|

Plot
Nana 1 คือภาพยนตร์แสนอบอุ่นที่เล่าเรื่องราวมิตรภาพอันงดงามของ 2 สาวที่ชื่อ นานะ เหมือนกันแต่บุคลิกและพื้นเพต่างกันอย่างสิ้นเชิง โอซากิ นานะ คือสาวพังค์สุดห้าวที่ฝันอยากออกอัลบั้มกับวง Black Stones ของตนเองหลังจากคนรักได้ออกอัลบั้มกับวง Trapnest จนโด่งดังไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วน โคมัทสึ นานะ คือสาวหวานช่างฝันจากครอบครัวอบอุ่นที่เดินทางมาโตเกียวเพื่อมาหาคนรัก ทั้งคู่พบกันโดยบังเอิญบนรถไฟและเช่าห้องอยู่ด้วยกันที่โตเกียว นั่นคือจุดเริ่มต้นของมิตรภาพอันงดงามของทั้งคู่ รวมทั้งเรื่องราวความสัมพันธ์หลากหลายที่พวกเธอต้องพบเจอ ที่ไม่ว่ายามทุกข์หรือยามสุข พวกเธอก็อยู่เคียงข้างกันเสมอ
ใน Nana 2 เรื่องราวความรักของสองนานะยิ่งซับซ้อนขึ้น โอซากิ นานะ ได้ออกเทปในกับวง Black Stone ของตนเองสมความตั้งใจ แต่ต้องทำตัวห่างเหินกับ เรน แฟนหนุ่มมือกีต้าร์วง Trapnest เพื่อหลีกเลี่ยงพวกปาปาราซซี่ ส่วน โคมัทสึ นานะ (ฮาจิ) ก็ไปมีสัมพันธ์กับ ทาคุมิ มือเบสคาสโนว่าแห่งวง Trapnest จนตั้งท้อง ขณะที่ โนบุ มือกีต้าร์วง Black Stones หลงรักเธออย่างสุดหัวใจ ฮาจิตัดสินใจย้ายออกจากห้อง 707 ไปอยู่กับทาคุมิ ทิ้งให้นานะเศร้าสร้อยเพียงลำพัง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มิตรภาพของนานะทั้งสองเริ่มสั่นคลอน พวกเธอจะผ่านมันไปได้อย่างไร ความรักที่มีให้กันจะทำให้พวกเธอกลับมาเข้าใจกันได้หรือไม่ ค้นหาคำตอบได้ใน Nana 2
Changes
ภาคนี้มีการเปลี่ยนตัวนักแสดง 3 ตัวด้วยกัน ได้แก่ บท โคมัทสึ นานะ, ฮอนโจ เรน และ โอกาซากิ ชินอิจิ และเหล่านี้คือเหล่านักแสดงหน้าใหม่ที่จะมาร่วมสร้างเรื่องราวอันงดงามของความรักและมิตรภาพ
บท โคมัทสึ นานะ หรือนานาะหวาน จากเดิมที่ อาโออิ มิยาซาว่า (รูปซ้าย) เป็นผู้รับบท ภาคนี้จะเปลี่ยนตัวเป็น ยูอิ อิจิกาว่า (รูปขวา) แทน สาเหตุเพราะอาโออิไม่สะดวกที่จะแสดงฉากเลิฟซีนในภาคนี้
บท โอกาซากิ ชินอิจิ หรือ ชิน มือเบสวัยกระเตาะแห่งวง Black Stone ของนานะ ได้เปลี่ยนตัวนักแสดงจาก เคนอิจิ มัทสึยาม่า (รูปซ้าย) เป็น คานาตะ ฮอนโง (รูปขวา) เพราะเคนอิจิงานชุกขึ้นหลังจากรับบท แอล ใน Death Note และบททหารหนุ่มใน Yamato
บท ฮอนโจ เรน แฟนหนุ่มมือเบสวง Trapnest ของนานะพังค์ ภาคนี้ตกเป็นของ โนบุโอะ เคียว (รูปขวา) หลังจากที่ เรียวเฮอิ มัทสึดะ (รูปซ้าย) เรนคนเดิมปฏิเสธเพราะติดงานอื่น
The Bands
BLACK STONES
Black Stones หรือ Blast คือวงพังค์ร็อคที่ครั้งหนึ่งเคยมีเรนเป็นมือเบส แต่หลังจากเรนย้ายไปอยู่วง Trapnest ก็มีสมาชิกใหม่เข้ามาแทนที่คือ ชิน เพลงของพวกเขาเป็นที่ชื่นชอบในผู้ฟังวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ และได้เซ็นต์สัญญากับค่ายเพลงในเวลาต่อมา ปัจจุบันสมาชิกวงมีดังต่อไปนี้
โอซากิ นานะ (ร้องนำ)
เทราชิม่า โนบุโอะ (กีต้าร์)
โอกาซากิ ชินอิจิ (เบส)
ทาคางิ ยาสุชิ (กลอง)
TRAPNEST

Trapnest หรือ Tranes คือวงดนตรีชื่อดังในโตเกียว โอซากิ นานะปฏิญาณกับตัวเองว่าสักวันวงของเธอต้องดังกว่า Trapnest สมาชิก 4 คนของวงนี้ คือ
เซริซาว่า เรร่า (ร้องนำ)
ฮอนโจ เรน (กีต้าร์)
อิจิโนเสะ ทาคุมิ (เบส)
ฟูจิเอดะ นาโอกิ (กลอง)
The Characters
III โอซากิ นานะ หรือ นานะพังค์ III
โอซากิ นานะ อาจจะดูเป็นสาวพังค์มาดดุ แต่เธอมีจิตใจอ่อนโยนและเป็นเพื่อนที่ดี นานะเป็นเด็กกำพร้าที่โตมากับยาย ตอนเรียนมัธยมเธอเป็นคนไม่ค่อยพูด และไม่มีเพื่อน กระทั่งได้พบกับโนบุที่แนะนำเธอสู่โลกแห่งดนตรีพังค์ นานะถูกไล่ออกจากโรงเรียนเพราะถูกกล่าวหาว่าขายบริการ เธอไม่ยอมแก้ต่างใดๆ จนยายของเธอเสียใจล้มป่วยและจากเธอไป เมื่อถึงวันเกิด นานะซื้อชุดสีแดงที่ยายไม่เคยอนุญาตให้ใส่เป็นของขวัญให้ตัวเองและไปดูคอนเสิร์ตวง Black Stones กับโนบุ คืนนั้นเองที่เธอได้พบกับเรน มือเบสของวง ทั้งคู่ตกหลุมรักกัน เมื่อเรนชวนเธอมาเป็นนักร้องนำ เธอจึงตอบตกลง ในฐานะนักร้องนำ นานะมักปรากฏตัวด้วยบุคลิกสุดเท่ เธอแต่งตัวสไตล์พังค์ โดยมีเสื้อผ้าของวิเวียน เวสต์วู้ด เป็นแบรนด์โปรด นานะสักดอกไม้เป็นสัญลักษณ์เรนที่ต้นแขนและย้ายไปปอยู่กับเรน ทั้งคู่รักกันมากจนกระทั่งเรนตัดสินใจออกจากวง Black Stones เพื่อไปเป็นมือกีต้าร์วง Trapnest ที่มีชื่อเสียงกว่าในโตเกียว ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงจบลง
นานะตัดสินใจเดินตามความฝันในการเป็นนักดนตรีชื่อดัง เธอเดินทางมายังโตเกียวและรวมวง Black Stones ขึ้นมาใหม่กับยาสุ, โนบุ และชิน มือเบสคนใหม่ ในรถไฟไปโตเกียว นานะได้พบกับสาวหวานคนหนึ่งที่ชื่อ นานะ เหมือน (นานะ แปลว่า เลข 7) และบังเอิญเหลือเกินที่ทั้งคู่ได้เป็นรูมเมทกัน แม้จะมีบุคลิกและปูมหลังต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ทั้งคู่ก็กลายเป็นเพื่อนรักกัน นานะพังค์ตั้งชื่อใหม่ให้นานะหวานว่า ฮาจิ ตามบุคลิกขี้อ้อนเหมือนลูกหมา ซึ่งเธอทั้งรักและหวงฮาจิเหมือนลูกหมาจริงๆ
ภาคนี้ นานะได้ออกอัลบั้มกับวง Black Stone ของตัวเองสมความตั้งใจ แต่เธอกลับต้องพบกับรอยร้าวทางความสัมพันธ์ เมื่อฮาจิตั้งท้องกับ ทาคุมิ มือเบสวง Trapnest ขณะที่โนบุ มือกีต้าร์วง Black Stones เพื่อนรักของนานะหลงรักฮาจิจนหมดหัวใจ นานะรู้สึกผิดหวังที่ฮาจิเลือกทาคุมิแทนที่จะเป็นโนบุ เพราะนั่นหมายความว่าฮาจิจะไม่ได้อยู่ใกล้เธออีกต่อไป เธอคิดว่าทำไม Trapnest ถึงแย่งคนรักของเธอไปหมด และรู้สึกเศร้าจับใจเมื่อฮาจิตัดสินใจย้ายออกจากห้อง 707 ไปอยู่กับทาคุมิ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเรนก็เป็นไปด้วยความห่างเหิน เพราะทั้งคู่ต้องหลบเลี่ยงบรรดาปาปาราซซี่
III โคมัทสึ นานะ หรือ ฮาจิ หรือ นานะหวาน III
โคมัทสึ นานะ เดินทางมาโตเกียวเพื่อตามหาความฝัน แต่เธอไม่เหมือนกับ โอซากิ นานะ ตรงที่มาจากครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่น นานะเป็นลูกสาวคนกลางที่มีนิสัยเป็นเด็กตลอดเวลา การที่ได้พบกับนานะพังค์ทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไป นานะตั้งชื่อเธอว่าฮาจิและแนะนำให้เธอรู้จักกับสมาชิกวง Black Stones ฮาจิกลายเป็นส่วนหนึ่งของวง และเป็นคนทำโปสเตอร์รับสมัครมือเบสคนใหม่ให้นานะ เธอตกใจที่รู้ว่าวง Balck Stones เป็นเพื่อนกับสมาชิกวง Trapnest ที่เธอชื่นชอบ หลังจากรู้ว่านานะเลิกกับเรน เธอก็พยายามให้ทั้งคู่กลับมาคืนดีกันเพราะรู้ว่าพวกเขายังรักกันอยู่
