Welcome to Pingbook Entertainment : Listen Online Music, MV, Korea, Japan, Travel, Hotel, Asian Entertainment, K-Dramas, DVD, Movies, Review and Asian News
หน้าแรกปิงบุ๊คเพลงมิวสิควีดีโอคลับพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นข่าวสารเอเชียรีวิวภาพยนตร์คลังข้อมูลดารา/ละครช้อปสินค้าเอเชียชุมชนปิงบุ๊ค


The Last Mimzy สร้างจากเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ของ ลูอิส แพดเจ็ทท์ เรื่องราวของเด็ก 2 คนที่ได้พบกล่องลึกลับซึ่งบรรจุวัตถุประหลาดที่พวกเขาคิดว่าเป็นของเล่นไว้ภายใน เมื่อเด็กๆเล่นของเล่นเหล่านี้ ระดับความฉลาดของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ครูที่โรงเรียนรายงานพ่อแม่เด็กทั้งสองว่าลูกของพวกเขามีระดับสติปัญญาสูงเกินอัจฉริยะ พ่อแม่ของเด็กเองก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น เอ็มม่า ลูกสาวคนเล็ก บอกแม่ที่กำลังสับสนว่า ตุ๊กตากระต่ายชื่อมิมซี่ ของเล่นชิ้นหนึ่งในกล่องนั้น สอนอะไรหลายอย่างให้เธอ

แม่ของเอ็มม่าเริ่มกังวลเมื่อลูกชายของเธอทำไฟดับเกือบทั้งเมือง รัฐบาลสืบสาวต้นตอจนมาถึงที่บ้านของครอบครัวนี้ สถานการณ์ใหญ่โตเกินควบคุม เด็กๆพุ่งความสนใจไปที่วัตถุประหลาดโดยเฉพาะมิมซี่ และภารกิจที่พวกมันถูกส่งมาปฏิบัติ เอ็มม่าบอกว่ามิมซี่บรรจุสารที่ส่งมาจากอนาคต และการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ก็พบว่า มิมซี่ผลิตด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงโดยครึ่งหนึ่งเป็นเครื่องยนต์ อีกครึ่งหนึ่งเป็นอวัยวะมนุษย์ ทุกคนรู้ว่ากำลังเผชิญอยู่กับบางอย่างที่เหลือเชื่อ แต่มันคืออะไรกันแน่

The Last Mimzy นำแสดงโดย ทิมโมธี ฮัตตัน (Ordinary People, General’s Daughter), โจลี่ ริชาร์ดสัน (The Patriot, ทีวีซีรี่ย์ Nip/Tuck), เรนน์ วิลสัน (The Office), ไมเคิล คลาร์ก ดันแคน (The Green Mile) และหนูน้อยหน้าใหม่ เรียห์นนอน ลีห์ รีน และ คริส โอนีล ที่เข้ามารับบทนำเป็น เอ็มม่า และ โนอาห์

หนังอำนวยการสร้างโดย ไมเคิล ฟิลลิปส์ (The Sting, Close Encounter of the Third Kind) และกำกับการแสดงโดย บ๊อบ เชย์ (ผู้อำนวยการสร้างบริหารจาก The Lord of the Rings ทั้ง 3 ภาค) ซึ่งเขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและคณะบริหารบริษัท New Line Cinema ด้วย

The Last Mimzy สร้างจากเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์เรื่อง Mimzy were the Borogroves โดย ลูอิส แพดเจ็ทท์ (นามแฝงของ เฮนรี่ คัทเนอร์ และ C.L. ภรรยาของเขา) บทภาพยนตร์ดัดแปลงโดย บรูซ โจเอล รูบิน (Ghost, Deep Impact) และโทบี้ เอ็มเมอริช (Frequency) ดนตรีประกอบโดย โฮเวิร์ด ชอร์ (The Lord of the Rings ทั้ง 3 ภาค) ตัดต่อโดย อลัน ฮีม (All That Jazz, The Notebook) และออกแบบเสียงโดย เดน เดวิส (The Matrix)

ทีมงานมีที่ปรึกษาทางเทคนิค คือ ดร.ไบรอัน กรีน อาจารย์วิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ผู้แต่งหนังสือเรื่อง The Elegant Universe และ The Fabric of the Cosmo และเป็นผู้นำเสนอทฤษฎีเส้นเชือก (เขาเป็นตัวประกอบในหนังด้วย) และ ดร.ซูซาน สมอลลี่ย์ อาจารย์ประจำวิชาจิตเวชศาสตร์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรมศาสตร์

 

จดหมายจาก ผู้กำกับ บ๊อบ เชย์

สวัสดีสื่อมวลชนทุกท่าน

แน่นอนว่า The Last Mimzy เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีวิทยาศาสตร์ที่ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นที่ฉลาดล้ำและน่าตื่นเต้นของ ลูอิส แพดเจ็ทท์ ซึ่งผมได้อ่านตั้งแต่เด็ก ผมสนใจแก่นเรื่องเกี่ยวกับสมองเล็กๆของเด็กที่เปิดกว้างแก่อิทธิพลและการเรียนรู้ทุกรูปแบบ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ภาพยนตร์เรื่องนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อสร้างความสนุกสนานในครอบครัว

แม้จะมุ่งสร้างความบันเทิงเป็นหลัก แต่ The Last Mimzy ก็อ้างอิงข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์โดยมีที่ปรึกษา พิเศษเป็นผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ในสาขาที่เกี่ยวข้อง ดร.ไบรอัน กรีน อาจารย์ประจำวิชาฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ยอมรับว่า โดยทางทฤษฎีแล้ว การเดินทางข้ามมิติเวลาจะเกิดขึ้นผ่านปรากฏการณ์รูหนอนและหลุมดำ (ดร.กรีน รับบทเป็นนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งในภาพยนตร์ด้วย) ส่วน ดร.ซูซาน สมอลลี่ อาจารย์ประจำวิชาพันธุกรรมศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย UCLA ก็ยอมรับว่าหากมนุษย์ไม่ได้ใช้พฤติกรรมที่เรียกว่าไร้เดียงสาเป็นเวลานานหลายชั่วอายุคน พฤติกรรมนี้ก็อาจหายไปจากมนุษย์ และเป็นไปได้ว่ายีนที่มีความบริสุทธิ์จะสามารถทดแทนได้

แน่นอนว่าทีมงานได้ลิขสิทธิ์เรื่องสั้นมาสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่การสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นสิทธิ์ของทีมงานที่จะสร้างมันออกมาให้เป็นอย่างที่ต้องการ

