู่บนเรือพาย เขาก็ได้พบกับ ยูตะ (ริโกะ นารูมิ) สาวน้อยวัยสิบสาม ที่ออกตามหาตุ๊กตาหมีที่ถูกเด็กเกเรแกล้งเอามาโยนทิ้งที่ริมบึง ยูตะ เป็นสาวน้อยมหัศจรรย์ที่มากไปด้วยพรสวรรค์ด้านดนตรี แม่ของยูตะเคยเล่าให้เธอฟังว่า ยูตะสามารถเล่นเปียโนได้ก่อนที่เธอจะพูดได้เสียอีก แต่พรสวรรค์ของยูตะกลับเบ่งบานภายใต้ความทรงจำที่เจ็บปวดของพ่อของเธอ... การที่วาโอะได้พบกับยูตะทำให้พวกเขากลายเป็นเพื่อนสนิทกัน เมื่อยูตะเริ่มสอนให้วาโอะใช้หัวใจตัวเองเล่นเปียโน จนทำให้เขาสามารถสอบเข้าโรงเรียนดนตรีได้อย่างที่หวัง เมื่อวาโอะเริ่มเรียนในโรงเรียนดนตรี ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับยูตะก็เริ่มห่างเหิน และอาการปวดหูของเธอก็เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเธอกลัวว่าสักวันหนึ่งเธออาจไม่ได้ยินเสียงเปียโนอีกต่อไป และก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ยูตะก็ตัดสินใจที่จะออกตามหาเปียโนที่เธอเคยเล่นกับพ่อในวัยเด็กด้วยความหวังที่จะเล่นเพลงรักครั้งสุดท้ายที่เปียโนหลังนั้น เพลงรักที่เพราะที่สุด . คือเพลงรักที่ส่งผ่านจากหัวใจ
ยูตะ มีความลับที่ซ่อนทุกคนเอาไว้ นั้นก็คือเธอกำลังสูญเสียการได้ยิน เหมือนที่พ่อของเธอเคยเป็น พ่อของยูตะเป็นนักเปียโนอัจฉริยะที่เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนฝูงและทุกคนที่รู้จักเขา ว่ากันว่าเสียงเปียโนจากปลายนิ้วของพ่อยูตะ สามารถปลูกรอยยิ้มให้กับหัวใจของคนที่ชอกช้ำที่สุดได้ เมื่อครั้งที่ยูตะยังเป็นเด็ก พ่อชอบพาเธอไปที่สุสานเปียโน แล้วบอกให้เธอเลือกเปียโนที่ชอบที่สุด เพื่อที่สักวันพ่อจะซื้อให้เธอ แต่หลังจากนั้นไม่นานพ่อของยูตะก็เริ่มไม่ได้ยินเสียง จนคืนหนึ่งในฤดูไม่ไม้ผลิเขาก็ได้ตัดสินใจที่จะจากยูตะและแม่ไปชั่วนิรันดร์ ทิ้งไว้เพียงเสียงเพลงรักที่นิ่มนวลแผ่วหวาน และยังคงก้องอยู่ในหัวของยูตะมาจนทุกวันนี้ ยูตะเกลียดเพลงรัก ครั้งหนึ่งเธอทะเลาะกับวาโอะแทบเป็นแทบตาย ตอนที่เขาไปนั่งดูนักเปียโนสาวคนหนึ่งเล่นเปียโน ยูตะบอกว่าเสียงดนตรีของเธอคนนั้นหวานเลี่ยนจนดูไม่เป็นตัวของตัวเอง ส่วนวาโอะกลับบอกว่าเธอเองต่างหากที่ไม่มีทางเข้าใจความหมายของคำว่าเพลงรัก .วันหนึ่งหลังจากที่ไม่ได้เจอวาโอะมาสักพัก ยูตะตัดสินใจไปหาเขาที่โรงเรียนดนตรี เธอก็ได้เห็นวาโอะกำลังจูบกับสาวสวยคนหนึ่ง และนั่นเป็นครั้งแรกที่ยูตะรู้สึกเจ็บที่หัวใจ ในเย็นวันนั้นเธอก็เริ่มเล่นเพลงรัก เพลงรักที่ส่งผ่านมาจากหัวใจของเธอ ..แรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์เรื่องนี้คือเสียงเปียโนของ โยฮัน เซบาสเตียน บาค นักเรียนเปียโนส่วนใหญ่ตอนที่เริ่มเรียนเปียโนใหม่ๆ มักจะฝึกซ้อมด้วยเพลงของบาค ด้วยตัวโน้ตของเพลงมีรูปแบบที่ค่อนข้างชัดเจน แต่เมื่อพวกเขาพัฒนาฝีมือตัวเองเพิ่มขึ้นก็จะพบว่า เพลงของบาค เป็นอะไรมากกว่าเสียงเพลงที่ออกมา ว่ากันว่าเพลงของบาคทุกเพลง สามารถนำโน้ตตัวสุดท้ายมาเล่นบรรจบกับโน้ตตัวแรกได้ โคจิ ฮางิอุดะ กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการที่เขาเลือกใช้เพลงของบาคมาเป็นเพลงประกอบในภาพยนตร์เรื่องนี้เกร็ดภาพยนตร์เกี่ยวกับเสียงดนตรีของบาค โยฮัน เซบาสเตียน บาค มีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า เจ.เอส.บาค บาคเกิดที่เมืองไอเซนาค ประเทศเยอรมัน ในเดือน มีนาคม ค.ศ. 1685 บาคเติบโตขึ้นมาในครอบครัวของนักดนตรีอาชีพ ดังนั้นเขาจึงได้รับการสนับสนุนส่งเสริมในการเล่นดนตรีมาตั้งแต่เยาว์ ตามสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมเช่นนั้น เขาจึงต้องเป็นนักดนตรีอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น บาครักดนตรีด้วยชีวิตจิตใจ ทุ่มเทพลังกายพลังใจ และพลังความคิดให้แก่ดนตรีอย่างหมดสิ้น งานของเขาจึงประณีตบรรจงแบบหาที่ติมิได้ เขาไม่เคยเรียกร้องขอความสนับสนุนจากผู้ใด ไม่สนใจต่อการตอบแทนในความเป็นอัจฉริยะของเขา มีชีวิตอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว และภาคภูมิใจในผลงานของตนอย่างเงียบๆ แต่เพียงผู้เดียว ไม่มีความดิ้นรนทุรนทุรายที่จะให้โลกรับรู้ และยอมรับความสามารถของเขา ตลอดเวลาที่เขายังมีชีวิตอยู่ คนทั้งหลายรู้จักเขาก็แต่เพียงเป็นนักออร์แกนที่มีฝีมือดีผู้หนึ่งเท่านั้น งานของเจ.เอส.บาค ได้รับการเผยแพร่ให้โลกได้ตื่นตะลึงในความยิ่งใหญ่ของเขาก็ต่อเมื่อ เจ.เอส.บาค ได้จากโลกนี้ไปแล้วร่วมร้อยปี เจ.เอส.บาค ได้แต่งเพลงจำพวกเชอร์ชแคนตาต้า (church cantata) มากกว่า 200 เพลง แพสชั่น 2 ชุด คือ แพสชั่นที่ใช้ถ้อยคำตามคำบันทึกของเซนต์จอห์น และแพสชั่นตามคำบันทึกของเซนต์แมทธิว และแมสอีก 1 ชุด คือ แมสอินบีไมเนอร์ที่มีชื่อเสียงเจ.เอส.บาค เริ่มชีวิตการเป็นนักดนตรีจากการเป็นนักออร์แกน ดังนั้นจึงมีผลงานทางด้านเพลงบรรเลงไว้อย่างมากมาย คือ เพลงแบรนเดนเบอร์คอนเชอร์โต 6 เพลง ไวโอลินคอนเชอร์โต เพลงสำหรับเครื่องดนตรีประเภทดีด เช่น สวี้ท (Suite) โซนาต้า (Sonata) พีลูด (prelude) fugue 48 เพลง และเพลงสำหรับออร์แกนอีกมากมาย สำหรับเพลงบรรเลงของ เจ.เอส.บาค นั้น ต้องยอมรับว่าเพลงของบาคนั้นถือว่ามีความยิ่งใหญ่มาก ทั้งนี้เนื่องจากบาคเป็นนักบรรเลงดนตรีมาตลอด เขาจึงให้ความสนใจและทุ่มเทกับการดนตรีประเภทบรรเลงมาก จึงได้ประพันธ์เพลงประเภทนี้ไว้อย่างมากมายหลายหลายชนิดด้วยความชำนาญยิ่ง ตล์ในการแต่งงของ เจ.เอส.