แรกเริ่มเดิมทีนานะเป็นแฟนกับโชจิ แต่เขานอกใจเธอไปคบกับเพื่อนร่วมงานที่ร้านอาหาร ฮาจิเสียใจมาก แต่ก็มีนานะคอยปลอบใจอย่างใกล้ชิด ในภาคนี้ฮาจิจะได้พบรักกับชายหนุ่มพร้อมกันถึง 2 คน ซึ่งก็คือ โนบุ มือกีต้าร์วง Black Stones เพื่อนรักของนานะพังค์ และ ทาคุมิ มือเบสเพลย์บอยแห่งวง Trapnest ที่เธอแอบปลื้มมานาน ฮาจิมีสัมพันธ์ทาคุมิจนตั้งท้อง ใจจริงเธอเองก็รักโนบุ แต่เมื่อมองตามความเป็นจริงแล้ว ทาคุมิน่าจะดูแลเธอและลูกได้ดีกว่า ฮาจิจึงตัดสินใจออกจากห้อง 707 ไปอยู่กับทาคุมิที่อพาร์ทเมนท์หรูของเขา
III ฮอนโจ เรน III
เรนเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งไว้ในโกดังเก็บของท่าเรือตั้งแต่เกิด โนบุบอกว่าเหตุการณ์นี้เคยตกเป็นข่าวมาแล้ว หลังจากนั้นเรนก็ไปอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าทที่เดียวกับยาสุ แต่ต่อมามีครอบครัวเศรษฐีรับยาสุไปอุปการะ เรนไปเยี่ยมเพื่อนรักที่บ้านอยู่บ่อยๆจนแม่เลี้ยงของยาสุชวนมาอยู่ด้วย แต่เรนปฏิเสธ
ต่อมาเรนได้ตั้งวงดนตรีขึ้นชื่อ Black Stones ที่ตัวเขาเป็นมือเบส, ยาสุเป็นมือกลอง, โนบุเป็นมือกีต้าร์ และนานะเป็นนักร้องนำ เขาหลงรักนานะ และ Black Stones ก็ประสบความสำเร็จในเมืองบ้านเกิด แต่เรนคิดว่าเขาสามารถประสบความสำเร็จมากกว่านี้ได้ จึงตัดสินใจออกจากวง และรับคำชวนจากวง Trapnest ไปเป็นมือกีต้าร์ ทาคุมิ มือเบสวง Trapnest เป็นเพื่อนรักกับยาสุ และเมื่อเรนออกจาก Black Stones เขาก็เลิกกับนานะ
เมื่อฮาจิรู้ว่าเรนกับนานะเคยรักกัน เธอก็ชวนนานะไปดูคอนเสิร์ต Trapnest ที่บ้านเกิดเพื่อให้ทั้งคู่ได้พบกันและคืนดีกัน ซึ่งทุกอย่างก็เป็นอย่างที่เธอหวัง แต่นานะก็ยังบอกกับเรนว่าสักวัน Black Stones จะดังกว่า Trapnest
วงดนตรีโปรดของเรนคือ The Sex Pistols และสร้อยคอห้อยแม่กุญแจที่นานะให้เขาไว้ก็หน้าตาเหมือนกับสร้อยคอที่ ซิด วิเชียสแห่ง The Sex Pistols ชอบคล้องไม่มีผิด
ในภาคนี้ เรนจะห่างเหินกับนานะ เพราะตอนนี้นานะได้ออกเทปกับวงของตัวเองและเริ่มมีชื่อเสียง บรรดาปาปาราซซี่จึงเริ่มจับตามองความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่เขาก็อยู่เคียวข้างเธอยามทุกข์ใจเสมอ
III อิจิโนเสะ ทาคุมิ III
ทาคุมิเป็นเด็กมีปัญหา พ่อของเขาติดเหล้าส่วนแม่ก็ป่วยเสียชีวิต เขาชดเชยความปวดร้าวนั้นด้วยการตั้งวงดนตรีกับเพื่อนสมัยเรียนมัธยม ได้แก่ เซริซาว่า เรร่า (ร้องนำ) และ ฟุจิเอดะ นาโอกิ (กลอง) ชื่อวง Trapnest สมัยเรียน ทาคุมิเป็นเด็กค่อนข้างเกเร ออกแนวอันธพาล แต่ก็ดังเพราะมีวงดนตรี ยาสุเป็นเพื่อนสมัยเรียนของเขาเช่นกัน แต่ต่อมายาสุไปเป็นหัวหน้าวง Black Stones ซึ่งเป็นวงคู่แข่งกับ Trapnest
วง Trapnest โด่งดังทันทีที่อัลบั้มออกวางแผง ทาคุมิชวนเรนซึ่งเป็นเพื่อนของยาสุมาเป็นมือกีต้าร์ของวง พวกเขามีแฟนเพลงคลั่งไคล้ทั่วญี่ปุ่นรวมถึงฮาจิด้วย นานะเป็นคนแนะนำให้ฮาจิรู้จักกับทาคุมิเพราะรู้ว่าเพื่อนรักชอบเขามาก ทาคุมิเป็นคนหล่อ มาดเท่ และขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้ แต่บางครั้งก็เย็นชาและเจ้ากี้เจ้าการ หลังจากได้เจอกับฮาจิ เขาก็ขอออกเดทกับเธอและในที่สุดฮาจิก็ตั้งท้องกับเขา
III เทราชิม่า โนบุโอะ หรือ โนบุ III
โนบุเป็นมือกีต้าร์ของวง Black Stones แบะเคยเรียนโรงเรียนมัธยมเดียวกับ โอซากิ นานะ โนบุเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยมและมองโลกในแง่ดี แต่บางครั้งก็เอ๋อจนไม่รู้ว่าเพื่อนรอบข้างกำลังคุยเรื่องอะไร ก่อนที่นานะจะเลิกบุหรี่ โนบุเป็นสมาชิกคนเดียวในวงที่ไม่สูบบุหรี่ แต่เขาเสียเรื่องดื่มเหล้า พอเหล้าเข้าปากจะพูดความลับออกมาหมดเปลือก (โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนานะกับเรน) โนบุมาจากครอบครัวร่ำรวยเช่นเดียวกับยาสุ พ่อกับแม่ของเขาทำธุรกิจโรงแรม แต่เขารักดนตรีมากจนหนีออกจากบ้านมาไล่ตามความฝัน เพราะคิดว่าสักวันเขาจะมีวงที่โด่งดัง
โนบุหลงรักฮาจิ ผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักหมดหัวใจ แต่เขากลับต้องผิดหวังเมื่อฮาจิเลือกทาคุมิ หลายคนอาจใจสลายเมื่อเห็นเขาเศร้าในหนังเรื่องนี้ แต่โชคดีเหลือเกินที่เขามีเพื่อนดีๆอย่างนานะ ที่คอยปลอบใจเขาไม่ห่าง
III ทาคางิ ยาสุชิ หรือ ยาสุ III
ยาสุเป็นหัวหน้าวง Black Stones ในตำแหน่งมือกลอง แต่ดูเผินๆเหมือนหัวหน้าแก๊งมาเฟีย (หัวโล้น ตุ้มหูเต็มหู ใส่แว่นดำ และสูบบุหรี่จัด) ที่น่าแปลกใจก็คือแม้จะมีบุคลิกน่ากลัวอย่างนั้น เขากลับมีงานหลักเป็นทนายความ ยาสุเคยคบกับเรร่าสมัยเรียนมัธยม แต่ก็เลิกกันในที่สุด เขาเป็นเหมือนพี่ใหญ่ของนานะพังค์และโนบุ ตอนที่นานะมาโตเกียวเป็นครั้งแรก เขาก็ออกโรงปกป้องเธอเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยาสุยังเป็นสมาชิกที่แก่ที่สุดในวง จนบางครั้งโนบุก็ล้อเขาว่า ลุง บุหรี่ยี่ห้อโปรดของเขาคือ Black Stones ซึ่งเป็นที่มาของชื่อวง
III เซริซาว่า เรร่า III
เรร่า (Reira) เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกัน และเป็นนักร้องนำวง Trapnest ซึ่งความจริงเธอชื่อ เลย์ล่า (Layla) ตามชื่อเพลงของ เอริค แคลปตัน เรร่าเป็นสาวสวยหัวสมัยใหม่ที่มีความคิดอิสระ อารมณ์ดี ขี้เล่น แต่บางครั้งก็อ่อนไหว เธอเป็นเพื่อนกับทาคุมิและยาสุตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม และเคยคบกับยาสุด้วย
III โอกาซากิ ชินอิจิ หรือ ชิน III
ชินเป็นมือเบสวง Black Stones และเป็นสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดในวง เขาอายุแค่ 15 ปี และมาจากครอบครัวที่แตกแยก ฮาจิคอยปกป้องชินตลอดเวลาเพราะเธอเอ็นดูเขาเหมือนลูกชาย ถ้าใครอ่านการ์ตูนจะรู้ว่าชินเป็นผู้ชายขายบริการ และเรร่าคือลูกค้าคนหนึ่งของเขา ชินเล่นหม่าจงเก่งมาก และเป็นคู่หูกับโนบุ เขาเป็นคนเดียวในวงที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Black Stones เหมือนยาสุ