ในที่สุดเราก็ได้ความคิดพื้นฐานของ The Last Mimzy ถ้าคนเราหยุดมองรอบตัวด้วยดวงตาที่เปิดกว้าง จะเห็นว่ามีหลายอย่างที่น่าวิตก ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่ยังมีเรื่องของสังคมด้วย ทุกวันนี้เราถือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ไว้ตลอดเวลา และถูกมันคุกคาม เด็กๆหมกมุ่นอยู่กับเครื่องเกม, โทรทัศน์ และอินเตอร์เน็ท แต่ละบ้านเปิดโทรทัศน์เป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน แม้จะปิดเสียงไว้ก็ตาม จอวิดีโอมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ข่าวสารมีแต่เรื่องความตาย เสียงเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์รบกวนชีวิตเรา ทั้งภายนอกและภายใน หูเราเริ่มเบิกกว้าง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่งเสียงเรียกเราตลอดเวลา แล้วเราก็เริ่มปลีกตัวออกจากกันอย่างช้าๆ เมื่อความห่างเหินนั้นดำเนินไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เราอาจไม่ต้องการความบริสุทธิ์ในจิตใจอีกต่อไป ผมเชื่อว่าหากเป็นอย่างนั้น มนุษย์เรากำลังตกอยู่ในปัญหาใหญ่

บ๊อบ เชย์

เกี่ยวกับงานสร้าง

จุดเริ่มต้นของ The Last Mimzy ย้อนไปตั้งแต่ปี 1943 เมื่อนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ชื่อดัง ลูอิส แพดเจ็ทท์ (นามปากกาของคู่สามีภรรยา เฮนรี่ คัทเนอร์ และ ซี แอล มัวร์) ตีพิมพ์เรื่องสั้นชื่อ Mimzy Were The Borogroves ในหนังสือรวมเรื่องสั้น Astounding เรื่องราวเรียบง่ายเกี่ยวกับเด็กสองคนที่ได้พบกล่องลึกลับกลายเป็นแรงบันดาลใจของภาพยนตร์เรื่อง The Last Mimzy ในที่สุด

ย้อนไปเมื่อปี 1990 ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เจ้าของรางวัลออสการ์ ไมเคิล ฟิลลิปส์ (The Sting, Close Encounter of the Third Kind) ได้อ่านเรื่องสั้นของแพดเจ็ทท์ขณะกำลังมองหาเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ดังๆมาเป็นไอเดียในการสร้างหนัง

“ผมรู้สึกว่ามีสมบัติล้ำค่าซ่อนอยู่ในนั้น เราอ่านเรื่องสั้นไปประมาณพันกว่าเรื่อง แต่ Mimzy Were the Borogoves กระตุ้นจินตนาการผมทันทีที่ได้อ่าน” ฟิลิปส์เล่า “รสนิยมส่วนตัวในการสร้างหนังของผมคือ ความบันเทิงที่หลีกหนีจากความเป็นจริง และเรื่องนี้ก็มีคุณสมบัติข้อนั้น เรื่องราวเกี่ยวกับเด็กสองคนที่พบกล่องของเล่นจากอนาคต เป็นเรื่องที่น่าติดตามมาก”

ฟิลลิปส์ยังมองเห็นศักยภาพของเรื่องราวที่จะนำมาขึ้นจอใหญ่ในแนวทางเดียวกับภาพยนตร์ไซไฟเรื่องเยี่ยมช่วงปี 1970 ถึงต้น 1980 ด้วย “หนังเรื่องนี้จะทำให้นึกถึงหนังอย่าง E.T. และ The Close Encounters of the Third Kind ที่พูดถึงความสงสัยเกี่ยวกับจักรวาลและสิ่งเหลือเชื่อที่อาจอยู่ในนั้น” ฟิลลิปส์เล่า “และมันพูดถึงเราในฐานะสัตว์โลกสายพันธุ์หนึ่งว่าจะเดินไปทางทิศไหน และเราจะกำหนดชะตากรรมของตัวเองได้อย่างไรโดยกลับไปเป็นเหมือนที่เคยเป็น เรามีพรสวรรค์และศักยภาพอย่างที่ไม่เคยนึกฝันมาก่อน หนังนำเสนออนาคตอันสวยงามสำหรับสัตว์โลกอย่างมนุษย์เรา” ฟิลลิปส์เผยต่อว่า “เพราะฉะนั้นผมก็เลยซื้อลิขสิทธิ์เร่องสั้นนี้มาและเอาไปเสนอ บ๊อบ เชย์ ผู้บริหาร New Line Cinema ซี่งเขาพูดว่า ‘ผมรู้จักเรื่องนี้ ผมชอบมันตั้งแต่ยังเด็ก’ เราก็เลยตกลงร่วมงานกันไม่ยาก”

กลายเป็นว่า บ๊อบ เชย์ รู้สึกกระตือรือร้นมากที่เรื่องสั้นที่เขาชอบมาตั้งแต่เด็กย้อนกลับมาหาเขาอีกครั้งหลังเวลาผ่านไปหลายปี และเขาไม่ได้แค่ต้องการให้ New Line Cinema สร้างมันเท่านั้น แต่ยังต้องการกำกับมันเองอีกด้วย “มันเป็นเรื่องสั้นไซไฟที่ผมชอบที่สุดเรื่องหนึ่งสมัยเด็กๆ หลังจากที่ไมเคิลออกจากออฟฟิศ ผมก็คิดว่า ผมอยากกำกับหนังเรื่องนี้ มันคงสนุกทีเดียว ยิ่งเป็นเรื่องที่ผมชอบมานานด้วยแล้ว นั่นแหละจุดเริ่มต้นของมัน”

นอกจากนั้น เชย์ยังสนใจแก่นเรื่องร่วมสมัยเกี่ยวกับการสูญเสียความไร้เดียงสาของมนุษย์อันเกิดจากอิทธิพลของเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ “มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเมื่อมนุษย์ยึดติดอยู่กับเทคโนโลยีมากขึ้น สุดท้ายเราอาจสูญเสียยีนหรือองค์ประกอบของยีนที่เป็นตัวสร้างอารมณ์ความรู้สึก” เชย์เล่า “ถ้าเราหยุดใช้ยีนบางประเภท ยีนเหล่านั้นก็จะหยุดทำงาน และก็แน่นอนว่าถ้าเราไม่ได้ใช้ความไร้เดียงสาเป็นเวลานานหลายชั่วอายุคน ยีนนั้นก็จะถูกแทนที่ และเราก็จะลืมเลือนว่าความบริสุทธิ์ของจิตใจเป็นอย่างไร”