บาคบาคชอบในความสงบเยือกเย็นของเพลง และในเวลาเดียวกันบาคก็นิยมในความจริงต่ออารมณ์ที่เพื่อนนักแต่งเพลงรุ่นเดียวกันแสดงออก บาคจึงนำสิ่งที่ชอบทั้งสองนี้มาผสมผสาน และปรากฏว่ากลมกลืนเข้ากันได้เป็นอย่างดียิ่ง ความเป็นอัจฉริยะของตนเองทำให้เพลงมีความสมบูรณ์ในอารมณ์ และได้ความหมายลึกซึ้งมากขึ้น สไตล์การแต่งเพลงของ เจ.เอส.บาค เป็นแบบเฉพาะบุคคล เพราะถึงแม้จะได้รับแบบอย่างมาจากชาวอิตาเลียน แต่บาคได้นำมาดัดแปลงตบแต่งขัดเกลาเสียใหม่ให้เข้ากับรสนิยมและทัศนะของเขา จึงยังสามารถคงความเป็นตัวของตัวเองอยู่ได้ เจ.เอส.บาค มีความประณีตบรรจงในการแต่งเพลงมาก จะเพ่งเล็งที่รายละเอียดในงานเพลงของเขาทุกแง่ทุกมุม งานของบาคได้รับการกลั่นกรองเป็นอย่างดีเยี่ยม จึงหาที่ตำหนิมิได้ บาคมีความสามารถเป็นอย่างยิ่งในการใช้ทำนองเพลงสอดประสานกันเอง อย่างที่เรียกตามศัพท์วิชาการเป็นภาษาอังกฤษว่า โพลีโฟนิคสไตล์ (Polyphonic style) ยากที่จะหาผู้ใดเสมอเหมือนได้ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เพลงของบาคมีความลึกซึ้งในอารมณ์ แสดงถึงศรัทธาที่มีอย่างจริงใจเมื่อสาวน้อยอัจฉริยะต้องมาพบกับชายหนุ่มสุดฮอต นักแสดงนำทั้ง 2 คนใน SHINDO : ก้องเพลงรัก 2 หัวใจจัดว่าเป็นหนุ่มสาวที่กำลังมาแรงในญี่ปุ่นตอนนี้ เคนอิจิ มัตสึยามะ โด่งดังมากๆ จากบทนักสืบ L ใน Death Note ทั้ง 2 ภาค ซึ่งทำให้เขาได้รางวัลนักแสดงที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยม จากเทศกาลภาพยนตร์โยโกฮามา ในขณะที่ ริโกะ นารูมิ เรียกได้ว่าเป็นสาวน้อยอัจฉริยะตัวจริง เพราะด้วยวัยเพียง 14 ปี เธอแสดงทีวีซีรีย์มาแล้ว 7 เรื่อง และภาพยนตร์อีก 2 เรื่อง ฉันเคยร่วมงานกับเขามาแล้วในซีรีย์ One Liter of Tears ตอนนั้นเขายังไม่ฮอตขนาดนี้ แต่เราก็ไม่ค่อยมีโอกาสร่วมฉากกันเท่าไร มักจะเห็นกันผ่านมอนิเตอร์มากกว่า การที่ได้กลับมาร่วมงานกันอีกถือเป็นโอกาสที่ดี เพราะการที่ได้แสดงร่วมกับเขาทำให้ฉันได้พัฒนาฝีมือตัวเองเพิ่มขึ้นด้วย เพราะ เคนจังมักจะมีเทคนิคดีๆ ในการแสดงออกทางสีหน้ามาสอนฉันบ่อยๆริโกะ กล่าวถึงการแสดงร่วมกับ เคนอิจิ มัตสึยามะริโกะ นารูมิ ได้รับคัดเลือกให้มารับบท ยูตะ นารูเซะ สาวน้อยวัย 13 ที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ของนักเปียโน ก็เพราะว่าวันหนึ่งผู้กำกับ โคจิ ฮางิอุดะ มีโอกาสได้ดูซีรีย์ One Liter of Tears และเขารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่างจากสาวน้อยที่ชื่อ ริโกะ นารูมิ และนั่นทำให้เขาตัดสินใจส่งบทไปให้เธอมาออดิชั่นส่วน เคนอิจิ มัตสึยามะ นั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะหลังความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง DEATH NOTE ใครๆ ต่างก็อยากได้เขามาร่วมงานด้วย