III ฟูจิเอดะ นาโอกิ III
นาโอกิ คือมือกลองวัยทีนของวง Trapnest บุคลิกของเขาจะออกแนวเหวอๆ พูดจาโผงผาง อารมณ์ดีเหมือนโนบุวง Black Stones เขาเป็นเพื่อนกับยาสุเช่นเดียวกับคนอื่นๆในวง ในหนังเขาจะไม่ค่อยเข้ามาข้องเกี่ยวกับเรื่องราวความสัมพันธ์ของนานะเท่าไหร่ แต่สามารถอ่านปูมหลังของเขาและเพื่อนได้ในการ์ตูนเล่ม 9
Soundtrack
ซีดีอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ Nana 2 ฉบับเต็ม ประกอบด้วยเพลงร้องและเพลงบรรเลงทั้งหมด 22 เพลง พร้อมด้วยดีวีดีมิวสิควิดีโอเพลงประกอบหลัก Hitoiro และ Truth
Hitoiro
เพลง Hitoiro ฮิโตอิโระ ขับร้องโดย มิกะ นากาชิม่า ผู้รับบท โอซากิ นานะ (นานะพังค์) ตามเรื่องราวในภาพยนตร์ นานะพังค์ได้ออกอัลบั้มกับวง Blackstone ของตัวเองเป็นครั้งแรก และเพลงนี้คือเพลงเปิดตัวของเธอ
เพลงนี้แต่งเนื้อร้องโดย ไอ ยาซาว่า ผู้วาดการ์ตูนเรื่องนานะ เรียบเรียงทำนองและจังหวะโดย ทาคุโระ แห่งวง Glay ดนตรีของเพลงนี้เป็นบัลลาดร็อคที่มีทำนองหวานปนเศร้าซึ่งถือว่าฉีกแนวออกไปจากเพลงอื่นๆของวง Blackstone ของนานะที่เป็นแนวพังค์ร็อคเสียส่วนใหญ่ แฟนเพลงและแฟนหนังให้การต้อนรับเพลงนี้เป็นอย่างดีจนได้ครองอันดับ 5 ในชาร์ท Oricon ของญี่ปุ่น
ส่วนมิวสิควิดีโอของเพลงนี้จะเป็นภาพอิริยาบถสุดเหงาสีขาวดำของนานะ ซึ่งก็เข้ากับความหมายของชื่อเพลง เพราะคำว่า ฮิโตอิโระ แปลเป็นภาอังกฤษว่า One Color หรือ สีเดียว นั่นเอง
Truth
เพลง Truth ขับร้องโดย ยูนะ อิโตะ ผู้รับบท เรร่า นักร้องนำวง Trapnest ที่คนรักของนานะเป็นมือเบส ตามเรื่องราวในภาพยนตร์ Truth เป็นซิงเกิลแรกในอัลบั้มใหม่ของวง Trapnest ที่เปิดในช่วงท้ายของหนัง ดนตรีของเพลงนี้เป็นแนวบัลลาดซึ่งยูนะ อิโตะ ไม่ได้ร้องเพลงแนวนี้มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2006 มิวสิควิดีโอของเพลงนี้สวยงามมาก เพราะทีมงานยกกองไปถ่ายทำไกลถึงสก๊อตแลนด์ โดยเราจะได้เห็นภาพของมิวสิควิดีโอเพลงนี้ในฉากหนึ่งในหนังด้วย
Facts
ชื่อวง Black Stones
Black Stones คือชื่อยี่ห้อบุหรี่ที่มีลักษณะคล้ายซิการ์ ตอนที่ยังไม่มีชื่อวง โนบุ, ยาสุ, เรน และนานะ นั่งล้อมวงกันคิดว่าจะตั้งชื่อวงว่าอะไรดี ทันใดนั้นยาสุก็ควักบุหรี่ยี่ห้อโปรดขึ้นมาสูบ ซึ่งบุหรี่ยี่ห้อนั้นก็คือ Black Stones ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าชื่อนี้ฟังดูคลาสสิค จึงตั้งชื่อวงตามยี่ห้อบุหรี่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม บางครั้งพวกเขาก็ออกเสียง Black Stones ว่า Blast เป็นการรวบคำให้ออกเสียงง่ายขึ้น และยาสุก็เป็นคนเดียวที่ชอบสูบยี่ห้อนี้ คนอื่นในวงคิดว่ากลิ่นมันแปลกๆ
Black Stones คือชื่อยี่ห้อบุหรี่ที่มีวางขายจริง หาซื้อได้ทั่วไปในญี่ปุ่นด้วยราคา 300 เยน รูปแบบของกล่องในการ์ตูนก็ถอดแบบมาจากของจริง
เสื้อผ้าจาก วิเวียน เวสต์วู้ด
หลายคนคงสังเกตว่า โอซากิ นานะ (นานะพังค์) แต่งตัวด้วยเสื้อหนังและคล้องโซ่หลากหลายรูปแบบ เสื้อผ้าแบรนด์โปรดของเธอคือ วิเวียน เวสต์วู้ด ซึ่งเป็นแบรนด์ของดีไซเนอร์อังกฤษที่โด่งดังระดับโลก วิเวียน เวสต์วู้ด ผสมผสาน เซ็กซ์, ร็อค, หนังสัตว์ และผ้าหลากรูปแบบเข้าไปในงานออกแบบของเธอ บรรดานักแต่งคอสเพลย์คุ้นเคยกับเสื้อผ้ายี่ห้อนี้ดี
วิเวียน เวสต์วู้ด เริ่มต้นงานแฟชั่นในยุค 70 เธอไม่ค่อยใช้ชื่อตัวเองมาตั้งชื่อร้านหรืองานออกแบบ ชื่อที่เธอใช้ก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เช่น Let It Rock และ Too Fast To Live, Too Young To Die ครั้งหนึ่งเธอเคยตั้งชื่อร้านว่า Sex ด้วย เธอใส่ความเป็นร็อคเข้าไปในงานดีไซน์เสมอ เมื่อวงร็อคชื่อดัง The Sex Pistols แสดงคอนเสิร์ตครั้งแรก พวกเขาก็สวมเสื้อผ้าที่ออกแบบโดย วิเวียน เวสต์วู้ด ซึ่งในการ์ตูน Nana มีการแทรกเกร็ดด้วยว่า นานะ, เรน และโนบุ คือแฟนพันธุ์แท้ของวง The Sex Pistols
โลโก้อันเป็นเครื่องหมายของวิเวียน เวสต์วู้ด คือรูปโลกที่มีไม้กางเขนอยู่ข้างบน เครื่องหมายนี้เห็นได้ในเกือบทุกชุดของนานะ ไฟแช็คของชินก็เป็นรูปทรงนั้น ถ้าสังเกตกระโปรง รองเท้า และเครื่องประดับที่ตัวละครใส่ในการ์ตูนจะเห็นว่าเหมือนกับเสื้อผ้าจริงที่วิเวียน เวสต์วู้ด ออกแบบ
นักแสดงฮอลลีวู้ดชื่อดังอย่าง ซาร่า เจสสิก้า พาร์คเกอร์ (ซีรี่ย์ Sex and the City) ใส่เสื้อผ้าของวิเวียน เวสต์วู้ด บ่อยๆ ตัว มิกะ นากาชิม่า เองก็เป็นแฟนเสื้อผ้าแบรนด์นี้เช่นกัน และยอมรับว่าที่ตกลงรับบท โอซากิ นานะ เพราะรู้ว่าตัวละครของเธอใส่เสื้อผ้าของวิเวียน เวสต์วู้ดเป็นประจำ แถมหลังจากตกลงรับแสดงแล้ว มิกะยังลงเรียนวิชาแฟชั่นเพื่อจะได้เข้าใจสไตล์การแต่งตัวของตัวละครด้วย
ฮาจิโกะ
ฮาจิโกะ คือชื่อเล่นของ โคมัทสึ นานะ (นานะหวาน) ที่ โอซากิ นานะ (นานะพังค์) ตั้งให้ เรื่องตลกเบื้องหลังชื่อนี้ก็คือ ทั้งคู่ชื่อนานะ ที่แปลว่า เลข 7 เหมือนกัน เวลามีคนเรียก ทั้งคู่ก็จะหันพร้อมกัน นานะพังค์จึงตั้งชื่อให้ นานะหวาน ใหม่ว่า ฮาจิโกะ คำว่า ฮาจิ แปลว่า เลข 8 ซึ่งก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ ฮาจิโกะ เป็นชื่อของสุนัขพันธุ์อากิตะชื่อดังของญี่ปุ่น คล้ายๆกับ แลสซี่ที่โด่งดังในอังกฤษและอเมริกา นานะพังค์ตั้งชื่อนี้ให้นานะหวานเพราะเธอขี้อ้อนและต้องการความเอาใจใส่เหมือนลูกสุนัข นานะหวานโอดครวญกับชื่อใหม่ในตอนแรก แต่หลังๆทุกคนต่างก็เรียกเธอว่าฮาจิโกะ โดยเฉพาะสมาชิกวง Black Stone ของนานะ ซึ่งในที่สุดเธอก็ชินกับชื่อนี้
Nana Fever
· Nana ภาคแรกทำเงินในญี่ปุ่นสูงลิบถึง 4.03 พันล้านเยน โดยสัปดาห์แรกทำเงินไปถึง 1 พันล้านเยน
· ซิงเกิลประกอบ Nana ภาคแรกเพลง Glamorous Sky ที่มิกะ นากาชิม่าร้องขายได้ทั้งหมด 450,000 ก๊อปปี้ และขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ท Oricon นาน 2 สัปดาห์ ส่วนซิงเกิลเพลง Endless Story ที่ยูนะ อิโตะร้อง ก็ขายได้ถึง 300,000 ก๊อปปี้ และติดอันดับ 2 บนชาร์ท Oricon
· การ์ตูนเล่มที่ 13 ขายได้ถึง 25 ล้านเล่ม