ข่าวเรื่องเชย์อยากกำกับเรื่องนี้เองทำให้ฟิลลิปส์ประหลาดใจไม่น้อย เพราะครั้งก่อนที่เคยร่วมงานกันเชย์ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างบริหารมาตลอด “บอกตามตรงนะว่าผมไม่แน่ใจว่านั่นเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายกันแน่ เพราะผมไม่เคยเห็นเขากำกับ ผมรู้จักเขาในฐานะผู้อำนวยการสร้างบริหารเท่านั้น” ฟิลลิปส์เล่า “ผมไม่แน่ใจจนกระทั่งเราเริ่มเตรียมงานก่อนถ่ายทำ ผมถึงเห็นว่าเขาตั้งใจแค่ไหน เขาเข้าใจภาษาภาพยนตร์อย่างลึกซึ้งและทำได้ดีเยี่ยม หนังเรื่องนี้สร้างยากกว่าที่เราคิด มันเป็นความท้าทายที่ต้องร่วมงานกับเด็กสองคนเกือบทุกฉาก มีเอ็ฟเฟ็กต์ 340 ช็อต และกว่าครึ่งนักแสดงต้องแสดงกับสเปเชี่ยลเอ็ฟเฟ็กต์ที่จะใส่ไปทีหลัง แต่บ๊อบ (ผู้กำกับ) ก็รับมือกับความท้าทายเหล่านั้นได้ดีเยี่ยม”

ในการสร้างฉากเอ็ฟเฟ็กต์อันซับซ้อนเหล่านั้น ทีมงานได้มอบหมายให้บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคพิเศษ 3 บริษัทมารับผิดชอบฉากพิเศษคนละฉาก ได้แก่ บริษัท The Orphanage (จาก A Night at the Museum, Pirates of the Caribbean: Dead Man’s Chest, Harry Potter and the Goblet of Fire) ที่ดูแลฉากสเปเชี่ยลเอ็ฟเฟ็กต์ส่วนใหญ่ของหนัง, บริษัท Rising Sun (จาก Superman Returns, Batman Begins และ The Lord of the Rings: Return of the King) ดูแลฉากใยแมงมุม และบริษัท Gentle Giant Studios (จาก X-Men: The Last Stand, The Da Vinci Code, The Chronicles of Narnia) ดูแลฉากสะพานเชื่อมอนาคต

เมื่อได้ บ๊อบ เชย์ มาเป็นนั่งเก้าอี้ผู้กำกับ เขาและฟิลลิปส์ก็เริ่มดำเนินงานทันที ประสบการณ์อันโชกโชนในการอำนวยการสร้างหนังของทั้งคู่เป็นประโยชน์มากสำหรับการรับมือความท้าทายของการนำเรื่องสั้นมาสร้างเป็นภาพยนตร์ “เรื่องสั้นเรื่องนี้ก็เหมือนกับเรื่องอื่นๆที่นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ความยาว 2 ชั่วโมงเต็มยาก” ผู้กำกับ บ๊อบ เชย์ กล่าว “เรื่องราวต้องดึงความสนใจ เราต้องการเรื่องราวที่ทั้งผู้ใหญ่และเด็กให้การตอบรับ เพราะมีบางอย่างที่น่าหลงใหลอยู่ในนั้น เพราะฉะนั้นเราก็เลยเลยเลือกเรื่องนี้และจ้างมือเขียนบทฝีมือดีชื่อ จิม ฮาร์ท มาเขียนบทร่างแรก

”บทร่างแรกนั้นเขียนเสร็จในปี 1993 และเป็นจุดเริ่มต้นของภาพยนตร์ที่สุดท้ายใช้ชื่อว่า The Last Mimzy “ผมเป็นผู้อำนวยการสร้างมา 35 ปี แต่หนังเรื่องนี้ไม่เหมือนเรื่องไหนที่ผมเคยทำ” ฟิลลิปส์เล่า “หนังเรื่องนี้ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาประมาณ 12 ปี มีการเขียนบทร่างทั้งหมด 19 ร่างโดยมือเขียนบท 5 คน เริ่มจาก จิม ฮาร์ท ต่อด้วย โทบี้ เอ็มเมอริช (ประธานฝ่ายงานสร้างคนปัจจุบันของ New Line Cinema ที่ตอนนั้นเป็นหัวหน้าฝ่ายดนตรีประกอบและกำลังเขียนบทให้หนังไซไฟเรื่อง Frequency) สุดท้ายก็เป็น บรูซ โจเอล รูบิน ผมรู้สึกเหมือนจิมสร้างลำตัว โทบี้ให้ชีวิต และบรูซให้ปีกกับโปรเจ็คต์นี้ มันเป็นการเดินทางที่ไม่ธรรมดาเลย เหมือนขึ้นรถไฟเหาะตีลังกา”

ตอน รูบิน เข้ามารับหน้าที่เขียนบทร่างสุดท้าย เขาจำเรื่องราวนี้ได้ทันที แม้จะไม่รู้ว่ามันชื่ออะไร “ตอนผม 10 ขวบ ผมได้ดูรายการทีวีรายการหนึ่ง คิดว่าเป็น Fiction Theatre นะ มีอยู่ตอนหนึ่งที่เป็นเรื่องของเด็กสองคนที่พบของเล่นจากอีกโลกหนึ่ง” รูบินเล่า “ตอนนั้นผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่สุดเท่าที่ผมเคยดูมา แกรี่ น้องชายผมเกาะติดขอบจอรอดูว่าตอนต่อไปเด็กสองคนนี้จะทำอะไรกับของเล่น จากนั้นมันก็หายไป ผมบอกน้องชายว่ามันต้องเป็นตอนแรก อาทิตย์หน้าต้องมีตอนต่อไป เช้าวันเสาร์ของอาทิตย์ต่อมาเราก็เลยตั้งตารอดูหน้าจอ แต่ก็ไม่มี เรางงกันมาก หลายปีผ่านไปผมก็ยังข้องใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับของเล่นและเด็กสองคนนั้น แล้วผมพลาดรายการตอนนั้นไปได้ยังไง”

“แล้ววันหนึ่ง บ๊อบ เชย์ ก็โทรมาหาผมเกี่ยวกับเรื่องสั้นชื่อ Mimzy Were the Borogroves ผมนึกขึ้นได้ทันทีว่ามันคือเรื่องที่ผมเคยดูตอนเด็กๆ ในที่สุดผมก็จะได้รู้เสียทีว่าตอนจบเป็นยังไง แต่ปรากฏว่าเราไม่ได้ดูตอนจบครับ เราก็เลยไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับของเล่นพวกนั้น”

ตอนจบแบบทิ้งให้คิดทำให้รูบินหงุดหงิดจนปฏิเสธที่จะเขียนบทหนังเรื่องนี้ในตอนแรก แต่หลังจากนั้นก็มีการเขียนบทหนังออกมาอีกหลายร่าง และในที่สุดมันก็กลับมาหารูบินอีก “บ๊อบส่งบทร่างที่ โทบี้ เอ็มเมอริช เขียนมาให้ผมอ่าน มันดีมาก แต่ตอนจบยังมีปัญหา ผมก็เลยมาคิดว่าจะทำยังไงดีให้มันเข้าท่า”

“ผมใช้เวลาหลายปีเดินทางท่องเที่ยวในเอเชีย และทิเบตเป็นประเทศที่มีประเพณีที่น่าสนใจมากอยู่ประเพณีหนึ่ง คือเมื่อครูสอนศาสนาคนหนึ่งตาย พวกเขาจะมองหาว่าเขากลับชาติมาเกิดเป็นใครด้วยวิธีการหลายๆอย่าง หนึ่งในนั้นคือเอาของเล่นเก่าสมัยผู้ตายยังเด็กผสมรวมกับของเล่นอื่นๆแล้วเอาไปให้เด็กจำนวนหนึ่งที่น่าจะเป็นครูกลับชาติมาเกิดเลือกถ้าเด็กคนไหนเลือกของเล่นของครูที่ตาย ก็แสดงว่าเป็นครูคนนั้นกลับชาติมาเกิด ผมคิดว่านี่อาจเป็นกุญแจสู่หนังเรื่องนี้ จะยังไงก็ไม่รู้ล่ะ แต่มันจะช่วยให้เห็นภาพหนัง กับเรื่องราวของของเล่นจากอนาคต และเด็กสองคนที่รู้ว่าต้องทำยังไงกับมัน”

รูบินสรุปที่มาที่ไปของการเข้ามาเขียนบทให้หนังเรื่องนี้ว่า “ผมอยากให้หนังเรื่องนี้สื่อถึงการสำรวจและค้นพบความบริสุทธิ์ในวิญญาณมนุษย์ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนสัมผัสและเข้าใจได้ไม่ว่าจะยุคไหน มันเป็นเรื่องราวที่น่าเก็บรักษาเอาไว้ ผมคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นพาหนะที่ดีสำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับจิตวิญญาณเชิงปรัชญากึ่งนิทาน มันเป็นได้ทั้งหมดที่ว่ามาเลย มันไม่ใช่แค่เรื่องราวธรรมดาแต่ลึกซึ้งกว่านั้น ผมแค่ต้องการเขียนบทหนังที่สื่อสารอะไรให้สังคม หนังส่วนใหญ่สร้างความบันเทิงให้คนหลีกหนีจากความเป็นจริงประมาณชั่วโมงสองชั่วโมงแล้วก็ไม่ได้ให้อะไรกลับมา ผมไม่อยากเล่าอะไรแบบนั้น ผมอยากทำหนังที่ฝากอะไรคนดูกลับไปคิด บางอย่างที่เข้าไปอยู่ในตัวคุณและเปลี่ยนคุณไปบ้างสักเล็กน้อย ผมว่า The Last Mimzy มีคุณสมบัติเหล่านั้น”

ไมเคิล ฟิลลิปส์ พูดสรุปเกี่ยวกับงานสร้างว่าเริ่มต้นขึ้นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วตอนที่เขาตั้งใจอ่านวรรณกรรมไซไฟคลาสสิคเรื่องนี้อย่างเอาจริงเอาจัง “เรื่องนี้ทรหดมากกว่าจะได้ขึ้นจอใหญ่ ผมมองเห็นศักยภาพของมันถึงได้อดทนมานาน สิ่งที่ผมใช้วัดคือความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ในฐานะผู้อำนวยการสร้าง นั่นคือสิ่งที่ผมมองหา ผมเชื่อว่าถ้าคุณมีไอเดียที่สร้างสรรค์ มีจินตนาการ และสามารถถ่ายทอดออกมาได้ดี ผู้ชมก็จะให้การตอบรับ”

ค้นหานักแสดงตัวน้อย

การค้นหานักแสดงเด็ก โดยเฉพาะที่เด็กมากๆ ที่มีพรสวรรค์พอจะสวมบทเป็นตัวละครนั้นๆและรับมือกับงานสร้างแบบนี้ได้ก็ถือว่ายากแล้ว แต่เด็กเหล่านี้ยังต้องแบกหนังทั้งเรื่องไว้ด้วย งานนี้เชย์และฟิลลิปส์จึงขอความช่วยเหลือจาก มาร์เกอรี่ ซิมกิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการหานักแสดงเด็กมาช่วยคัดตัวนักแสดงเรื่องนี้ “มาร์เกอรี่สนับสนุนให้ผมเอื้อมมือออกไป ขยายจินตนาการ มองหานักแสดงที่มีคุณภาพที่จะนำหัวใจ ความขบขัน และความลึกซึ้งของเรื่องราวมาสู่หนัง” เชย์เล่า

ซิมกินออกหาตัวนักแสดงใน 4 เมืองใหญ่ คัดเลือกผู้สมัครและเสนอคนที่ดีที่สุดให้เชย์และฟิลลิปส์ “เรียห์นนอนเข้าตามาตั้งแต่แรก มีบางอย่างในตัวเธอ ไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตา แต่ยังมีนิสัยซุกซนที่ผมชอบมาก” เชย์เผย

การค้นหานักแสดงเพื่อมารับบทพี่ชายของเรียห์นนอนทำให้ทีมงานได้พบกับนักแสดงเด็กหน้าใหม่ คริส โอนีล “มันคงเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิต ผมว่านะ” เชย์กล่าว “เราได้พบเด็กผู้ชายหลายคน และเลือกมา 4 คนเพื่อมาทดสอบบทรอบสุดท้าย หนึ่งวันก่อนหน้านั้น มาร์เกอรี่บอกว่าเธอได้เพบเด็กผู้ชายคนหนึ่ง และบอกว่าผมต้องเจอเขาให้ได้ คริสก็เลยได้เข้ามาทดสอบบทและทำพวกเราอึ้งตอนเขาอ่าน เพราะเขาใช้เวลาเตรียมตัวแค่ 10-20 นาทีเท่านั้น เขามีความจำดีมาก เขากลายเป็นม้ามืดและคว้าบทนี้ไปในที่สุด”