และนับว่าโชคช่วยที่ มัตสึยามะ ตัดสินใจรับบท วาโอะ ชายหนุ่มผู้ตามหาเสียงเพลงที่ขาดหายไปในหัวใจเขาบทสัมภาษณ์ เคนอิจิ มัตสึยามะ Q : หลังความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง Death Note ทำให้คุณประสบความสำเร็จมาทีเดียวโดยเฉพาะกลุ่มผู้ชมวัยรุ่น นั้นทำให้คุณรู้สึกกดดันไหมในการเลือกเล่นภาพยนตร์เรื่องต่อมาเคนอิจิ - นิดหน่อย แต่ผมถือเป็นโอกาสมากกว่า การที่รับบท L ใน Death Note ทำให้ผมมีโอกาสได้เลือกบทที่ตรงกับผมมากขึ้นQ : Shindo เป็นภาพยนตร์ที่พูดถึงดนตรี มันดูขัดกับภาพลักษณ์จากภาพยนตร์เรื่องก่อนหน้านี้ของคุณ อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คุณเลือกที่จะแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้เคนอิจิ - อันที่จริง ผมมีวงดนตรีเป็นของตัวเองด้วย แต่ในวงผมเล่นกีตาร์ ซึ่งผมเล่นมันจริงๆ ตอนที่รับบทชินมือเบสใน นานะ ภาค 1 แต่เหตุผลจริงๆ ที่ผมรับบทในภาพยนตร์เรื่อง Shindo ก็เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงแค่เพลง หรือพูดกับคนดูว่าจะทำอย่างไรเราถึงจะเป็นนักดนตรีที่ดีได้ แต่แก่นแท้ของหนังเรื่อง Shindo ได้พูดถึงความรักที่ถูกเยียวยาผ่านเสียงดนตรี แก่นแท้ที่เป็นหัวใจสำคัญในเรื่องของความรัก ทำให้ผมตัดสินใจรับแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้Q : Shindo ภาษาญี่ปุ่นแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Genious (อัจฉริยะ) ในภาพยนตร์เรื่องนี้คุณต้องแสดงร่วมกับ ริโกะ นารูมิ นักแสดงที่ได้ชื่อเป็นสาวน้อยอัจฉริยะคนหนึ่งของวงการเลยทีเดียว ระหว่างคุณกับเธอบทใน Shindo ใครอัจฉริยะกว่ากันเคนอิจิ - ริโกะ เป็น สาวน้อยที่น่าทึ่งมาก ผมเคยร่วมแสดงในซีรีย์ 1 litre of tears ที่เธอแสดง เธอเป็นจอมขโมยซีนเลย สำหรับใน Shindo ริโกะ รับบท เป็น ยูตะ สาวน้อยอายุ 13 ที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ด้านดนตรี เธอเล่นเปียโนได้โดยไม่ต้องอ่านโน้ตด้วยซ้ำ แต่เพราะความทรงจำที่ไม่เคยเติมเต็มเกี่ยวกับพ่อของเธอ ทำให้เธอดูไม่ค่อยมีความสุขนัก สำหรับผมแล้ว ยูตะคืออัจฉริยะตัวจริง เธอสอนให้ผมรู้จักใช้หัวใจในการเล่นเปียโนQ : ในภาพยนตร์เรื่องนี้ คุณเล่นเปียโนเองไหมเคนอิจิ - บางฉากครับ เพราะเพลงในนั้นเรื่องนี้ส่วนใหญ่เป็นเพลงบรรเลงของศิลปินระดับโลกอย่าง บาค เพราะฉะนั้นมันคงเป็นเรื่องยากมากเลยที่ผมจะถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งดนตรีของเขาออกมาได้Q : คุณใช้เวลาฝึกซ้อมนานแค่ไหน เพื่อรับบทในภาพยนตร์เรื่องนี้เคนอิจิ - ประมาณ 3 เดือน ทีมงานให้ผมไปเรียนที่โรงเรียนดนตรีสำหรับนักเปียโนโดยเฉพาะ เพื่อการแสดงที่เหมือนกับนักเปียโนจริงๆQ : ได้ยินมาว่าเรื่องนี้คุณต้องแสดงฉากจูบด้วยเคนอิจิ - (หัวเราะ) มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด ผมไม่ได้จูบกับริโกะหรอกน่า มันเป็นแค่ฉากเลิฟซีนเล็กๆ ที่ผมแสดงร่วมกับชิโฮริ ในบทเพื่อนร่วมชั้นเรียนในวิทยาลัยดนตรี ซึ่งมันเป็นแค่การแสดงออกถึงความรู้สึกของวัยรุ่นทั่วไป ไม่ได้มีความหมายอะไรลึกซึ้งQ : ตัวละครของคุณใน Shindo เป็นคนแบบไหนเคนอิจิ - เขาเป็นเด็กหนุ่มที่สับสนในตัวเอง เขารู้ว่าตัวเองชอบเล่นเปียโน และปรารถนาที่จะเป็นนักเปียโน แต่เขาไม่รู้จักวิธีการในการสื่อสารเสียงเพลงของตัวเองกับผู้ฟัง นั้นทำให้เขามักถูกคนอื่นมองว่า เขาเป็นแค่พวกหางแถว แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ได้พบกับยูตะ สาวน้อยที่สอนให้เขาเข้าใจคำว่าเสียงเพลงที่ถูกส่งผ่านจากหัวใจQ : Shindo ถือว่าเป็นภาพยนตร์ในแนวโรแมนติก คุณรู้สึกอย่างไรที่ต้องมารับบทเป็นพระเอกในภาพยนตร์โรแมนติก โดยปกติคุณเป็นคนโรแมนติกหรือเปล่าเคนอิจิ - ผมไม่ใช่คนโรแมนติกเท่าไร ผมไม่เคยให้ดอกไม้ผู้หญิงสักคนด้วยซ้ำ แต่ผมคงรู้ว่าเมื่อเจอใครสักคนที่เรารักจริงๆ เราจะรักษาเขาไว้อย่างไร ภาพยนตร์อย่าง Shindo ไม่ใช่ภาพยนตร์รักที่หวานจนเลี่ยน แต่เป็นภาพยนตร์ที่ทำให้เราค่อยๆ เรียนรู้ที่จะเติบโตไปพร้อมๆ กับความรักที่ต่างก็ค่อยๆ เรียนรู้กันและกันQ : หลังจากจบการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ คุณมีโครงการที่จะทำอะไรต่อเคนอิจิ - ไม่รู้สิครับ ผมยังมี Death Note 3 ที่กำลังถ่ายทำอยู่ และถ้าเป็นไปได้ผมก็คงหาเวลาว่างไปพักผ่อนกับพวกเพื่อนๆ ละมั้งQ : ได้ยินมาว่าคุณมีเพื่อนสนิทเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเคนอิจิ - ไม่ใช่เพราะผมเป็นคนเจ้าชู้หรอกนะ แต่คงเป็นเพราะผมเป็นคนง่ายๆ ชอบพูดคุยและเข้ากับคนง่าย เลยทำให้รู้สึกว่าเข้ากับผู้หญิงได้ง่ายมั้งครับ แต่เพื่อนสนิทผู้ชายที่ เฮไหน เฮกัน ผมก็มีนะ อย่างทัตสึคุง (ทัตสึยะ ฟูจิวาระ) ที่แสดง Death Note ด้วยกัน เราก็ซี้กันกันดี เพียงแต่ต่างคนต่างมีงานเยอเลยไม่ค่อยได้เจอกันเท่านั้นเองQ : ตอนนี้คุณยังไม่มีแฟน แต่หลายคนคงอยากรู้ว่าผู้หญิงในอุดมคติของคุณเป็นแบบไหนเคนอิจิ - อันที่จริง ผมไม่ได้มีผู้หญิงในอุดมคติ ถ้าผมจะรักใครสักคนก็คงเป็นผู้หญิงที่ยอมรับในตัวผมได้ เป็นผู้หญิงที่ยิ้มเก่ง เพราะผมเป็นคนยิ้มยากนะครับ แล้วก็ผมชอบผู้หญิงที่ทำกับข้าวเก่งด้วย เพราะผมเป็นคนที่ชอบกินข้าวที่บ้าน แต่ตัวเองกลับทำอาหารไม่ได้เรื่องเลย ถ้าจะมีแฟนสักคนก็อยากให้แฟนทำอาหารให้กินด้วยประวัตินักแสดง เคนอิจิ มัตสึยามะ รับบท วาโอะ เกิดวันที่ 5 มีนาคม 1985 เมืองอาโอโมริ สูง 185 เซนติเมตร กรุ๊ปเลือดบี