· มิกะ นากาชิม่า ผู้รับบทนานะพังค์ ได้เข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทองญี่ปุ่นสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมและนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมทั้งๆที่เป็นผลงานการแสดงเรื่องแรก
· ในญี่ปุ่นมีการออกแบบบัตรเครดิต Nana ออกมาเอาใจแฟนหนัง 4 แบบด้วยกัน ได้แก่ นานะ, ฮาจิ, Black Stones และ Trapnest
· ชาร์ท Oricon ประกาศว่า มิกะ นากาชิม่า ได้รับการโหวตจากผู้ชมให้เป็นนักแสดงหญิงยอดนิยมอันดับหนึ่งประจำปี 2005 แซงหน้า แองเจลลิน่า โจลี่ จาก Mr. and Mrs. Smith ไปแบบขาดลอย
· Nana คือการ์ตูนผู้หญิงที่ครองใจสาวๆเป็นอันดับ 1 ในญี่ปุ่นจากการสำรวจในปี 2006
· บริษัท Toshiba ออกแบบเครื่องเล่น Digital Audio รุ่นพิเศษ GigaBeat P5S GB Nana 4 แบบ ด้วยกัน อันได้แก่ นานะ, ฮาจิ, Black Stones และ Trapnest ซึ่งออกวางจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม 2006 ในญี่ปุ่น
· หนังสือการ์ตูน Nana ไม่ได้แค่ฮิตในญี่ปุ่น แต่ยังได้รับการแปลจำหน่ายในอเมริกา, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สิงคโปร์, เยอรมัน, สเปน รวมทั้งประเทศไทยด้วย
· เพื่อเป็นการต้อนรับ Nana 2 ช่วงปีใหม่ที่ญี่ปุ่นมีการเปิดร้านอาหาร Lotus & Strawberry Café รูปแบบพิพิธภัณฑ์นานะขึ้น โดยลูกค้าที่เป็นแฟนนานะจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศห้อง 707 ที่เหมือนจริง พร้อมกับเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ทางร้านเปิดคลอตลอดเวลา
· Nana 2 ได้ไปฉายรอบปฐมทัศน์ที่นิวยอร์กเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2006 โดยสองสาวนักแสดงนำ มิกะ นากาชิม่า และ ยูอิ อิจิกาว่า ไปร่วมงานด้วย บรรยากาศในงานเป็นไปอย่างคึกคัก แฟนคลับนานะสัญชาติอเมริกันให้การต้อนรับหนังเป็นอย่างดีและมาร่วมงานกันอย่างล้นหลามแม้ที่นั่งจะมีจำกัด
Cast
มิกะ นากาชิม่า รับบท โอซากิ นานะ (นานะพังค์)
มิกะ นากาชิม่า เกิดที่เกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น เป็นลูกคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 3 คน เธอฝันอยากเป็นนักร้องตั้งแต่เด็กและตามความฝันตั้งแต่ตอนนั้นโดยไม่เรียนต่อมัธยมปลายและมหาวิทยาลัย เพื่อเข้าสู่วงการดนตรี
มิกะได้รับเลือกให้เป็นนางเอกละครโทรทัศน์ของสถานีฟูจิเรื่อง Tainted Love Song และในเดือนพฤศจิกายนเธอก็ได้ร้องเพลงแรกเป็นเพลงประกอบละครเรื่องนั้นชื่อเพลงว่า Stars ภายใต้ลิขสิทธิ์ของ Sony Music ซิงเกิลต่อมาของเธอคือ Crescent Moon ที่วางจำหน่ายจำนวนจำกัดเพียง 100,000 ก๊อปปี้ และขายหมดเกลี้ยงในวันแรกที่วางแผง เดือนมีนาคม ปี 2002 เธอออกซิงเกิลที่ 3 ชื่อ One Survive และออกวิดีโอคอลเลคชั่นครั้งแรกในชื่อ Film Lotus ตามมาด้วยซิงเกิลที่ 4 Helpless Rain ในเดือนพฤษภาคม และซิงเกิลที่ 5 Will ในเดือนสิงหาคม ซึ่งขายได้กว่า 140,000 ก๊อปปี้ ทั้งสองซิงเกิลกลายเป็นเพลงฮิตติดท้อปเท็นในชาร์ทเพลงญี่ปุ่นและทำให้มิกะกลายเป็นศิลปินที่น่าจับตาทันที
อัลบั้มแรกของเธอคือ True วางแผงเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2002 และขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ท Oricon ติดต่อกันนานถึง 3 สัปดาห์ และเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 1 ปีของอัลบั้มแรก มิกะได้ออกอีพีชุดพิเศษ Resistance ที่ฮิตติดชาร์ทอันดับ 1 ถึง 2 สัปดาห์ ต่อมาวันที่ 18 ธันวาคม วิดีโอสารคดี Kiseki: the document of a start ของเธอก็ออกวางจำหน่าย ปี 2002 มิกะได้รับรางวัลศิลปินหน้าใหม่แห่งปีที่งาน Japan Gold Disc Awards และรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมที่งาน All Japan Request Awards ประจำปี 2002 รวมทั้งรางวัลศิลปินหน้าใหม่แห่งปีที่งาน Japan Record Awards ครั้งที่ 44 ด้วย
มิกะกลายเป็นศิลปินยอดนิยมของญี่ปุ่น เพลงที่ดังที่สุดของเธอได้แก่ Find the Way ซึ่งเป็นเพลงประกอบตอนจบของการ์ตูน Gundum Seed, เพลง Sakurairo Maukoro และ Yuki no Hana ที่ศิลปินเกาหลี ปาร์กเฮียวชิน นำไปร้องใหม่และได้เป็นเพลงประกอบซีรี่ย์เกาหลีเรื่องดัง Sorry, I Love You ด้วย นอกจากนี้เพลงดังกล่าวยังเป็นเพลงคาราโอเกะที่ฮิตที่สุดเพลงหนึ่งของญี่ปุ่นในปี 2004 ด้วย และในปีเดียวกัน เธอก็ได้ร้องเพลงประกอบตอนจบของการ์ตูนเรื่อง Hinotori
ปี 2005 มิกะได้แสดงนำแสดงใน Nana ภาคแรกในบท โอซากิ นานะ คู่กับ อาโออิ มิยาซากิ ที่ออกฉายเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2005 หนังประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามโดยถล่มรายได้ในญี่ปุ่นกว่า 4 พันล้านเยน เพลงประกอบหนังที่มิกะร้องก็ฮิตไม่แพ้ตัวหนัง ซิงเกิลชื่อ Glamorous Sky ในอัลบั้ม Nana staring Mika Nakashima ที่แต่งเนื้อร้องโดย ไอยาซาว่า ผู้วาดการ์ตูน และเรียบเรียงโดย ไฮด์ แห่งวง LArc En Ciel ขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ท Oricon โดยขายได้กว่า 423,000 ก๊อปปี้ จนกลายเป็นซิงเกิลศิลปินหญิงที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของปีนั้น และติดอันดับ 10 อัลบั้มขายดีประจำปี
ยูอิ อิจิกาว่า รับบท โคมัทสึ นานะ / ฮาจิ (นานะหวาน)
ยู อิ อิจิกาว่า เกิดเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 1986 ที่โตเกียว ในวัย 20 ปี เธอได้ลงนิตยสาร และหนังสือถ่ายแบบของญี่ปุ่นมากมาย ยูอิมีชื่อเสียงด้านการถ่ายแบบชุดว่ายน้ำ ถ้าใครชอบสาวญี่ปุ่นน่ารักๆ ต้องชอบยูอิ เธอได้ปแสดงละครโทรทัศน์ญี่ปุ่นหลายเรื่อง และเริ่มสนใจงานภาพยนตร์เมื่อเร็วๆนี้ โดยผลงานที่ผ่านมาของเธอคือ Ju-on (ในบทเพื่อนนางเอก)
ผลงานภาพยนตร์ >> Ju-on, Ju-on 2, About Love, School Daze, Sairen
เท็ทสึจิ ทามายาม่า รับบท ทาคุมิ
เกิด 7 เมษายน 1980
สถานที่เกิด เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น
สัญชาติ ญี่ปุ่น เกาหลี (แม่เป็นญี่ปุ่น พ่อเป็นเกาหลี)
ส่วนสูง/น้ำหนัก 182 เซนติเมตร / 65 กิโลกรัม
กรุ๊ปเลือด O
อาชีพ นักแสดง
ผลงานภาพยนตร์ >> Samurai Garu 21, Rockers, Eiko, Toast to Love, Heaven's Bookstore, Who's Camus Anyway?