เชย์เล่าต่อว่า “นี่คือการแสดงครั้งแรกของคริส เขาไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนยกเว้นงานประกวดการแสดงของโรงเรียนที่เขาได้รางวัลชนะเลิศ ผู้จัดการของฮอลลีวู้ดคนหนึ่งบังเอิญไปอยู่ที่งานนั้น เธอตื่นเต้นกับการแสดงของคริสมากและได้ขออนุญาตคุณพ่อของคริสใหพาเขามายังลอสแองเจลลิสในวันก่อนหน้าการทดสอบบทรอบสุดท้ายของเรา พวกเขาไปพบโมเดลลิ่งที่หานักแสดงเด็กซึ่งเขาโทรมาหามาร์เกอรี่ว่าให้ลองดูเด็กคนนี้แสดง นั่นแหละเราถึงได้คริสมารับบทนี้

แต่นอกจากพรสวรรค์ส่วนตัวของคริสแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ เคมีระหว่างเขาและรีนที่ผู้อำนวยการสร้าง ไมเคิล ฟิลลิปส์ กล่าวว่า “พวกเขาเป็นคู่ที่ลงตัวมาก ระหว่างการคัดตัว บ๊อบให้เด็กๆลองแสดงฉากหนึ่งที่ยากที่สุดในหนัง ซึ่งผลปรากฏว่าทั้งคู่แสดงได้ยอดเยี่ยม เรานั่งดูกันแบบอ้าปากค้างเลย”

ผู้กำกับเชย์เองก็ยอมรับว่า “เด็กสองคนนี้เป็นนักแสดงตัวจริง มันเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากที่ได้เห็นเด็กอายุเท่านี้และยังไม่มีประสบการณ์อะไรมากมายมาถ่ายทอดอารมณ์และความเป็นตัวละครออกมาได้มีชีวิตชีวาขนาดนี้”

การร่วมงานกับนักแสดงเด็กที่รับบทนำถือเป็นงานน่าสนใจสำหรับนักแสดงผู้ใหญ่คนอื่นๆ “ฉันเคยแสดงร่วมกับเด็กมาบ้าง ไม่มีเรื่องไหนที่เด็กต้องรับความกดดันขนาดนี้” โจลี่ ริชาร์ดสัน ผู้รับบทเป็นแม่ของเด็กทั้งสองกล่าว “ฉันบอกได้เลยว่าเรียห์นนอนและคริสเป็นมืออาชีพมากกว่าที่คุณคิดว่าเด็กจะเป็น พวกเขาทำงานดีมาก ที่มีคนเคยบอกว่าร่วมงานกับเด็กเป็นยังไงน่ะ อย่าไปเชื่อทั้งหมด เด็กๆสามารถมีสัญชาติญาณที่ดยอดเยี่ยมซึ่งดีสำหรับนักแสดงร่วม มันทำให้ทุกอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องใช้เทคนิคอะไรมากมาย เป็นโบนัสและเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ฉันชอบแสดงกับเด็กๆ”

ทิมโมธี ฮัตตัน และ โจลี่ ริชาร์ดสัน ผู้รับบทเป็นครอบครัวของเด็กทั้งสองก็ทำงานได้ดีเช่นกัน “บทพ่อแม่ของเด็กคู่ นี้แสดงค่อนข้างยาก เพราะพวกเขาต้องมีปฏิกิริยาต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกทุกอย่าง” เรนน์ วิลสัน ผู้รับบทเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ของโนอาห์กล่าว “สิ่งที่ยอดเยี่ยมของโจลี่และทิมคือพวกเขาเป็นคนซับซ้อนที่สร้างตัวละครได้มีรายละเอียดมากกว่าในหน้ากระดาษ คุณจะรู้สึกได้ถึงความหวัง ความฝัน และสิ่งที่ผลักดันพวกเขา”

ดนตรีประกอบ

ไม่เพียงทีมนักแสดงของ The Last Mimzy เท่านั้นที่เป็นดาวเด่นของเรื่อง ดนตรีประกอบก็เช่น ดนตรีประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้แต่งโดยนักดนตรีผู้มีชื่อเสียงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น โรเจอร์ วอเทอร์ นักร้องนำระดับตำนานองวง Pink Floyd และนักแต่งเพลงประกอบเจ้าของรางวัลออสการ์ โฮเวิร์ด ชอว์ จาก The Lord of the Ring ทั้ง 3 ภาค

ชอว์ที่มีผลงานแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์และโทรทัศน์กว่า 100 เรื่องเป็นนักแต่งเพลงแถวหน้าของวงการ นอกจากผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์ The Lord of the Ring ทั้ง 3 ภาคที่ขายได้กว่า 6 ล้านก๊อปปี้ทั่วโลกแล้ว ชอว์ยังมีผลงานเด่นเรื่องอื่นอีกมากมายด้วย ไม่ว่าจะเป็น The Departed, A History of Violence, The Aviator, Silence of he Lambs, Philadelphia และ The Fly

วอเทอร์อัดเสียงเพลง Hello (I Love You) ใหม่เพื่อใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นสถิติครั้งที่สองที่ศิลปินร็อคยอมอัดเสียงเพลงใหม่ให้ภาพยนตร์นำไปใช้เป็นเพลงประกอบ ขณะที่ชอว์รับหน้าที่แต่งดนตรีประกอบ วอเทอร์ร่วมงานกับชอว์และ เจมส์ กูธรี โปรดิวเซอร์เจ้าของรางวัล Grammy ของวง Pink Floyd เพื่ออัดเสียงเพลงนี้ ซึ่งทีมนี้มียอดฝีมือหลายคน ได้แก่ มือกลอง สตีฟ แกดด์ (เคยเล่นให้ เอริค แคลปตัน และ พอล ไซม่อน), มือกีต้าร์ เจอร์รี่ เลนเนิร์ด (กำกับดนตรีและเป็นมือกีต้าร์ของเดวิด โบวี่) ส่วนวอเทอร์ก็เล่นเบสและร้องนำ สาวน้อยวัย 6 ขวบนักแสดงนำจาก The Last Mimzy เรียห์นนอน ลีห์ รีน ก็ร้องเพลงประกอบเช่นกัน โดยร้องเป็นคอรัสให้กับวอเทอร์

“ผมรู้สึกดีมากที่ได้ร่วมงานกับบ๊อบ เชย์ และ โฮเวิร์ด ชอว์ ในหนังเรื่องนี้” วอเทอร์กล่าว “เราช่วยกันแต่งจนได้เพลงที่เข้ากับเรื่องนี้ ซึ่งนั่นก็คือ ความขัดแย้งระหว่างสัญชาติญาณที่ดีและเลวของมนุษย์ และความไร้เดียงสาของเด็กว่าช่วยโลกได้อย่างไร”

 

 

 

 

 

 

นักแสดง

 

 

 

ทิมโมธี ฮัตตัน รับบท เดวิด วิลเดอร์

ผลงาน >> Ordinary People, Digging to China, Taps, Secret Window, Kinsey, The Good Shepherd