เริ่มงานบันเทิงในปี 2001 ด้วยการถ่ายโฆษณารณรงค์ภายใต้ชื่อชุด Looking For A New "New" ของบริษัท Parco ปีถัดมารับบทสมทบในภาพยนตร์เรื่องแรก คือ Bright Future กำกับโดย คิโยชิ คูโรซาว่า ปี 2004 รับบทนำครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง Winning Pass กำกับโดย ชินอิจิ นากาตะ ปี 2005 แฟนคลับต่างประเทศเริ่มจำหน้าค่าตาเคนอิจิได้มากขึ้น หลังจากที่ปรากฏตัวในหนังบล็อกบัสเตอร์เรื่อง NANA กับ Otoko-tachino Yamato หรือ ยามาโต้ พิฆาตยุทธการ และยิ่งเป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้นจากภาพยนตร์เรื่อง Death Note หรือ สมุดโน้ต กระชากวิญญาณ ทั้ง 2 ภาค ที่รับบทเป็นแอลสายลับที่ตามจับฆาตกร กีฬาโปรด กระโดดสูง วีลแชร์ และบาสเกตบอล ความสามารถพิเศษ คือ รับบทไหนก็ได้ ตั้งแต่บทนักเรียนไฮสคูล จนถึงนักดนตรี หรือแม้แต่ทหารเรือ เคนอิจิตีบทแตกได้ทุกบทบาท อาหารโปรด คือ ของหวานทุกชนิด สเป๊กสาว คือ ผู้หญิงที่อยู่ด้วยแล้ว เขายังเป็นตัวของตัวเองได้ผลงานอื่นๆ อาทิ ทีวีซีรีส์ ปี 2007 เรื่อง Sexy Voice and Robo / ปี 2006 Machiben, Tsubasa No Oreta Tenshitachi-Episode 2 / ปี 2005 Ichi Ritoru no Namida, Division 1 Stage 15 / ปี 2004 Be-Bop High School / ปี 2003 Gokusen Special / ปี 2002 Gokusenส่วนภาพยนตร์นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว ได้แก่ ปี 2008 Don"t Laugh at My Romance / ปี 2007 The Blue Wolf : To the Ends of the Earth and Sea, Child Pordigy, Yume Juu Ya, Oyayubi Sagashi, Shindo / ปี 2005 Kasutamu-medio 10.30, Furyo Shonen no Yume, Linda Linda Linda / ปี 2004 Taste of Brown, Shibuya Ghost Story 2 และ KAMACHIรางวัลที่ได้รับ ได้แก่ ปี 2007 รางวัลนักแสดงที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยม เทศกาลภาพยนตร์โยโกฮามา จากผลงาน 3 เรื่อง Death note, Otoko-tachi no Yamato และ Oyayubi sagashi / ปี 2006 รางวัลนักแสดงยอดเยี่ยม จาก Hochi Film Awards เรื่อง Death Note และ Otoko-tachi no Yamatoริโกะ นารูมิ รับบท ยูตะ นารูเซะ เกิดวันที่ 18 สิงหาคม 1992 ที่จังหวัดคานางาวะส่วนสูง 160 ซม. กรุ๊ปเลือด โอผลงาน "Juken no kamisama" (2007) TV Series ,Kimi ni shika kikoenai (2007) ...., Ashita no watashi no tsukurikata (2007) , Shind๔ (2007) ,Ame no machi ,U๔tโzu (2006),"Ichi ritoru no namida" (2005) TV Series ., Y๔kai daisens๔ (2005) ,Trick: The Movie (2002) ....
|
||||
![]()
|
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
|
|
|
ชื่อภาษาไทย ก้องเพลงรัก เพื่อ 2 หัวใจ |
|
|
||
|
|
|
|
|
|