ฮิโรกิ โมริยาม่า รับบท โนบุ
ฮิโรกิ โมริยาม่า เกิดและโตในโตเกียว แต่พ่อแม่ของฮิโรกิอพยพมาจากโอกินาว่า ทั้งคู่หย่ากันตั้งแต่เขายังเด็ก และตอนอยู่มัธยมต้น แม่ของเขาก็เสียชีวิต ผู้ที่เลี้ยงดูเขากับพี่ชายมาจนโตคือคุณยาย ฮิโรกิเคยสัญญากับแม่ว่าจะเป็นนักแสดง ดังนั้นเขาจึงลาออกจากโรงเรียนเพื่อตามความฝันนั้น
ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาคือ Oboreru Sakana (2001) ก่อนจะได้ปรากฏตัวในหนังดังเรื่อง Azumi ที่ทำเงินในญี่ปุ่น Nana คือหนังเรื่องที่ 8 ของเขานอกจากภาพยนตร์แล้ว ฮิโรกิเคยผ่านผลงานประเภทอื่นมาแล้วมากมาย ทั้งละครโทรทัศน์, ละครเวที และนายแบบ เป็นที่รู้กันในวงการบันเทิงว่า ฮิโรกิ เป็นผู้นำแฟชั่น เขาเคยร่วมออกแบบเสื้อผ้ามาแล้วหลายโปรเจ็คต์ และทรงผมของเขาก็เป็นต้นแบบของวัยรุ่น (ถึงกับมีการเรียกชื่อทรงผมว่า ทรงโมริยาม่า) เขาถ่ายแบบขึ้นปกหนังสือแฟชั่นและนิตยสารต่างๆกว่า 10 เล่ม และได้รับรางวัล Crystallized Style Award จากชวารอฟสกีในปี 2005
ผลงานภาพยนตร์ >> Oboreru Sakana, Ikisudama, Lovers' Kiss, Ainokarada, Azumi, Shinkokyu, Kagen no Tsuki, Nana, Rampo Jigoku, Tantei Jimusho 5, Badage
สัมภาษณ์ นักแสดงNANA 2
- มิกะ นากะชิมะ รับบท นานะ โอซากิ-
Q. ความรู้สึกตอนที่ได้รับบท
A. บทในภาคแรกว่ายากแล้ว แต่ในภาคสองนี้ นานะโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และยังมีจุดที่บุบสลายด้วย ก็เลยรู้สึกว่าคราวนี้ยากขึ้นอีก แต่ก็สนุกดีค่ะ
Q.ความรู้สึกที่ได้กลับมาเป็น นานะ โอซากิ อีกหลังจากห่างหายไปถึง 1ปี
A. ถึงจะเว้นไปถึง 1 ปีครึ่งแต่ก็รู้สึกว่ากลับมาเล่นได้ราบรื่นดี ไม่มีปัญหา รู้สึกดีค่ะ
Q.ความแตกต่างกับครั้งก่อน ด้านความรู้สึก
A.ไม่ค่อยมีนะคะ ก็ยังตื่นเต้น และสนุกเหมือนเดิม สต๊าฟบางคนก็ได้เจอกันคราวนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว เลยค่อนข้างสนิท ทำงานได้อย่างสบายๆ ส่วนเรื่องเกี่ยวกับตัวหนังก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก
Q.ความรู้สึกที่ได้กลับมาเจอกับสมาชิกเก่า หลังจากไม่ได้เจอกันมา 1 ปี
A.รู้สึกโล่งใจค่ะ เพราะแทบไม่ได้เจอทุกคนเลยก็เลยอดคิดไปตางๆนาๆไม่ได้ว่า ทุกคนจะเปลี่ยนไปเป็นแบบไหนบ้าง ทั้งในด้านดี และก็ด้านลบ แต่พอคิดไปคิดมากลับรู้สึกว่าตัวเองนี่ไม่ได้พัฒนาขึ้นเลย ตอนที่ได้มาเจอทุกคนอีกครั้ง เราก็ยังสนิทกันดีเหมือนเดิม อุ่นใจจริงๆค่ะ
Q.เกี่ยวกับสมาชิกใหม่
A.ตัวฉันเคยเจอกับ ฮะจิ แค่ครั้งเดียว แต่ก็รู้สึกว่าเธอเป็นคนที่ยอดมากๆ ฉันคิดว่าเธอเองก็คงกังวลไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงความกังวลนั้นออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย ฉันว่าเธอยอดเยี่ยมจริงๆ สำหรับ ฮอนโกคุงนี่ ฉันว่าเขาเหมือนตัวการ์ตูนมากๆ จนน่าตกใจเลย ฉันสนใจเขาตั้งแต่ตอนที่เห็นรูปถ่ายแล้ว ไม่คิดว่าจะมีคนที่หมือนได้ขนาดนี้ ยิ่งดูก็ยิ่งสนุก ส่วน เรนก็ไม่มีท่าทางแข็งกระด้างตามปกติ เทห์ด้วย ทั้งๆที่เป็นตัวละครที่หลุดออกมาจากการ์ตูนแท้ๆ กลับใจดี ไม่แข็งกะด้างเลยสักนิด ยิ่งคุยด้วยก็รู้ว่าเป็นคนที่ใจดีมากๆ
Q.เกี่ยวกับเพลงธีมในภาคนี้ Hito iro
A.ถ้าพูดในแง่ความใหม่ ก็คงไม่ได้แปลกใหม่ไปกว่าเพลงที่ใช้ในภาคแรก Glamarous Sky
ถามว่ายากมั้ย ก็ไม่ถึงกับยากหรือง่ายซะทีเดียว เพราะ ฉันเคยร้องเพลงแนวนี้มาแล้วครั้งนึงก็เลยสามารถร้องได้อย่างสบายๆ แต่เพลงนี้ก็ยังมีความใหม่อยู่ เช่นเดียวกับตอนร้องเพลง Glamarous Sky ตอนที่ร้องเพลงนี้ฉันก็คิดอะไรหลายๆอย่าง ก็รู้สึกว่าตัวเองพัฒนาขึ้นมาอีกนิดแล้วนะ
Q.เกี่ยวกับคุณทาคุโร่ ที่เป็นผู้แต่งเพลงนี้
A.ทาคุโร่คุงเป็นคนน่ารักมาก อุตส่าห์ปรับเพลงเพื่อให้ฉันร้องได้ง่ายๆ ตอนแรกฉันคิดว่าต้องรู้สึกกดดันมากแน่ๆ แต่พอเอาเข้าจริง มันกลับร้องออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ และตอนอัดเสียง เขาก็มาให้กำลังใจที่สตูดิโอด้วย เลยทำให้คึกคักเต็มที่
Q.ฝากถึงผู้ชมภาพยนตร์ทุกท่าน
A.มิกะ นากาชิมะ รับบท นานะ โอซากิ ค่ะ
ในภาคสองนี้ก็ยังเป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องมาจากภาคหนึ่ง คิดว่าทุกคนที่เคยดูภาคแรก และท่านที่เคยอ่านการ์ตูนคงจะได้ดูอย่างสนุกสนานนะคะ ในภาคนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการแตกหักของความรัก และมิตรภาพ อาจจะค่อนข้างเศร้าแต่ยังไงก็อย่าลืมมาดูให้ได้นะคะ
แล้วพบกันในโรงภาพยนตร์ค่ะ
- ยุย อิชิคาว่า รับบท ฮะจิ (นานะ โคมัตสึ) -
Q. ความรู้สึกตอนที่ได้รับบท
A. คิดว่า เป็นฉันจะดีเหรอ? ฮะจิตามบทเป็นคนร่าเริง อ่อนหวาน ไม่เคยคิดแค้นเคืองใคร เรียกว่าถ้ามีเด็กผู้หญิงแบบนี้อยู่ก็ดีสิ ตัวฉันเองไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะได้รับบทนี้ ก็เลยคิดว่าจะพยายามให้เต็มที่ค่ะ
Q.จุดที่กังวลขณะแสดง
A.ฮะจิ เป็นคนที่มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์รุนแรงมาก ดังนั้นการเข้าให้ถึงความกังวลในจิตใจของฮะจิ จึงเป็นเองที่ยากที่สุด ตอนถ่ายทำก็ทำได้ไม่ดีสักที จนคิดว่าจะไหวไหมเนี่ยเรา
แต่พอได้แสดงไปสักพัก ก็เริ่มรู้สึกสนุกขึ้นๆ ในฉากสดใสของฮะจิก็คิดว่าตัวเองทำได้ดี ส่วนฉากเศร้าก็สามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ยิ่งกว่านั้น ในระหว่างที่แสดง ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเข้าถึงตัวฮะจิมากขึ้นๆ และสนุกมากทีเดียวค่ะ
Q.เกี่ยวกับการแสดงกับคุณนากะชิมะ
A ครั้งแรกที่ได้เจอกับมิกะจัง มันไม่รู้สึกเหมือนว่าเราเพิ่งเคยเจอกันเลย เธอเป็นคนคุยด้วยง่าย ถึงจะมีแกล้งกันในกองถ่ายบ้างแต่การได้แสดงกับเธอทำให้รู้สึกสบายใจค่ะ ชอบค่ะ
Q.เกี่ยวกับนักแสดงคนอื่นๆ
A ฉันได้เจอกับทุกคนในวง Black Stone ตอนเข้าฉากเทศกาลทานาบาตะ รู้สึกตื่นเต้นมาก แต่สักพักก็เริ่มชิน หลังๆพอได้เจอกันทีไรก็คุยกันทุกที ทุกคนให้บรรยากาศเป็นมิตรและสนุกสนาน ส่วนโนบุโอะ และนาริมิยะก็เป็นคนมีความมั่นใจแสดงด้วยแล้วสนุกดี แล้วก็คุณทามามิยะนี่เหมือนหลุดออกมาจากการ์ตูนยังไงยังงั้นจนเผลอใจเต้นไปเลยค่ะ
Q.เกี่ยวกับผู้กำกับโอทานิ
A ผู้กำกับช่วยแนะนำฉันทีละจุดๆเลย เขาจะคอยบอกว่าถ้าเป็นสานการณ์แบบนี้ ฮะจิน่าจะแสดงอารมณ์แบบนี้นะ เป็นคนที่ละเอียดมาก จริงๆแล้วปกติฉันก็ได้คุยกับผู้กำกับอยู่เสมอ
Q.ชอบผู้กำกับโอทานิมั้ย?