***ได้รับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจาก Ordinary People (1980)

***เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในภาพยนตร์ดราม่าจาก Taps (1981)

โจลี่ ริชาร์ดสัน รับบท โจ วิลเดอร์

ผลงาน >> The Patriot, 101 Dalmatians, Sister My Sister, Under heaven, ทีวีซีรี่ย์ Nip/Tuck

***เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในทีวีซีรี่ย์ประเภทดราม่าจาก Nip/Tuck (2003)

เรนน์ วิลสัน รับบท แลรี่ ไวท์

ผลงาน >> My Super Ex-Girlfriend, Dominion, Sahara, Full Frontal, Almost famous

แคทธรีน ฮาห์น รับบท นาโอมิ

ผลงาน >> How to Lose a Guy in 10 Days, A Lot Like Love, The Holiday

ไมเคิล คลาร์ก ดันแคน รับบท นักสืบ บรอดแมน

ผลงาน >> The Green Mile, Daredevil, The Scorpion King, Armageddon, The Whole Nine Yard

***เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจาก The Green Mile (1999)

***เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจาก The Green Mile (1999)

เรียห์นนอน ลีห์ รีน รับบท เอ็มม่า วิลเดอร์

ผลงาน >> The Hulk

คริส โอนีล รับบท โนอาห์ (ผลงานการแสดงเรื่องแรก)

ทีมสร้าง

บ๊อบ เชย์ – กำกับ

ผลงานการกำกับ >> Book of Love, On Fighting Witches, Image

ผลงานอำนวยการสร้าง >> The Lord of the Rings ทั้ง 3 ภาค, Frequency, A Nightmare on Elm Street

ไมเคิล ฟิลลิปส์ – อำนวยการสร้าง

ผลงาน >> The Sting (เจ้าของรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมปี 1973), Taxi Driver (เข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมปี 1976), Close Encounters of the Third Kind, The Flamingo Kid

บรูซ โจเอล รูบิน – เขียนบท

ผลงาน >> Ghost, Brianstorm, Jacob’s Ladder, Deep Impact, Stuart Little 2

***ได้รับรางวัลบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยมจาก Ghost (1990)

โทบี้ เอ็มเมอริช – เขียนบท

ผลงาน >> Frequency

แบรี่ ชูซิด – ออกแบบงานสร้าง

ผลงาน >> The Day after Tomorrow, Daredevil, Serenity

ฮาวเวิร์ด ชอร์ – เพลงประกอบ

ผลงาน >> A History of Violence, The Aviator, The Departed, The Silence of the Lambs, Philadelphia, The Lord of the Rings ทั้ง 3 ภาค,

***ได้รับรางวัลออสการ์สาขาดนตรีประกอบประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก The Lord of the Rings: The Fellowship of the King (2001)

***ได้รับรางวัลออสการ์สาขาดนตรีประกอบประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก The Lord of the Rings: The Return of the King (2003)

***ได้รับรางวัลออสการ์สาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยม (ชื่อเพลง Into the West) จาก The Lord of the Rings: The Return of the King (2003)

เอริค เดิร์ส – ดูแลเทคนิคพิเศษ

ผลงาน >> Batman Forever, Batman & Robin, End of Days, Spider-Man 2, Syriana




เขียนโดย มงคงเมเจอร์


25 เมษายน 2550


 
ความคิดเห็นที่ 3 : rattanon Admin 2009.01.25 | 19:27

ความคิดเห็นที่ 2 : ป่วน 2008.01.05 | 17:11

ความคิดเห็นที่ 1 : bb 2007.07.14 | 09:13
วิธีที่ได้เงินแสนง่าย สมัครฟรี แค่อ่านเมล์ คลิกโฆษณา ไม่ได้เสียเวลาอะไรเลยกับเวลาไม่ถึงชั่วโมง/วัน
ก้อสามารถทำให้เรามีรายได้เพิ่ม ประมาณเดือนละ 30,000+ บาท โดยตัวเราเองก็ได้อ่านข้อความใน Web board ซึ่ง ตอนแรกก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่ก็ลองทำดูเพราะไม่ต้องเสียค่าสมัคร พอเลิกงานเราก็มานั่ง click เข้าไปอ่าน email และ โฆษณา ใน web ดังกล่าว บางวันได้ประมาณ 500 $ บางวันก็ได้ ถึง 2000 $ แล้วแต่ Web

แต่ละวันไม่ต้องทำอะไรเลย นั่ง click อย่างเดียว ยิ่ง click มาก ก็ยิ่งได้เงินมาก และถ้ายิ่งมีลูกทีมมากก็ยิ่ง ได้ค่าตอบแทนมากเพราะถ้าทีมเรามีจำนวนมากส่วนแบ่งรายได้ก็จะมีมากขึ้นและมี bonus ตอบแทนให้กับทุกๆ คน

วิธีการง่ายๆ แค่ คุณมี E-mail + ขยัน

ลองอ่านดูก่อนแล้วจะคุ้มค่ามากๆ จริงๆ เพียงแค่คุณมี E-mail แล้วก็แค่เช็ค
E-mail หรือคลิกป้ายโฆษณา ทาง INTERNET คุณก็สามารถมีรายได้แล้ว เห็นป่ะ ง่ายๆ แค่นี้เอง !!!
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะ ลองดูก่อนสิคะ ไม่เสียหายอะไร ถ้าคุณขยันจริงๆ คุณสามารถมีเงินใช้ เป็นหมื่น /เดือน Web นี้ดีมากจ่ายเงินส่งมาเป็นเช็ค Web นี้กล้ารับประกันดีที่สุดเท่าที่เคยทำมา ถ้าคุณไม่อยากเสียโอกาสมาเริ่มกันเลย

วิธีการง่ายๆ คะแค่ Click เข้าไปที่ URL ข้างล่างนี้ ...
www.asonewishes.com

วิธีสมัคร

หน้าแรกให้คลิกที่ Sing up จะอยู่ทางเมนูด้านซ้ายบนของ Web
หน้าต่อไปใส่ E-mail ที่คุณใช้อยู่ รอสักครู่หลังจากนั้นกลับไปที่ Inbox ใน e-mail ที่เราแจ้งสมัครไว้
เข้าไปเช็ค e-mail ของคุณ จะพบ mail ใหม่สุดถ้าไม่พบให้ดูที่ junk mail
คลิกลอกอินใน URL ด้านล่างแถวแรกที่เป็นตัวหนังสือยาวๆได้เลย รอสักครู่จะเข้าไปหน้ากรอกใบสมัคร