A ชอบสิค่ะ ผู้กำกับเป็นคนที่วิเศษมาก และก็คุยปรึกษาด้วยง่าย ครั้งก่อนฉันก็ได้แสดงหนังที่ผู้กำกับโอทานิเป็นผู้กำกับ และในครั้งนี้ก็ยังได้มีโอกาสมาเจอกันอีกในบท ฮะจิ ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าผู้กำกับมาบอกว่า เรามาสร้างหนังไปด้วยกันเถอะ อะไรทำนองนั้นเลย
Q.ฝากถึงผู้ชมภาพยนตร์ทุกท่าน
A ยุย อิชิคาว่า แสดงเป็น นานะ โคมัตสึ ค่ะ
นานะภาคสองนี้เป็นเรื่องราวของวง Black Stoneที่จะได้ออกเดบิว และการตั้งครรภ์ของฮะจิ รวมถึงการเติบโตของตัวละครแต่ละตัว พวกเขาเหล่านั้นจะเติบโตขึ้นมาเป็นแบบไหน อย่าลืมไปชมให้ได้นะคะ
แล้วพบกันในโรงภาพยนตร์ค่ะ
- เท็ตสึจิ ทามายามะ รับบท ทาคุมิ( ทาคุมิ อิจิโนะมิยะ )-
Q.ความรู้สึกที่ได้เล่นหนังเรื่องนี้
A นานะภาคแรกเน้นที่ฉากคอนเสิร์ต ก็เลยไม่ค่อยได้แสดงฝีมือเท่าไร แต่ว่าในภาคสองนี้มีฉากรักด้วย ทำให้มีโอกาสได้แสดงฝีมือเต็มที่ นอกจากนี้ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ส่วนใหญ่มีแต่นักแสดงวัยรุ่น ทำให้รู้สึกได้ถึงพลัง โดยส่วนตัวแล้วผมสนุกกับการทำงานนะ
Q.ความรู้สึกที่ได้เป็น ทาคุมิอีกครั้งหลังห่างไป 1 ปี
A ผมเคยอ่านเนื้อเรื่องภาค 2 มาก่อนแล้ว ดังนั้นจึงสามารถเข้าถึงอารมณ์ตัวละครได้ ก็พยายามทำให้ดีที่สุดล่ะครับ
แล้ว ในภาค 2 นี้ก็เน้นที่ฉากรักเป็นหลัก ทาคุมิจะมีแนวความคิดด้านความรักแบบผู้ใหญ่ ซึ่งตรงกันข้ามกับโนบุโดยสิ้นเชิง ผมคิดว่าถ้าสามารถถ่ายทอดอารมณ์ที่หนักอึ้งนั้นออกมาได้ก็คงจะดี ผมว่าฉากที่ได้เผชิญหน้ากับโนบุสนุกดี
Q.เกี่ยวกับการแสดงร่วมกับคุณอิชิคาว่า
A ความประทับใจแรกที่ได้พบเธอคือ ความร่าเริงที่เหมือนกับฮะจิ ความร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใสจัดเป็นจุดสำคัญของตัวฮะจิเลยก็ว่าได้ ถ้าไม่มีความน่ารักตรงนั้น ฮะจิก็คงเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ สำหรับ ยุยจังนั้นแสดงได้ดี เธอมีรอยยิ้มเป็นธรรมชาติ ตอนแรก ผมคิดว่าเธอน่าจะรู้สึกเครียด แต่เปล่าเลย ตรงกันข้ามเธอกลับเป็นคนช่วยดึงทุกคนให้ก้าวต่อ เรียกว่าสร้างบรรยากาศการทำงานในกองถ่าย เป็นคนเอาจริงเอาจังดีครับ
Q.เกี่ยวกับผู้กำกับโอทานิ
A ตัวผมไม่เคยอ่านการ์ตูนเรื่องนี้ แต่เนื่องจากต้นฉบับเรื่องนี้มันไม่ได้มีแค่ตัวหนังสือ มันมีภาพประกอบด้วย ก็เลยรู้สึกเหมือนถูกตั้งเงื่อนไขไว้ ผมก็พยายามจะปรับภาพลักษณ์ของทาคุมิ ที่อยู่ในหัวผม กับภาพลักษณ์ของทาคุมิที่อยู่ในหัวของผู้กำกับซึ่งมีอิมเมจมาจาการ์ตูน โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่าผมสามารรถแสดงออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ แล้วก็สนุกสนานกับการแสดงด้วย ผู้กำกับโอทานิเป็นคนที่ยึดติดกับภาพฉาก เรียกว่า พลังของภาพ และความสวยงาม และยิ่งในภาค 2 นี้มีฉากรักเยอะมาก ผู้กำกับก็เลยอยากให้ฉากออกมาสวยๆ ผมเองก็คุยกับผู้กำกับหลายเรื่องเหมือนกัน
Q.เกี่ยวกับเพลง Truth ของTRAPNEST
A PV (Promotion Video) เพลงนี้ยกกองไปทำถึงปราสาทเก่าในสก็อตแลนด์ ซึ่งมันตรงอิมเมจมากๆ ทั้งความรู้สึกเหงา เศร้า แต่ก็สงบ คราวนี้ผมมีเวลาซ้อมน้อยมาก แค่ 3-4วัน แต่ก็สามารถจำทำนองเพลงได้เร็ว คงเป็นเพราะเพลงนี้ฟังแล้วมันก้องอยู่ในหู และกรีดไปถึงหัวใจล่ะมั้ง ผมว่าที่เสามารถเล่นเพลงนี้ออกมาได้ดีขนาดนี้คงเป็นเพราะพลังในเพลงด้วยแน่ๆ
Q.ฝากถึงผู้ชมภาพยนตร์ทุกท่าน
A ทามายามะ รับบท ทาคุมิ ครับ
ในภาค 2 นี้ก็ยังมีฉากคอนเสิร์ตและมีฉากที่ไปถ่ายทำกันถึงที่สก็อตแลนด์ด้วย นอกจากเรื่องของวงBlack Stone ก็มีเรื่องราวความรักสามเส้าระหว่าง ฮะจิกับโนบุ และทาคุมิ
แล้วพบกันในโรงภาพยนตร์ครับ
- ฮิโรกิ นาริมิยะ รับบท โนบุ (โนบุโอะ เทระชิมะ) -
Q.จุดที่ใส่ใจในการแสดงเป็น โนบุ
A โนบุสนใจทั้งนานะ และฮะจิ ซึ่งบางเวลาความรู้สึกนั้นมันก็จางหายไป แต่บางเวลามันก็แสดงออกมาตรงๆ ดังนั้นการรักษาบาลานซ์ด้านความรู้สึกจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก ไม่ว่าจะเป็นการเค้นอารมณ์โศก เวลาที่ต้องวิ่งไปวิ่งมา ผมพยายามจะสร้างอารมณ์ร่วมให้ได้มากที่สุด แล้วก็มีเรื่องทรงผมนี่ด้วย ผมว่าพอเปลี่ยนทรงผมแล้ว ทั้งบรรยากาศและความรู้สึกก็สดใสขึ้น แล้วก็มีเรื่องภาพลักษณ์ เนื่องจากเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากการ์ตูน ผมจึงคิดว่าจะต้องพยายามไม่ทำให้คนที่เคยอ่านการ์ตูนเรื่องนี้ผิดหวัง
Q.ความรู้สึกที่ได้กลับมาเล่นเป็นโนบุอีกครั้ง หลังจากห่างหายไป 1 ปี
A คิดถึงครับ แต่ว่าคราวนี้มีนักแสดงเปลี่ยนหน้าไปบ้าง คนที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง บุคคลรอบๆตัวก็เปลี่ยนไป ผมจึงให้ความสำคัญกับเรื่องการนี้เป็นอย่างมาก ผมคิดอยากจะสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆกับทุกคนนะ
Q.เกี่ยวกับการเล่นกีต้าร์
A กีตาร์คราวก่อนยากมากเลย เล่นซะมือไม้เปิงหมด คราวนี้ก็คงไม่พ้นเลือดอาบอีกแน่ๆ
Q.ความรู้สึกที่ได้พบกับสมาชิกเก่าๆที่ห่างหายไป 1 ปี
A กับมิกะจัง บางทีก็ได้เจอกับโดยบังเอิญตามท้องถนนบ้าง พอเจอกันต่างก็ร้อง อ๊ะ อะไรประมาณนั้น แล้วก็มีโทรศัพท์คุยกันบ้าง แต่ยังไงก็ยังรู้สึกคิดถึงอยู่ดี คราวนี้พอรู้ว่านานะ ยังเป็นมิกะจังก็ดีใจมากเลย เพราะ นานะที่ มิกะจังเป็นคนแสดงมันน่าประทับใจสุดยอดเลย
ส่วนยาสุนี่ เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว คราวนี้ก็มีแซวๆกันว่า หัวเหม่งอีกแล้วนะแก เหมือนใช่มั้ยล่ะ ผมดีใจมากเลยที่รู้ว่าจะได้เจอทั้งสองคน
Q.คุยอะไรกับผู้กำกับโอทานิบ้าง
A ตอนแรกก็ใช้เวลาค่อนข้างมากนะ ผู้กำกับบอกว่าหนังเรื่องนี้เป็นอะไรที่ใกล้เคียงชีวิตจริง แต่ก็มีส่วนที่โอเวอร์อยู่บ้างเหมือนกัน อย่างไรก็ตามถ้าทำได้ก็คงดี แล้วผู้กำกับก็คอยให้คำแนะนำอยู่เสมอ อีกอย่างคราวนี้เป็นเรื่องราวของโนบุที่ค้นพบจุดหมายของตัวเองในคราวนี้ด้วย ตอนแรกที่ได้บทมา ผมยังไม่รู้เลยว่าจะพูดบทแบบไหนดี แต่ผู้กำกับก็เตรียมทุกอย่างให้พร้อมอยู่แล้ว จะมีเปลี่ยนบทพูดบ้าง
ครั้งนี้ผมอยากให้ผู้ชมทุกคนได้ติดตามว่า โนบุจะก้าวผ่านความรักขมขื่นนี้ไป และเติบโตขึ้นเป็นอย่างไร ผู้กำกับก็จะคอยแนะนำว่าตัวโนบุนั้นอยากจะสร้างสรรค์อะไร แบบว่ากระซิบกระซาบน่ะครับ