*** รายละเอียดทุกอย่างต้องเป็นภาษาอังกฤษนะ ***
1. Username: ใส่ชื่อที่จะใช้ในการ login เอาไว้เป็นชื่อในการแนะนำคนอื่นๆ และเพื่อนๆ
2. E-mail: เขาใส่ให้เราอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้ใส่ให้ เราก็พิมพ์ e-mail ของเราได้เลย
3. Send e-mail to: ให้เลือก Site Inbox
4. First name: ใส่ชื่อจริง ภาษาอังกฤษ
5. Last name: ใส่นามสกุลจริง ภาษาอังกฤษ
6. Address: ใส่ที่อยู่ที่จะให้เขาส่งเช็คมา เช่น 99/9 Moo9 Pahunyothin Rd. TambolPhakket
7. City: ใส่เขตหรืออำเภอที่คุณอยู่ เช่น Sathorn
8. State: เลือก N/A แล้วอีกช่องใส่จังหวัด เช่น Bangkok
9. Zip Code: ใส่รหัสไปรษณีย์
10. Country: เลือก Thailand
11. *** Referrer: ช่องคนแนะนำ ใส่ pimmy ต้องใส่ชื่อนี้ก่อนค่ะในการสมัครครั้งแรก เพราะถ้าคุณไม่ใส่ชื่อคนแนะนำ คุณจะไม่มีสายงาน แล้วก็จะไม่ได้รับเงิน แต่เมื่อคุณสมัครเรียบร้อยแล้ว และจะส่งต่อให้เพื่อนมาสมัครต่อจากคุณบอกเพื่อนเปลี่ยนตรงช่อง Referrer เป็น ID ของคุณด้วย) ตรงนี้จะได้ค่าแนะนำ
12. ใส่เครื่องหมายถูกตรงช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆข้างล่างให้หมด
13. Select a payment method: วิธีการรับค่าตอบแทน ให้ click เปลี่ยนเป็น Check เช็ค
14. Payment account ID: เว้นว่างไว้ *** ไม่ต้องเติมอะไรทั้งนั้น ***
15. Password: รหัสผ่านที่คุณต้องการไม่ต่ำกว่า 5 ตัว (เอาไว้สำหรับ Login Member)
16. Confirm Password: ยืนยันรหัสผ่านที่คุณใส่ในข้อ 15
17. กด Sign up จากนั้นก็ login ได้เลย โดยคลิกที่ member แล้วใส่ user name และ pass word ที่เรากรอกไว้ทีแรก

ลักษณะการทำงาน

1.คลิกที่ paid2click ระบบจะมี Banner มาให้คลิก
คลิกที่ป้ายโฆษณา (ตอนแรกอย่าพึ่งงงว่าขึ้นหน้าจอไม่สมบรูณ์ มันจะเป็นหน้าต่างให้เราดูเลขที่ถูกต้องแล้วก้อคลิกให้ถูกกับที่เราเห็นกันเราเป็นบอท) เสร็จแล้วจะมีหน้าต่างใหม่เปิดอัตโนมัติ รอสักครู่ ประมาณ 30 วินาที จนขึ้นคำว่า Your account has been credited แล้วค่อยกลับไปที่หน้าป้ายโฆษณาเพื่อคลิกที่ป้ายใหม่ (ไม่ต้องปิดหน้าต่างเดิม) อันไหนที่คลิกแล้วแบนเนอร์จะหายไปเอง

*** ระบบจะมีการตรวจสอบด้วยว่าคุณทำงานจริงไหม โดยการให้คุณคลิก ที่ตัวเลขที่ตรงกับที่ระบบส่งมาให้ ดังนั้นคุณต้องคลิกเลือกตัวเลขด้านล่างที่ตรงกัน คุณจึงจะสามารถเข้าระบบเพื่อสะสมเงินได้ ***
2. ใน Inbox (ใน Web Site นี้) จะมี Mail เข้ามาทุกวันคุณจะได้ค่าอ่าน 200$ ต่อ 1 Mail (ประมาณ1-10 mail ต่อวัน) ข้อนี้ก็ทำเหมือนกับข้อ 1 ค่ะ สำหรับ Mail ที่เราเช็คแล้วให้ลบทิ้งได้เลยน่ะ เราจะได้ไม่เช็คซ้ำ เพราะเค้าจะให้เช็คแค่ครั้งเดียว / เมล์ บางทีเค้าส่งเมลล์มาซ้ำกัน (ดูได้จากเวลาที่ส่งมา จะซ้ำกัน) ให้เลือกอ่านเมลล์ไหนก็ได้ แล้ว delete อีกอันทิ้ง เพราะเค้าเค้าจ่ายแค่เมลล์เดียว



3. ส่วน Paid to Signup คือ ให้คุณ click ที่ banner นั้น
สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือ กด sign up แล้วสมัครตามวิธีข้างต้น พอสมัครเสร็จก็ copy ข้อความ ใน e-mail ของเราที่เขาส่งมา ลงในช่องว่างข้างล่าง banner คุณจะได้ 100$-200$ ต่อ 1 Banner แล้วแต่เว็บ โดยสามารถดูยอดเงินได้ที่หัวข้อ My Earnings เช็ค mail ที่ Web ส่งมาได้ที่หัวข้อ Inbox ย้ำ !!! เช็คได้เฉพาะใน Web เท่านั้น โดยเข้าได้ที่แต่ละเว็บ

4.หาสมาชิกเพิ่มจากการโฆษณาใน Website , หรือ Post ตาม Webbord ต่าง ๆ เพื่อให้มีคนมาสมัครสมาชิก ทำเหมือนกับที่เราทำ หากมีคนสมัครสมาชิกภายใต้ชื่อ ของคุณ คุณจะได้ โบนัสเพิ่มอีก ฟรี ๆ 50$ เป็นค่าตอบแทนในการแนะนำเพื่อน ยิ่งคุณแนะนำมากคุณก็จะได้เงินมาก จะ Copy โฆษณานี้ไปก็ได้ ไม่ว่ากันค่ะ ไม่สงวนลิขสิทธิ์อยากให้พวกเรามีรายได้กัน เพียงแค่คุณเปลี่ยน Referrer: ช่องคนแนะนำ เป็น username ของคุณเอง และเมื่อเค้า login เค้าก้อจะมีชื่อใน Downline คุณ คุณก้อจะได้รับโบนัสอีก 30% ทันที

การร้องขอการจ่ายค่าตอบแทน

จะมีหัวข้อ My Redemption Area ปรากฏที่หน้าห้องสมาชิก ของแต่ละคน เข้าไปก้อจะเห็นเลย
โดยเมื่อเข้าไปในหัวข้อ My Redemption Area จะมีปุ่มคำว่า Request Redemption ให้คลิก
ในกรณีที่เราทำยอดได้ถึงตามที่แต่ละ Web กำหนด บาง Web สมาชิกมีเยอะ เค้าจะต้องตรวจสอบการเป็นสมาชิก ยอดเงินและอื่นๆ ที่คุณทำ อาจต้องรอสรุปยอดไปจนถึงปลายเดือนปุ่มนี้จึงจะขึ้นมาแนะนำให้ทำไปก่อน สะสมไปเรื่อยๆ ทุกวันก็ได้ ต้องใจเย็นๆๆ...ได้เงินแน่ๆ ถ้ามีปุ่มขึ้นมาเราก็กดเบิกได้ทันที หลังจากที่เรา Click ปุ่ม Request Redemption แล้ว เขาจะส่งเป็นเช็คเงินสดมาให้เราทันที โดยหักค่าทำเนียมเป็นที่เรียบร้อย แล้วหลังจากที่คุณ Click บริษัทจะส่งเงินมาให้คุณจากนั้นก็ นำเช็คไปขึ้นเงินที่ธนาคาร

** แนะนำให้ไปขึ้นเงินที่ ธ.กรุงไทย เพราะเสียค่าธรรมเนียมถูกที่สุด **
กรณีที่ Request Redemption ขึ้นเยอะให้เราอ่านดูก่อน แต่ขอแนะนำให้กดอันล่างสุดเพราะเขาจะรวมให้แล้วอันล่าสุด

***** เตือนด้วยความหวังดี *****
การสมัครจะต้องมีผู้แนะนำ มิฉะนั้นถือเป็นโมฆะ
และถ้าหากคุณไม่ได้ทำการ Login ภายใน 14 วัน คือหลังจากเลย 14 วันไปแล้ว เค้าก็จะลบ Account ของคุณออก เพราะ คุณทำให้บริษัทเสียรายได้ ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมายสามารถทำได้อยากเปิดเผยไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ
ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่อยากมีสายงาน โดยไม่ใส่ชื่อผู้แนะนำ เช่น ทำตัวคนเดียวโดยที่ไม่มี หัวหน้าสายงาน ทาง Web เค้า จะมีการตรวจสอบการเป็นสมาชิก ทุกๆ คนในทุกเดือนด้วยนะ ฉะนั้นคุณต้องมีสายงาน และ คุณหาลูกทีมของคุณเพิ่มขึ้น อย่างน้อย 2 คน ทางบริษัทก็จะให้ ความไว้วางใจ อาจจะเลื่อนตำแหน่งเป็น Silver Member, Gold Members, Diamond Member โดยจะได้รับผลประโยชน์เพิ่มขึ้น เช่น
- เพิ่มจำนวนจดหมายที่จะได้รับ มีการหาสมาชิกให้อัตโนมัติ
- เพิ่มอัตราเงินที่ได้จากการอ่านอีเมล์ขึ้นอีก 30% เป็นต้น
ส่วนมากคนที่คิดจะทำงานตรงนี้คิดว่าเราจะได้เงินจริงหรือเปล่า คำตอบ ก็คือ ได้จริงๆ ....แต่...ต้องอดทน
บางครั้งเดือน 1 ถึงเดือนครึ่ง กว่าจะได้เงิน ซึ่งเขาเป็นคนกำหนด ว่าคนคนนี้ต้องทำถึงจำนวนเท่าไรถึงจะจ่าย จะไม่มีกำหนดแน่นอน แม้จะเป็นการเอาเปรียบเราไปหน่อย แต่อย่างน้อยก็ยังได้เงินฟรีๆ อันนี้พูดตรงๆ...ไม่มีปกปิดอะไร อยากให้ทุกคนมี รายได้เสริมจากการเล่น internet มีของดีต้องแนะนำกัน เราเล่น Internet และ check E-Mail ทุกวันอยู่แล้ว เสียเวลาสัก 15 นาทีกับการได้เงิน 500$-1000$ จะเป็นไรไป สู้นะเพื่อนๆ ทุกคน หากมีข้อมูลเพิ่มเติม แล้วจะนำเสนอต่อ


ชื่อ
:

อีเมล์:
เว็บไซต์ :
ของเล่น : smilie  smilie  smilie  smilie  smilie  smilie
smilie  smilie  smilie  smilie  smilie  smilie
smilie  smilie  smilie  smilie  smilie  smilie
smilie  smilie  smilie  smilie  smilie  smilie
ความคิดเห็น :
รหัสยืนยัน :
(หากใส่รหัสไม่ถูกต้อง ความเห็นจะไม่ถูกเพิ่มเข้าระบบ)
หากคุณไม่ต้องการกรอกรหัส มาเป็นสมาชิกกับเราสิ คลิกเลย!
 




  1   

 


ภาพยนตร์ประเทศ

สัญชาติ อเมริกัน

ประเภท ไซไฟ / ผจญภัย

นำแสดง คริส โอนีล, เรียห์นนอน ลีห์ รีน

ทิมโมธี ฮัตตัน, โจลี่ ริชาร์ดสัน

เรนน์ วิลสัน, แคธรีน ฮาห์น

ไมเคิล คลาร์ก ดันแคน

กำกับการแสดง บ๊อบ เชย์

เขียนบท บรูซ โจเอล โรบิน (Ghost, Deep Impact) โทบี้ เอ็มเมอริช (Frequency)

กำหนดฉาย 17 พฤษภาคม 2007

จัดจำหน่าย มงคงเมเจอร์

Official Site http://www.mimzy.com/




 


บทความรีวิวภาพยนตร์ทุกบทความ ได้รับการคุ้มครองทางกฏหมาย หากผู้ใดมีความประสงค์นำไปใช้งาน ในด้านการค้า กรุณาติดต่อกับผู้จัดทำ

ทั้งนี้มีข้อยกเว้นในการ นำไปจัดพิมพ์เพื่อการศึกษา หรือเก็บไว้ในในการส่วนตัว






















 


Welcome to Pingbook Entertainment : Listen Online Music, MV, Korea, Japan, Travel, Hotel, Asian Entertainment, K-Dramas, DVD, Movies, Review and Asian News Online Music Listen : All you need for Korean Music, Japan Music, China Music Online Music Video (MV) : One stop point to bring some asian stuff to your home Explorer Asian Entertainment news about stars movies drama etc. Read in-depth review about Asian Movies such as K-Movies, J-Movies, Thai Movies and Hollywood Check out Asian Star profiles such as Dong Bang Shin Ki, TVXQ, Rain and more Shop some asian stuff Explorer the large Asian Entertainment Network include media files and Travel or reserve hotels in seoul, korea and japan