Q.เกี่ยวกับเพลง Hito Iro@ในไลฟ์ที่ชินจูกุ
A ผมว่ามันเป็นเพลงที่ทั้งเศร้า และก็ดีมากๆเลย เข้ากับเนื้อหาของหนังเป๊ะ ฟังแล้วก็ชวนให้นึกว่าโนบุคิดอะไรอยู่ตอนที่แต่งเพลงนี้ ผมว่าเพลง Hito Iro@นี่ล่ะเหมาะที่สุด มันเหมือนกับเป็นคำตอบของตัวโนบุเองด้วย ผมว่ามันยอดมากจริงๆ
Q.ฝากถึงผู้ชมภาพยนตร์
A ฮิโรกิ นาริมิยะ รับบท โนบุ ครับ
ถ้าทุกคนได้ไปดูด้วยตัวเองจะดีมากเลย จุดเด่นของเรื่องราวในภาค 2 นี้ เป็นเรื่องราวความรักสามเส้าระหว่าง ฮะจิ กับ โนบุ และ ทาคุมิ คราวนี้โนบุจะสามารถก้าวข้ามความรักแบบนี้ไปได้อย่างไร และอะไรคือจุดหมายของโนบุ ซึ่งความฝันของโนบุก็เปลี่ยนรูปร่างไป ได้พบจุดหมายใหม่ ได้หวนนึกถึงความฝันอีกครั้ง ในเรื่องมีฉากดีๆเยอะมากๆจนอธิบายได้ไม่หมดเลยล่ะ
ยังไงก็อย่าลืม ห้ามลืม ไปพบกันในโรงภาพยนตร์นะครับ
- โนบุโอะ เคียว รับบท เรน(ฮอนโจ เรน) -
Q.จุดที่ใส่ใจเวลาแสดง
A ตอนที่ผมอ่านบท แล้วมาเข้ารับการออดิชั่นนั้นค่อนข้างห่ามมากทีเดียว ปกติแล้วคงไม่มีคนแบบนี้มากนัก ผมก็เลยอยากจะทำดู คิดว่าอยากจะเอาความรู้สึกตอนนั้นมาสร้างเป็นเรน ดังนั้น ผมจึงพยายามรวบรวมอารมณ์ความรู้สึก บรรยากาศทุกอย่างตั้งแต่ก่อนการถ่ายทำจะเริ่ม แล้วก็สร้างฮอนโจ เรนขึ้นมา ผมว่า เรนเป็นคนที่เท่ห์นะ ผมอยากจะสร้างเรน ที่เป็นแบบฉบับของผมเองขึ้นมา ยิ่งถ้าคนดูชื่นชอบเรนในแบบของผม ก็จะยิ่งดีใจมาก
Q.ความรู้สึกที่ได้แสดงภาพยนตร์เรื่องนี้
A เรนเป็นคนที่สุขุมเยือกเย็นใช่มั้ยล่ะครับ ถามว่าลำบากมั้ย พูดตามตรงว่าลำบากมากเลย แต่ยิ่งทำก็ยิ่งสนุก ตอนแรกก็อายบ้าง แถมยังคิดอะไรประหลาดๆไปหลายเรื่อง มาถึงตอนนี้ผมคิดว่ามันสนุกดีที่ได้แสดง บางทีก็ทำเว่อร์เกินไปเหมือนกัน แต่ตัวผมเองกลับคิดว่าไม่เห็นเป็นไรเลย ดีเสียอีก
Q.เกี่ยวกับการแสดงร่วมกับคุณนากาชิมะ
A ผมว่าทุกอย่างในตัวเธอคือ นานะ โอซากิเลยล่ะ มันชวนให้รู้สึกว่าอยากเข้าไปใกล้ชิดสนิทสนมด้วยให้มากขึ้น แต่ตามบทแล้วเรน กับนานะ ถึงจะมีสิ่งที่ดึงดูดเข้าหากัน แต่ก็ไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองขึ้นมาได้ ทั้งสองคนจึงต้องพยายามรักษาระยะห่างระหว่างกันเอาไว้
Q.คุยอะไรกับผู้กำกับโอทานิบ้าง
A ผู้กำกับมาวันที่ผมซ้อมกีต้าร์ แล้วก็เข้ามาถามว่า หลังจากนี้มีโปรแกรมต่อมั้ย พอตอบว่าไม่มีเขาก็เลยชวนผมว่า ถ้าอย่างนั้นไปดื่มกัน เราก็เลยได้คุยกันหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกส่วนตัวของผมที่แตกต่างจากเรน จุดที่ไม่จำเป็น และจุดที่อยากให้แสดงออกมา ผมเองตั้งแต่คุยกันตอนแรกก็ติดใจในตัวเรนขึ้นมา และคิดว่าดีจริงๆ นอกจากนั้นยังต้องเดินทางไปถ่ายทำที่สก็อตแลนด์ด้วย ซึ่งมันทำให้ผมลังเลไปพอดู แต่พอได้คุยกับผู้กำกับแล้วความกังวลตรงนั้นก็หมดไป
Q.บรรยากาศในกองถ่าย
A ผมว่าทุกคนก็คงคิดเหมือนกัน นั่นคืออยากให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด ทุกอย่างมันชัดเจนว่าต้องการทำอะไร ต้องการถ่ายภาพอะไร รู้สึกสนุกดี มันไม่ใช่การไปเพื่อเล่นสนุกๆเท่านั้น แต่ทุกคนล้วนมีความมุ่งมั่นที่จะมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน ผมรู้สึกเลยว่าทุกคนทำงานด้วยความสนุกสนาน เอ๊ะ รึว่าไม่ใช่
Q.เกี่ยวกับเพลง Truth ของวงTRAPNEST
A ผมว่ามันสุดยอดมากๆเลยล่ะ ทั้งเนื้อร้องและทำนอง เหมาะกับคนที่คิดจะก้าวข้ามไปอีกขั้นนึง จริงๆแล้วผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องของคนแต่งนัก แต่ก็ชอบล่ะ
Q.เกี่ยวกับโลเกชั่น ที่สก็อตแลนด์
A ตัวเพลง Truth เข้ากับโลเกชั่นที่นั่นมากเลย ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ ถึงจะบอกว่าเป็นเพลงรัก แต่ก็เป็นความรักข้างเดียว ความรักที่ส่งไปไม่ถึง ซึ่งเข้ากับสก็อตแลนด์ดี ที่นั่นเป็นสถานที่ๆเยี่ยมไปเลย ปราสาทก็ให้ความรู้สึกเหงา แต่ก็ยิ่งใหญ่ พอทำไปทำก็เริ่มรู้สึกดีที่ได้เล่นเป็นมือกีต้าร์
Q.จุดยากลำบากในการเล่นกีต้าร์
A ผมเองก็ไม่ใช่มือโปรซะด้วย เลยไม่รู้ว่าดีดยังไงถึงจะดี ก็ปล่อยให้หัวใจนำทางไป ผมเคยไปที่สำนักงานแล้วให้เขาเอาวิดีโอให้ผมซ้อมดีดอยู่หลายรอบ ค่อยๆค้นคว้าไปว่าดีดแบบนี้แล้วน่าจะดีกว่า อะไรทำนองนั้น ไม่รู้ว่าเพราะซ้อมหนักรึเปล่า พอถึงเวลาจริงๆก็เลยผ่านไปได้ฉลุย ไม่รู้สึกกังวลถึงท่าทางตัวเอง ในหัวมันมีแต่ดนตรี ผมว่าอาชีพนักดนตรีนี่เป็นอาชีพที่สุดยอดเลย
Q.ฝากถึงผู้ชมภาพยนตร์ทุกท่าน
A โนบุโอะ เคียว รับบท เรนครับ
โซ่ระหว่างเรนกับนานะ ทาคุมิกับฮะจิ ฮะจิกับโนบุ และนานะกับฮะจิ เหมือนกับจะหายไป แต่ก็เหมือนจะใหญ่ขึ้น ความรู้สึกที่ว่าถ้ายื่นมือออกไปจะสามารถไขว่คว้ามันมาได้ ความรู้สึกเหล่านี้ทั้งหมดได้ถูกนำมาเรียบเรียงไว้ในหนังอย่างละเอียด อยากให้ทุกคนได้มาชมกันเยอะๆ หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่วิเศษจริงๆครับ
แล้วพบกันในโรงภาพยนตร์ครับ
- ผู้กำกับโอทานิ -
Q.เหตุผลที่ตัดสินใจทำ NANA2
A ที่จริงผมไม่รู้จักNANAเลยจนกระทั่งโปรดิวเซอร์เอาต้นฉบับมาให้อ่าน ผมว่าเรื่องราวที่เขียนอยู่ในภาค2 มันสนุกดี อ่านแล้วก็เลยไปขอกับโปรดิวเซอร์ว่าอยากทำเรื่องนี้ ภาคแรกจบตรงที่ทาคุมิกลับมา และเรื่องราวของมิตรภาพระหว่างนานะ กับฮะจิ แน่นอนว่าจบแบบนั้นมันต้องมีภาคต่อตามมา ผมก็พยายามเขียนบทอย่างเต็มที่
ภาค 2 นี้ ตัวเอกทั้งสองคนที่กำลังจะย่างเข้าวัย 20 ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต่างคนต่างก็ทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงโดยมีโตเกียวเป็นฉากหลัง คนหนึ่งได้ออกเดบิวอัลบั้ม ส่วนอีกคนหนึ่งได้เป็นแม่ เป็นภรรยา เรียกได้ว่าปผู้หญิงแต่ละคนต่างก็ค้นพบเส้นทางชีวิตของตัวเอง เป็นเรื่องราวการไขว่คว้าหาเส้นทางชีวิตของตัวเอง ในฐานะของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งกว่าที่จะเดินทางไปถึงจุดหมายนั้นก็จะต้องพบเจอกับความเจ็บปวด ความทรมาน บาดแผลต่างๆ และอื่นๆอีกหลายต่อหลายอย่าง ผมอยากให้มันเป็นหนังชีวิตแบบนั้น
Q.เหตุผลที่NANA เป็นที่นิยม
A ผู้หญิงทั้งสองคน ต่างก็มีความเป็นตัวของตัวเอง นานะเป็นอีกอย่าง ฮะจิเป็นอีกอย่าง แต่สองสิ่งที่ต่างกันในผู้หญิงทั้งสองคนมันมาบรรจบกันเป็นหนึ่ง มันถูกเขียนออกมาได้ไม่ขาดไม่เกิน ออกมาเป็นแคแรคเตอร์ของแต่ละคนๆ ไม่มีใครเป็นบทดี ไม่มีใครเป็นบทร้าย แต่ทุกคนมีทั้งส่วนดีส่วนร้ายไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่ง เป็นเรื่องที่เขียนได้ดีมากๆเรื่องหนึ่ง ผู้แต่งคงอยากให้ตัวละครนั้นมีชีวิตจริงๆ และผู้อ่านก็คงจะรู้สึกเหมือนได้ใช้ชีวิต และเติบโตไปกับตัวละครเหล่านั้น
Q.ความกดดันที่ได้รับมอบหมายให้สร้าง NANA
A ผมคิดว่าไอ้ความกดดันนั้นคงเป็นเบื้องหลังที่ว่างานนี้เป็นงานที่มีความสำคัญมากน้อยแค่ไหน ผมก็ไม่ได้หวังให้มันออกมาใหญ่โตมโหฬารนัก แต่ผมตอนนี้ยืนอยู่ตรงจุดที่จะหนี หรือจะซ่อนก็ไม่ได้ อีกอย่างนี่ก็เป็นงานที่ผมอยากทำ จึงไม่รู้สึกกดดันอะไรเท่าไหร่
Q.เกี่ยวกับนักแสดงใหม่
A ก่อนอื่น ก็อิชิคาว่า ยุย ผมเคยเป็นผู้กำกับให้เธอในหนังเรื่อง RAFU มาก่อน จริงๆผมอยากให้เธอได้มีโอกาสได้รับบทใหญ่มาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว พอมีโอกาสก็เลยคว้าคนใกล้ตัวอย่างอิชิคาว่ามาซะเลย เธอเป็นคนที่พูดคุยได้อย่างเป็นธรรมชาติ การแสดงก็ทำได้ดี ผมว่าเธอเป็นคนฉลาด และก็ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ เหมือนฮะจิจริงๆ เซ้นต์ผู้กำกับของผมมับอกว่า ถ้าเป็นเธอคนนี้ล่ะก็ต้องทำได้แน่ ผมเลือกเธอมาแบบไม่ต้องคิดมากเลย และผลที่ออกมาก็ดีเกินคาด ถ้าพูดถึงเรื่องความกดดันน่าจะเป็นตัวอิชิคาว่า ยุยนี่แหละ ความรู้สึกผมมันเหมือนกับตอนที่พ่อยืนส่งลูกสาวไปเป็นเจ้าสาวคนอื่นยังไงยังงั้น ที่ถามถึงเรื่องความกดดันเมื่อกี้ ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้สึกกดดัน แต่ผมคิดว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องรู้สึกมากกว่า ตอนนี้ผมอยากบอกเธอจริงๆว่า ขอบคุณมาก
ทางด้าน เคียวคุง ผมให้เขามาออดิชั่น และในบรรดาที่มาทั้งหมดเขาก็ให้บรรยากาศ ดูเป็นผู้ใหญ่มากที่สุด มันค่อนข้างจะแตกต่างกับบทเรน ผมเองยังคิดเลยว่าจะไหวมั้ย แต่ถ้าไม่ยึดติดกับเรนตามต้นฉบับแล้วล่ะก็ ครั้งนี้ให้เคียวคุง มารับบทเรนก็ไม่เลวเลย
@ ส่วน ฮอนโกคุง เป็นหนุ่มฮอตเลยก็ว่าได้ ตัวเขาเองก็เป็นแฟน NANAอยู่แล้ว เลยสามารถแสดงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ดูแล้วสนุก อายุ15 เท่ากับชินพอดี นี่ถ้าชินมีตัวตนจริงก็คงเป็นคนแบบนี้แหละ เหมือนเขาหลุดออกมาจากต้นฉบับเลยไม่มีผิด เจ้าตัวเองก็มีจุดที่ดูลึกลับ อีกทั้งยังจดจำวิธีการเล่นดนตรีได้เร็ว และให้ความสำคัญการการแสดงดี เรียกว่าเป็นที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่ง
Q.ฉากที่ตั้งใจมาก
A ฉากที่หนักหนาสาหัส ขนาดที่ผมคิดว่าถ้าไม่สามารถข้ามผ่านมันไปได้ NANA ก็ไม่มีทางสมบูรณ์ก็คือฉาก แสดงอารมณ์ความรู้สึกที่เจ้าตัวคิดจริงๆออกมา ไม่ว่าจะเป็นโนบุ หรือทาคุมิ พวกเขาจะต้องหาคำตอบให้ตัวเอง และหาทางแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น จะให้มีความผิดพลาดของตัวละครที่ต้นฉบับต้องการถ่ายทอดไม่ได้เลย จะต้องถ่ายทีละฉาก ทีละฉาก แล้วเอามาตัดต่อรวมกัน ทั้งหมดใช้เวลาถึง 3 วันเชียว ที่ยากที่สุดคงเป็นฉากความลื่นไหลของอารมณ์ ตั้งแต่ตอนที่ทาคุมิมาหาฮะจิ แล้วรู้ว่าฮะจิตั้งท้อง จากนั้น โนบุก็เข้ามา และเช้าวันต่อมา นานะก็มาหาด้วย ฉากนี้ยากจริงๆ มันคล้ายกับแก้วที่ค่อยๆแตกสลาย ทั้งหนัก ทั้งซีเรียส ผมมีหน้าที่ต้องเก็บอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดตรงนั้น และจากฉากนั้นเอง ผมก็ได้เห็นการเติบโตของอิชิคาว่า ยุย ที่ค่อยๆกลายเป็นผู้หญิงมากขึ้นๆ อาจจะเรียกได้ว่าเธอได้ก้าวข้ามไปจนถึงจุดสูงสุดแล้ว และผมมีหน้าที่เฝ้ามองเธอ ฉากนี้ใช้เวลาถึง 3วันทีเดียว
Q.จุดที่ใส่ใจมากขณะถ่ายทำ
A คงเป็นฉากแสดงคอนเสิร์ตนะครับ นานะที่มุ่งมั่นจะได้ออกเดบิวอัลบั้ม และการได้เป็นโปรหลังจากนั้นหมายถึงอะไร นานะไม่เพียงแค่มองไปข้างหน้า แต่นานะใช้ความรู้สึกนั้นมาเป็นพลังในการยืนอยู่บนเวที ซึ่งนั่นเป็นจุดที่สำคัญมาก และฮะจิก็ได้ค้นพบความหมายนั้น จากการเฝ้าดูนานะ ผมอยากจะเน้นในเรื่องที่ว่าทุกคนต้องผ่านอะไรมามากมายกว่าจะมาถึงจุดนี้ ดังนั้น ผมเองก็ไม่สามารถคาดเดาอะไรได้ จนกว่านากะชิมะ และสมาชิกวง BLACK STONEจะก้าวขึ้นไปยืนบนเวที หรือจะให้พูดก็คือ ถ้าไม่เริ่มก็ไม่รู้ ถึงตอนนั้นผมไม่ได้ใส่ใจแล้วว่ากำลังถ่ายภาพอะไร มันเหมือนภาพที่สะท้อนออกมามากกว่าการถ่ายทำ เหมือนเอาชีวิตจริงแต่ละตอนๆมารวมกันให้เป็นเรื่องเดียวมากกว่า ถ้าได้ดูคุณก็จะเข้าใจว่าชีวิตคืออะไร โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่น ผมพยายามจะถ่ายทอดให้มันออกมาเป็นอย่างนั้น ตอนถ่ายทำฉากคอนเสิร์ต ผมยกให้สต๊าฟคนอื่นจัดการหมด ส่วนตัวเองหันไปถ่ายฮะจิ ซึ่งกำลังดูคอนเสิร์ตอยู่ ผมได้อยู่กับฮะจิตลอด และระหว่างนั้นก็ได้มีโอกาสดูคอนเสิร์ตด้วย ไม่ใช่ด้วยสายตาของผู้กำกับ แต่ด้วยสายตาของคนทั่วไป ขนาดผมเองยังมึนๆเลยว่านี่ความจริงหรือความฝัน มันทำให้ผมอยากจะเก็บความรู้สึก ณ เวลานั้นมาถ่ายทอดลงบนแผ่นฟิล์ม
เป็นการถ่ายทำที่ยากลำบากจริงๆ แต่ก็ผ่านมาได้เพราะสต๊าฟทุกคนแท้ๆ
Q.เกี่ยวกับเพลง Hito Iro และเพลง Truth
A เพลง Endless Story และเพลง Glamarous Sky ในภาคแรกเป็นเพลงที่ดี ส่วนในภาค 2 นี้ก็มีความแตกต่างออกไป เป็นเหมือนกับเสียงกู่ร้องของนานะ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ต้องเข้ากับตัวหนังด้วย คราวนี้ผมเลยไปขอให้คุณทาคุโร่ ช่วยแต่งทำนอง และให้คุณยูสะเป็นคนแต่งคำร้องให้ เนื้อเพลงที่คุณยูสะเขียนขึ้น สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของนานะให้ออกมาเป็นคำพูดได้อย่างดีเยี่ยม มันเป็นเหมือนกับข้อความที่นานะส่งไปให้ฮะจิ มันไม่ใช่ละครที่มีเพลงเป็นส่วนประกอบ แต่เป็นโลกที่ผสมผสานกันไปกับดนตรี เพลง Truth เป็นเหมือนคลื่นแห่งความเศร้า ความเจ็บปวด การไปถ่ายทำที่สก็อตแลนด์ ซึ่งมีปราสาทเก่าๆ และทะเลสาบเป็นฉากหลังยิ่งทำให้ภาพออกมาสวยมาก และผมก็อยากให้ทุกคนได้เห็นจริงๆ
Q.ฝากถึงผู้ชมภาพยนตร์
A โอทานิ เป็นผู้กำกับครับ
ผมพยายามเขียนบท NANA2เต็มที่ เพราะอยากจะถ่ายทำเรื่องนี้จริงๆ และก็สามารถผ่านฉากไลฟ์ที่ชินจูกุ ซึ่งผมกังวลมาตลอดว่าจะรอดรึเปล่าไปได้ด้วยดี ความรักที่มีต่อนานะ ได้ถูกถ่ายทอดลงใน NANA2 แล้ว อย่าลืมไปชมให้ได้นะครับ
|